เสียงเหล็กกระทบกันในความมืดคือดนตรีเดียวที่คิรากรโปรดปราน มันไม่ใช่เสียงแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นเสียงแห่งการทรยศ
"แกพลาดแล้วไอ้ชาติ"
กระบอกปืนสีดำสนิทจ่อตรงเข้าที่แสกหน้าของคิรากร รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของบอดี้การ์ดมือหนึ่ง ผู้ที่เคยรับใช้ตระกูลมานานนับปี แต่วันนี้กลับยอมขายวิญญาณให้ศัตรูเพื่อแลกกับตัวเลขในบัญชีต่างประเทศ กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งไปทั่วห้องนิรภัยใต้ดินของเซฟเฮาส์ แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความฮึกเหิมของผู้ทรยศให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที ดวงตาสนธยาคู่นั้นมองนิ่งไปยังปลายกระบอกปืนก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยัน
"มึงคิดว่าเงินก้อนนั้น จะมีปัญญาซื้อลมหายใจของมึงไปได้อีกกี่น้ำกัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ราวกับพญาเสือที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลาขุดหลุมฝังศพให้ตัวเอง
ลินินซึ่งถูกพันธนาการด้วยเชือกเส้นบางอยู่มุมห้อง หัวใจของเธอกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความกลัวแล่นริ้วไปทั่วร่างเมื่อปลายกระบอกปืนหันเหทิศทางมาทางเธอในชั่วพริบตา เมื่อไอ้ชาติรู้ว่าเจรจาไม่สำเร็จ มันจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาใช้เธอบีบบังคับอัลฟ่าผู้ไร้พ่าย
"ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้สมองกระจายคามือ ก็วางอาวุธแล้วคุกเข่าลงซะ!" มันคำรามเสียงดัง ลั่นไกปืนเตรียมพร้อม
ทว่า... ในวินาทีที่ความเป็นความตายทับซ้อนกันจนแทบหยุดหายใจ คิรากรไม่ได้ขยับตัวตามคำสั่ง เขากลับพุ่งทะยานเข้าหาความตายด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการคาดเดา
เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องใต้ดิน กระสุนเฉี่ยวหัวไหล่แกร่งจนรอยผ้าสีเข้มขาดวิ่นและหยาดโลหิตสีสดไหลริน แต่มันหาได้หยุดยั้งร่างสูงใหญ่ไม่ คิรากรพุ่งเข้าประชิดตัวไอ้ชาติในพริบตาเดียว มือหนาดั่งคีมเหล็กบีบเข้าที่ข้อมือของมันอย่างแรงจนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ ปืนในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองเธอ" คิรากรคำรามต่ำอย่างดุร้าย นัยน์ตาสيดำสนิทลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ก่อนที่หมัดหนักๆ จะซัดเข้าที่ใบหน้าของผู้ทรยศครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งร่างนั้นทรุดฮวบลงกองแทบเท้า
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง คิรากรยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ไหวระริกจากแรงอารมณ์ เขากวาดสายตากลับมามองหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่มุมห้องทันที
ฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้าไปหาลินินอย่างไม่รีบร้อน เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างของเธอมิดชิด มือหนาเอื้อมไปแก้ปมเชือกที่พันธนาการข้อมือเรียวออกอย่างทะนุถนอม แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความดุดันและเร่าร้อนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหวงอาณาเขต
"กลัวจนตัวสั่นเลยอย่างนั้นหรือ... คนเก่ง" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ขณะที่นิ้วเรียวไล่เกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนของเธอ ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหวาดกลัวจากปากกระบอกปืนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความปรารถนาอันรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของอัลฟ่าหนุ่ม
ลินินเม้มริมฝีปากแน่นพยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเอง "คุณมันบ้า... คุณเกือบตายรู้ตัวไหม"
"ฉันไม่มีวันตาย... จนกว่าจะได้จัดการเธอให้สาสมกับความดื้อรั้นนี่ต่างหาก"
คิรากรไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบลงมาทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนโยน แต่มันดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้สถานการณ์อันตึงเครียด ลินินพยายามทุบตีประท้วงด้วยเรียวแรงอันน้อยนิด แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างจำยอม
ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากัน รสชาติของความตายและเลือดฝาดปะปนอยู่ในรสจูบที่ลึกซึ้งจนสมองของลินินขาวโพลน มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกเป็นไฟ ความตึงเครียดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงขับทางเพศอันดิบเถื่อนที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด คิรากรดันร่างบางจนแผ่นหลังชิดติดผนังเย็นเฉียบของห้องใต้ดิน ก่อนจะแทรกกายเข้าหาอย่างไร้ความปรานี
ร่างทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอายแห่งอันตราย เสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงหยดน้ำที่ไหลรินจากท่อระบายน้ำ สัมผัสที่หนักหน่วง รุนแรง และลุ่มลึก ทำให้ลินินสูญสิ้นสติสัมปชัญญะ เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำเข้ามาดั่งคลื่นพายุ อัลฟ่าหนุ่มครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหลงใหลและกระหายหิว ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเ 사람은ของเขาแต่เพียงผู้เดียว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจระรัว คิรากรซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาว ริมฝีปากหยักลากผ่านผิวเนียนอย่างอ้อยอิ่ง ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงกอดกระชับเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ
ดวงตาสนธยาคมกริบกวาดมองไปทางร่างไร้สติของผู้ทรyศที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่มุมห้องมุมหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะก้มลงกระซิบข้างใบหูของลินินด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องขนลุกซู่ไปถึงกระดูกสันหลัง
"เก่งมาก... ที่เชื่อฟังฉันตั้งแต่แรก" คิรากรเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วโป้งไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างหลงใหล "แต่จำไว้... คนทรยศไม่มีวันได้ตายดี และเธอก็ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้เช่นกัน"
ลินินสะར་เฮือกด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ประตูเหล็กบานใหญ่หน้าห้องใต้ดินก็ส่งเสียง "คลิก" เบาๆ พร้อมกับแสงไฟสว่างวาบที่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 17
สายใยที่พันธนาการ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!