กลิ่นหมึกพิมพ์ราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของโคโลญจน์ราคาแพงบนโต๊ะทำงานไม้สักทอง
ตัวเลขแถวสุดท้ายในงบการเงินไม่เคยโกหกใคร เช่นเดียวกับสายตาคู่นั้นที่กำลังจดจ้องมองทุกการขยับปลายนิ้วของผม... ไม่สิ ของลินิน ต่างหากครับ
ปลายปากกาหมึกซึมสีดำสนิทจรดลงบนกระดาษรายงานงบดุลอีกครั้ง ลินินพยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นไหวท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เซฟเฮาส์หลังนี้ไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคิรากร อัลฟ่าผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ทั้งดวง
เขาไม่ได้นั่งมองจากมุมห้อง ทว่าร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาโคลกลับโน้มตัวลงมาประชิดจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอระหง เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวเคลียกรอบหน้าขณะที่เขายื่นมือมาทาบทับลงบนหลังมือของเธอเพื่อบังคับทิศทางการลากเส้น
"คุณกำลังคำนวณพลาดไปสามสิบล้านนะ ลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ถ้อยคำเจือกระแสเยွยหยันแต่น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
"ฉัน... ฉันไม่ได้พลาด คุณก็รู้ว่ายอดนั้นถูกโยกย้ายไปบัญชีลับที่เขตปลอดภาษี" ลินินพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เธอกลืนน้ำมันลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาจากหลังมือ เลื้อยผ่านข้อมือบาง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ชีพจรเต้นระรัว
"ฉลาดมาก เด็กดี..." คิรากรพึมพำชิดผิวเนื้ออ่อน นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขและรหัสลับ "แต่คุณกำลังเล่นกับไฟ เผอิญว่าผมเกลียดคนที่รู้มากเกินไป... โดยเฉพาะคนที่พยายามจะหาทางออกไปจากกรงนี้"
แรงกดดันจากฝ่ามือหนาที่ทาบทับทำให้ลินินต้องเอนหลังพิงแผ่นอกกว้างโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายเฉพาะตัวของอัลฟ่าหนุ่มโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง เหมือนงูหลามตัวมหึมาที่กำลังขดรัดเหยื่อให้จนมุมทีละน้อย สติสัมปชัญญะที่เคยถูกรวบรวมไว้เพื่อตรวจสอบบัญชีเริ่มกระเจิงเมื่อริมฝีปากหยักลึกของเขาแตะลงที่ซอกคอแผ่วเบา
"อื้อ... คิรากร ปล่อยฉันก่อน งานยังไม่เสร็จ" เธอกัดริมฝีปาก พยายามขยับตัวหนีแต่กลับถูกวงแขนแข็งแรงรวบเอวบางไว้แน่นขึ้น
"งานของคุณวันนี้มันจบลงตั้งแต่ผมบอกให้คุณหยุดแล้ว" คิรากรกระซิบเสียงพร่า สัมผัสจากริมฝีปากเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่กดจูบเน้นย้ำลงบนผิวเนื้อนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รอยจูบสีจางประทับทิ้งไว้บนต้นคอขาวราวกับตราประทับความเป็นเจ้าของ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปิดฉากตัวเลขและโลกภายนอกทั้งหมดให้เหลือเพียงแค่เราสองคน
ลินินหอบหายใจสะท้าน เปลือกตาปิดลงชั่วขณะเมื่อความปรารถนาอันดิบเถื่อนเริ่มเข้าครอบงำประสาทสัมผัส ศักดิ์ศรีที่เคยพยายามปกป้องพังทลายลงราบคาบภายใต้สัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อนของเขา เธอยอมจำนนต่อพันธะแห่งความหิวกระหายที่เขาเป็นผู้ขีดเส้นใต้
ร่างบางถูกพลิกให้หันมาเผชิญหน้า คิรากรไม่รอช้าที่จะประทับจูบลงบนริมฝีปากอิ่มที่พยายามต่อต้านในคราแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนเมื่อลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปรานี เสียงหอบหายใจกระเส่าดังคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันยามที่เขาอุ้มร่างเธอขึ้นไปนั่งบนขอบโต๊ะทำงาน เอกสารบัญชีนับร้อยแผ่นปลิวว่อนตกลงสู่พื้นห้องราวกับใบไม้ร่วง
ความเย็นเยียบของไม้สักตัดกับความร้อนระอุของผิวเนื้อที่เบียดเสียด คิรากรแทรกกายเข้ามาระหว่างเรียวขาของเธอ มือหนารวบกลุ่มผมยาวสลวยเพื่อบังคับให้เงยหน้ารับสัมผัสอันดุดัน เสื้อสูทราคาแพงถูกถอดโยนทิ้งอย่างไร้ความใส่ใจ เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นขนัดที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอำนาจ
"คุณมันคนเผด็จการ..." ลินินหอบสะท้าน กระซิบตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะที่มือเรียวขยุ้มบ่ากว้างของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
"และคุณก็ชอบความเผด็จการของผม..." เขาหัวנסในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าหาความปรานีมิได้ ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะเคลื่อนต่ำลงไล่จูบซับหยาดเหงื่อบริเวณไหปลาร้า ขบเม้มผิวเนื้อเนียนจนเกิดรอยสีกุหลาบเด่นชัดเพื่อประกาศิตความเป็นเจ้าของอย่างไร้ข้อกังขา
บทเพลงแห่งความเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางกองเอกสารทางบัญชีที่กระจัดกระจาย ความตึงเครียดของตัวเลขถูกแทนที่ด้วยเสียงครางต่ำและแรงปรารถนาอันลึกซึ้งที่ปะทะกันอย่างดุเดือด ทุกสัมผัส ทุกการสอดประสาน และทุกหยาดเหงื่อคือเครื่องยืนยันว่า ต่อให้ลินินจะฉลาดหลักแหลมเพียงใด เธอก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากวังวนซาตานหนุ่มผู้นี้ไปได้
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่กำลังประสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสามคราอย่างเป็นจังหวะ... ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่มันคือรหัสลับที่ใช้เฉพาะยามฉุกเฉินเท่านั้น
คิรากรหยุดชะงักทันที นัยน์ตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุดันราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นอายอันตราย เขาดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็วโดยไม่ปล่อยให้ลินินได้ตั้งตัว ก่อนจะหันไปมองบานประตูเหล็กนิรภัยที่ถูกล็อกไว้สามชั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"นายครับ..." เสียงทุ้มเครียดของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาผ่านเครื่องอินเตอร์คอม พร้อมกับข่าวสารที่ทำให้ลมหายใจของคิรากรสะดุดลงชั่วขณะ "คนที่คุณตามหา... บุกเข้ามาถึงชั้นใต้ดินของเซฟเฮาส์แล้วครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 9
รอยจูบที่เปื้อนหมึก
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!