เสียงปิดประตูห้องนิรภัยชั้นใต้ดินดังสนั่นสะท้อนก้องไปกับผนังคอนกรีตหนาเตอะ มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความตกใจ แต่เป็นแรงกระแทกจากอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้จนระเบิดออกมา
คิรากรยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าจอภาพวงจรปิดขนาดใหญ่ แสงสีฟ้าจากหน้าจอนั้นสาดกระทบใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนขึ้นสันกราม ดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องเขม็งไปยังภาพเคลื่อนไหวบนจอ ลินินกำลังยืนอยู่ตรงมุมอับสายตาใกล้กับประตูเหล็กกล้า เธอไม่ได้อยู่คนเดียว... เบื้องหน้าเธอคือธน
บอดี้การ์ดหนุ่มมือขวาผู้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยกำลังโน้มตัวลงกระซิบอะไรบางอย่างข้างใบหูของเธอ รอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนริมฝีปากของลินินในขณะที่เงยหน้าขึ้นสบตากับธน มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของอัลฟ่าหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด ยิ่งภาพทั้งสองคนขยับเข้าใกล้กันมากเท่าไหร่ ความหึงหวงอันร้อนรุ่มก็แผดเผาช่องอกของคิรากรจนแทบคลั่ง เปลวเพลิงแห่งความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาให้มอดไหม้
"นายครับ..." เสียงทุ้มเครียดของลูกน้องอีกคนดังขึ้นเบื้องหลัง แต่คิรากรโบกมือปัดตัดบทอย่างไม่ไยดี ร่างสูงใหญ่หมุนตัวกลับด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่พุ่งเข้าตะครุบเหยื่อ ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องควบคุมมุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อลงสู่ชั้นใต้ดินโดยตรง หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อศัตรูที่บุกรุกเข้ามาตามรายงานก่อนหน้านี้ แต่เป็นเพราะภาพหญิงสาวในอาณัติของเขากำลังส่งยิ้มให้ชายอื่นต่างหาก
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพรวดพราดออกไป ลินินสะดุ้งสุดตัวเมื่อเงาตะคุ่มของใครบางคนทาบทับลงมา ธนผงะถอยหลังด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยคำใด มือหนาของคิรากรก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของลินิน แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ
"ปล่อยฉันนะ!" ลินินร้องประท้วง ดวงตากลมโตฉายแววโกรธเคืองเมื่อเงยขึ้นสบกับดวงตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธของเขา "คุณเป็นบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ยคิรากร"
"ใช่... ฉันมันบ้า" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว คิรากรลากแขนเธอให้เดินตามด้วยแรงทั้งหมดที่มีโดยไม่สนใจเสียงท้วงติงของบอดี้การ์ดคนสนิทแม้แต่น้อย "ธน แกออกไปจัดการข้างบน อย่าให้ไอ้หนูสกปรกตัวไหนมันรอดออกไปได้ และอย่าให้ใครหน้าไหนกล้าลงมาเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด!"
"ครับนาย" ธนก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหลือบมองลินินด้วยแววตาเห็นใจแวบหนึ่งแล้วรีบเดินเลี่ยงหายไป
ประตูกระจกนิรภัยของห้องพักรับรองพิเศษถูกกระชากเปิดออกด้วยมือข้างเดียว ก่อนที่ร่างบางของลินินจะถูกเหวี่ยงเบาๆ เข้าไปด้านใน แรงปะทะทำให้เธอล้มลงบนโซฟาหนังแท้ราคาแพง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะทรงตัวลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก็ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างพนักพิงกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์
กลิ่นอายเฉพาะตัวของอัลฟ่าหนุ่มที่ปะปนไปกับความคุกรุ่นทำให้ลินินหายใจไม่ทั่วท้อง เธอพยายามดันไหล่หนาออกแต่ก็ไร้ผล เขาราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันสั่นคลอน
"คุณมีสิทธิอะไรมาลากฉันมาแบบนี้!" เธอเค้นเสียงถามด้วยความโมโห ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้ไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอกแล้วก็ตาม
"สิทธิเหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงของฉัน... และในฐานะที่ฉันเป็นเจ้าของชีวิตของเธอทุกตารางนิ้ว จำไม่ได้แล้วหรือไงลินิน?"
"ฉันไม่ใช่สมบัติของคุณ!" ลินินเชิดหน้าขึ้นเถียง ดวงตาคู่สวยจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันเป็นนักบัญชี ฉันทำงานแลกอิสรภาพ ไม่ได้เอาตัวเข้าแลกเพื่อเป็นทาสรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของคุณ!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง คิรากรนัยน์ตาวาวโรจน์ มือหนาเลื่อนขึ้นบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่นบังคับให้เงยหน้ารับจูบอันดุเดือดที่พุ่งเข้าจู่โจมอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์... การประกาศสิทธิ์อันป่าเถื่อนที่ผสมผสานความหึงหวงและความโหยหาเข้าไว้ด้วยกัน ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้เรียวปากอิ่มสีระเรื่ออย่างไร้ความปรานี บังคับให้เธอยอมจำนนต่อรสสัมผัสอันร้อนแรงที่แสนคุ้นเคย ลินินพยายามเบือนหน้าหนี ส่งเสียงประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอ แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงมหาศาลของอัลฟ่าหนุ่มผู้กุมอำนาจมืด
เมื่อเห็นว่าเธอพยายามต่อต้าน คิรากรจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ มือข้างหนึ่งที่เคยจับคางเปลี่ยนเป็นสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอไว้ให้รับองศาการจูบได้ถนัดขึ้น ขณะที่มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
รสจูบที่เริ่มจากความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกเข้าไปตักตวงความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลินินครางฮือในลำคอ ร่างกายที่เคยเกร็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงทีละน้อย ความต้านทานที่มีมลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจ
สัมผัสของเขาเปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ปลุกเร้าความปรารถนาเร้นลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ให้ตื่นขึ้นมาทีละเปลาะ ลินินหอบหายใจถี่กระชั้น เปลือกตาปิดลงอย่างจำนนต่อความรู้สึกวาบหวามที่กัดกินหัวใจ รสชาติของจูบนี้ทั้งหวานล้ำและอันตรายจนเธอแทบละลายคาอ้อมแขนของเขา
คิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้เธอได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ขณะที่สายตาคมกราบกรานมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบของเธอด้วยความพึงพอใจ
"เก่งนักนะ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ขบเม้มเบาๆ บริเวณซอกคอขาวผ่องจนเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือก "เวลาอยู่กับฉันเธอเก่งแบบนี้เสมอ... แต่ทำไมพอเป็นไอ้ธน เธอถึงได้ส่งยิ้มหวานหยดย้อยแบบนั้นให้มันหึ?"
"เรา... เราแคคุยเรื่องงาน..." ลินินตอบเสียงสั่นพร่า ลมหายใจติดขัดเมื่อมือซนของเขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนอกของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น
"งานเหรอ? ฉันไม่ชอบให้เธอยิ้มให้ใครนอกจากฉัน ลินิน" คิรากรกระซิบเสียงต่ำ ลากไล้ริมฝีปากลงมาตามไหปลาร้าสวย สัมผัสอุ่นร้อนทำให้ขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง "จำไว้... ทุกรอยยิ้ม ทุกเสียงคราง และทุกๆ ลมหายใจของเธอ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป มันเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น"
ความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนแทบหลอมละลาย ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตอันตรายไปสู่บทเพลงรักที่เร่าร้อนอย่างไร้ทางหลีกหนี เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นก็ทำลายภวังค์ความเงียบงันลงทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"นายครับ! แย่แล้วครับ..." เสียงร้อนรนของธนลอดผ่านบานประตูเข้ามา ทำให้คิรากรชะงักกึก ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ
"มีอะไรวะ!" คิรากรคำรามลอดไรฟันด้วยความหัวเสีย ไม่ยอมละมือออกจากเอวคอดของลินิน
"คนที่คุณตามหา... มันไม่ได้บุกมาแค่คนเดียวครับ..." เสียงของธนขาดหายไปครู่หนึ่งราวกับกำลังกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ลมหายใจของคิรากรและลินินหยุดชะงักลงพร้อมกัน "แต่คนที่อยู่ข้างหลังมันตอนนี้... คือ **'สารวัตรภาคิน'** พี่ชายแท้ๆ ของคุณเองครับนาย!"
คิรากรนิ่งค้างไปในทันที นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ขณะที่ลินินหันขวับมามองหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายมหาศาล
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งปรารถนากับผม... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 10
กับดักของกามเทพ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!