เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 2

กฎเหล็กในที่ลับตา

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ทาบทับลงบนม่านโปร่งแสงของห้องกระจกนิรภัย ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิดิ่งลงจนแทบเยือกแข็ง ลินินยืนหลังแนบชิดติดกำแพงเย็นเฉียบ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองศึก แววตาของเธอฉายชัดถึงความตื่นตระหนกแต่ก็ยังคงความดื้อรั้นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่เราคิดเสียอีกนะ, ที่รัก" เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของคิรากรกระซิบชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง ชายหนุ่มไม่ได้ขยับถอยห่าง เขากลับใช้ท่อนแขนแกร่งในชุดสูทราคาแพงกักตัวเธอไว้ระหว่างผนังห้องกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และฟีโรโมนดิบเถื่อนของผู้ชายทรงอำนาจแผ่ซ่านจนลินินแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นเป็นจังหวะสามครั้งติดต่อกัน ก่อนที่เสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทจะลอดผ่านบานประตูเข้ามา "นายครับ... คนของสมาพันธ์เข้ามาถึงชั้นจอดรถใต้ดินแล้วครับ มันบอกว่าต้องการตัวผู้หญิงคนนั้นคืน" คิรากรไม่แม้แต่จะชายตามองไปทางประตู สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีของเขายังคงจ้องมองลินินไม่วางตา นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานปนอันตราย ราวกับแมวที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อตัวน้อยในกรงขัง "ปล่อยให้พวกมันรอไปก่อน..." คิรากรเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น "บอกให้มันรู้ว่าที่นี่คืออาณาจักรของใคร และถ้ามันอยากได้ของคืน มันต้องมีข้อเสนอที่คุ้มค่ามากพอที่จะแลกกับชีวิตเน่าๆ ของพวกมันเอง" "ครับนาย" เสียงฝีเท้าด้านนอกถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ในกำมือ "คุณต้องการอะไรกันแน่ คิรากร" เธอเค้นเสียงถาม แม้เรียวปากจะสั่นระริกเล็กน้อย "ถ้าพวกมันมาตามหาฉัน ปล่อยฉันไปเสียสิ มันน่าจะง่ายกว่าการเก็บฉันไว้เป็นภาระไม่ใช่หรือไง" คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าโมโห นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยการคุกคามทำให้ลินินต้องเบี่ยงหน้าหนี แต่มือใหญ่อีกข้างกลับคว้าคางอิ่มไว้ บังคับให้เธอกลับมาสบตาเขาตรงๆ "ภาระงั้นหรือ?" คิรากรทวนคำ มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ "สำหรับคนอื่น เธออาจจะเป็นแค่เศษสวะที่พวกมันต้องการกำจัดทิ้ง แต่สำหรับฉัน... เธอกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูไปสู่บัญชีลับนั่น และที่สำคัญไปกว่านั้น..." เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลินินสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "...เรือนร่างและมันสมองของเธอกลายเป็นของฉันโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเซฟเฮาส์หลังนี้แล้ว ลินิน" คำพูดนั้นทำให้เลือดในกายของหญิงสาวสูบฉีดด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้สุดแรง แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน "ฉันไม่ใช่สิ่งของของคุณ!" "อยากพิสูจน์ไหมล่ะ?" คิรากรกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาดำมืดลุ่มลึกจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "ก่อนที่เราจะออกไปรับมือกับพวกหมาบ้าข้างนอกนั้น ฉันมีกฎอยู่ 3 ข้อที่เธอต้องจำให้ขึ้นใจ... และถ้าเธอทำผิดแม้แต่ข้อเดียว ฉันจะลงโทษเธอด้วยวิธีที่ทำให้เธอลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต" ลินินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่นผสมความท้าทาย "ว่ามา... กฎบ้าบออะไรของคุณ" คิรากรโน้มริมฝีปากลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงเข้มงวดจริงจังจนไม่มีช่องให้ต่อรอง "ข้อแรก... ห้ามขัดคำสั่งฉัน ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม ทุกคำพูดของฉันคือประกาศิต" ลมหายใจร้อนผ่าวที่รดรินทำให้ลินินสะท้านเฮือก เธอหลับตาลงชั่วขณะเพื่อตั้งสติ "ข้อสอง... ห้ามมองผู้ชายคนไหนนอกจากฉัน แม้แต่ในยามที่เราต้องเผชิญหน้ากับศัตรู สายตาของเธอต้องมีไว้มองฉันคนเดียวเท่านั้น" สัมผัสจากนิ้วโป้งของเขาที่ลูบไล้กรอบหน้าแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา เริ่มเปลี่ยนเป็นน้ำหนักกดทับที่หนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นจนผิวเนื้อบริเวณนั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ "และข้อสุดท้าย..." คิรากรเว้นจังหวะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ทุกครั้งที่ฉันต้องการ... เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ร่างกายนี้ จิตวิญญาณนี้ และทุกตารางนิ้วของเธอ เป็นของฉัน คิรากร คนนี้คนเดียวเท่านั้น" สิ้นเสียงประกาศิต ร่างสูงก็รวบเอวบางเข้าหาตัวแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง แรงดึงดูดมหาศาลระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนถึงขีดสุด ลินินแทบหมดแรงต้านทานเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาลูบไล้แผ่นหลังเรียวผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสวาบหวามที่สั่นคลอนทุกประสาทสัมผัสทำให้เธอเผลอครางผ่าวในลำคออย่างไม่ตั้งใจ คิรากรไม่รอช้า เขาฉวยโอกาสที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มประกบเรียวปากลงมาบดขยี้อย่างดุดันและเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยอำนาจครอบครองทำให้ลินินแทบละลายคาอ้อมแขน สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างเฉียบคมตอนนี้กลับขาวโพลน มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูบของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิวจนลมหายใจขาดห้วง ความตึงเครียดภายนอกห้องถูกแทนที่ด้วยเพลิงสวาทที่กำลังลุกโชนขึ้นอย่างไม่มีวันดับ ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด คิรากรก็ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตาคมกริบมองผลงานความเร่าห์ร้อนของตนเองด้วยความพึงพอใจ "จำกฎพวกนั้นไว้ให้ดี, ที่รัก..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่ยังคงสั่นระริก ก่อนที่สายตาจะหันขวับไปยังบานประตูห้องกระจกที่จู่ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงอัดกระแทกกระจกนิรภัยจนร้าวเป็นทางยาว พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่พังเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือในความมืดมิด! ---------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%