เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 6

ความลับใต้เงากาแฟ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงวางแก้วกาแฟพอร์ซเลนกระทบลงบนจานรองสีดำสนิทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องอาหารส่วนตัวในเซฟเฮาส์ มันไม่ใช่เสียงที่ดังกระแทกกระทั้น แต่กลับบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของลินินราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง คิรากรไม่ได้แตะต้องอาหารค่ำตรงหน้ามานานนับสิบนาทีแล้ว นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองเอกสารทางบัญชีที่เธอยังตรวจไม่เสร็จสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าสะท้อนเงาโครงหน้าคมคายดั่งรูปสลักของอัลฟ่าหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของคนนับร้อย บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความกดดันที่ทำให้ลมหายใจของลินินสะดุดทุกครั้งที่สูดเข้าปอด "คุณตรวจสอบตัวเลขชุดสุดท้ายผิดพลาดไปสามจุด, ลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจจนน่าขนลุก "สำหรับคนที่อ้างว่ามีความสามารถมากพอจะต่อรองอิสรภาพ ความสะินเฉินระดับนี้... น่าผิดหวังเกินไปหน่อยนะครับ" ลินินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่ราวกับสัตว์นักล่ากำลังจ้องตะครุบเหยื่อ ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้เธอเลือกที่จะไม่หลบตา แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก "ฉันตรวจมันมาสามรอบแล้ว และมั่นใจว่าไม่มีทางผิดพลาดค่ะ... เอ่อ ไม่มีทางผิดพลาดครับ" ลินินเผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาตามความคุ้นชิน ก่อนจะรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นมุมปากของคิรากรยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม "คุณเรียกแทนตัวเองว่า 'ค่ะ' เมื่อครู่... น่าฟังกว่าการแข็งข้อใส่ผมตั้งเยอะ ทำไมไม่ลองพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นตลอดมื้อค่ำนี้ดูล่ะครับ" คิรากรพูดยั่วเย้า แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยไฟปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นเงียบๆ เขาวางปากกาลง เลื่อนจานอาหารออกไปด้านข้าง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะอาหารยาวมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของหญิงสาว ลินินรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของเขา กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกาแฟคั่วเข้มลอยเข้ามาชวนให้สติกระเจิดกระเจิง เขาก้มตัวลงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาหูของเธอห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างแก้มทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน "ลุกขึ้นมานี่สิครับ" เขากระซิบคำสั่งชิดใบหู เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ มือหนาเอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเธอ เบาเสียจนเหมือนการทักทาย แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่บังคับให้เธอยืนขึ้นตามความต้องการของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เมื่อเธอยืนขึ้น ร่างกายของเธอจึงสูงเลยระดับอกของเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คิรากรไม่ปล่อยให้เธอมีเวลาตั้งตัว เขาขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะอาหาร ส่วนตัวเขาใช้มือทั้งสองข้างค้ำยันโต๊ะกักขังเธอไว้ตรงกลาง "คุณต้องการอะไรกันแน่ คิรากร... ฉันทำงานให้คุณตามสัญญาแล้วนะ" เธอกลั้นใจเอ่ยถาม แม้เสียงจะสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม "ผมต้องการคุณไงครับ... มันเข้าใจยากตรงไหนล่ะ" คำตอบที่ตรงไปตรงมาและดุดันนั้นทำเอาลินินถึงกับพูดไม่ออก นัยน์ตาสีเข้มของเขาไม่ได้ซ่อนความปรารถนาเอาไว้เลยแม้แต่น้อย มันสიดประกายวาววับและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงในเตาผิงยามค่ำคืน ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปฏิเสธริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดกั้นด้วยรสจูบอันหนักหน่วงและเร่าร้อนที่เขาโถมเข้าใส่ มันไม่ใช่จูบแห่งการขอร้อง แต่มันคือการประกาศยึดครอง คิรากรขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะสอดแทรกความล้ำลึกผ่านเรียวลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันไล่ต้อนทุกหยาดหยดของสติสัมปชัญญะ ลินินพยายามจะทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่มือข้างหนึ่งของเขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างเธอบดเบียดเข้าหาจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดทำงาน ทำให้ผิวกายของลินินร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงอย่างน่าสมเพช ความตึงเครียดจากบทสนทนาเรื่องบัญชีเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทางเพศที่เข้มข้นจนแทบจะหยดหยดย้อยลงมาได้ รสชาติของกาแฟเข้มข้นที่ติดอยู่ริมฝีปากของเขาผสมปนเปไปกับความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธอ สร้างความมึนเมาที่รุนแรงยิ่งกว่าแอลกอฮอล์ชนิดใดในโลก เมื่อเขาผริมฝีปากออกช้าๆ เพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ ลินินก็หอบหายใจโยนตัวเข้าหาอกกว้าง ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสจากอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าจนกู่ไม่กลับ คิรากรจ้องมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากขณะที่นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้เธอ "คุณดื้อกับผมได้เก่งมากเลยนะครับ ลินิน..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปากของเธออีกครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะพรมจูบไล่ลงมาตามซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี "แต่สุดท้ายแล้ว คุณก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางหนีพ้นมือผมไปได้หรอก" มือหนาเลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวระคนกันของคนทั้งคู่ สติของลินินหลุดลอยไปไกล เธอรู้ดีว่านี่คือเกมอันตรายที่เธออาจจะต้องแลกมาด้วยหัวใจทั้งดวง แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นของเขาสัมผัสลงบนผิวเนื้อนวลเนียน เธอกลับไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอ่ยปากปฏิเสธ ทว่า... ในจังหวะที่คิรากรกำลังจะรุกรานลึกลงไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูห้องอาหารส่วนตัว พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้งติดกันราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้น คิรากรชะงักกึก ใบหน้าคมคายที่เคยเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขาดึงสาบเสื้อของลินินกลับเข้าที่อย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดร่องรอย ก่อนจะหันไปทางประตูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายอันตราย "นายท่านครับ! ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นใต้ดินถูกเจาะ... มีผู้บุกรุกเข้ามาทางท่อระบายน้ำครับ!" เสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้เนื้อหนา ทำให้ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คิรากรกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็น ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและลุ้นระทึกไปพร้อมกันนะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%