เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 1

บัญชีที่ไม่มีวันปิดลง

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงในห้องสี่เหลี่ยมทึบตัน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศน่าอภิรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย สำหรับลินินแล้ว ประตูบานหนาที่เพิ่งถูกลงกลอนจากด้านนอกด้วยระบบดิจิทัลเมื่อสิบนาทีที่แล้ว เปรียบเสมือนเสียงดึงสลักระเบิดเวลาที่นับถอยหลังสู่อิสรภาพของเธอทีละวินาที เซฟเฮาส์กลางป่าลึกหลังนี้ถูกโอบล้อมด้วยความเงียบงันของธรรมชาติ แต่มันกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกึกก้องของเมืองหลวง เพราะทุกตารางเมตรที่นี่ถูกควบคุมโดยชายผู้มีนามว่าคิรากร "คุณตรวจสอบเอกสารชุดนั้นมาสามรอบแล้วนะ, คุณลินิน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้องนั่งเล่น คิรากรในชุดสูทสีชาโคลไร้รอยยับนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบสันกรามคมคายและแววตาดุจนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงขัง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว "เพราะตัวเลขในบัญชีพวกนี้มันมีความผิดปกติซ่อนอยู่ค่ะ... อ้อ, ขออภัยค่ะ ผมหมายถึง 'ครับ'" ลินินเผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาด้วยความเคยชิน ก่อนจะรีบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเมื่อดวงตาสีเข้มคู่นั้นหันขวับมาจ้องเขม็ง คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ร่มผ้าขยับเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม เขาย่างสามขุมเข้ามาหาเธอราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนละมองให้จนมุม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก "จำกฎข้อแรกไม่ได้หรือครับ ว่าเวลาอยู่กับผม... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดผิด" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งกระซิบอยู่ข้างใบหู ลินินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ตรงซอกคอจนขนลุกซู่ "ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณ, คิรากร ฉันเป็นแค่... คนที่ถูกคุณบังคับให้มาแก้ปัญหาเรื่องบัญชีที่ฉันไม่ได้ก่อ" ลินินเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างไม่ยอมแพ้ คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ได้เห็นเหยื่อสาวดิ้นรน มือหนาเอื้อมมาคว้าปลายคางมนของเธอไว้ด้วยความรุนแรงพอประมาณ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เธอต้องรับรู้ถึงอำนาจที่เหนือกว่าอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง "ดื้อด้าน... เสียจริงนะ" เขากระซิบเสียงพร่า ปลายเลิกล้อเลียนริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น "แต่รู้ไหมว่า ยิ่งคุณดื้อมากเท่าไหร่... ผมก็ยิ่งอยากทำลายความอวดดีพวกนี้ให้แหลกคามือมากเท่านั้น" สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลูบไล้กรอบหน้าลงมาถึงลำคอระหง ทำให้สติของลินินกระเจิดกระเจิง ร่างกายของเธอสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มผู้นี้ มันเป็นแรงดึงดูดที่น่ารังเกียจแต่กลับเร้าใจจนปฏิเสธไม่ลง "ปล่อยฉัน..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่คิรากรกลับรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างระหว่างเราทั้งคู่ สัมผัสจากแผงอกกว้างที่บดAเบียดกับร่างอรชรทำให้ลมหายใจของลินินขาดห้วง "ถ้าไม่อยากให้บัญชีพวกนี้มีชื่อคนตายเพิ่มขึ้นอีกสักคน... ก็จงก้มหน้าทำหน้าที่ของคุณต่อไปซะ" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปาก รสชาติของความอันตรายอบอวลอยู่ในอากาศ "แต่ถ้างานเสร็จแล้ว... เราค่อยมาเคลียร์ 'บัญชีส่วนตัว' ระหว่างเราสองคนกัน" ยังไม่ทันที่ลินินจะได้เอ่ยปากโต้ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก! เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "นายครับ! สัญญาณเตือนภัยรอบเซฟเฮาส์ถูกแฮก... มีคนกำลังบุกรุกเข้ามาทางป่าด้านหลังครับ!" ดวงตาคมกริบของคิรากรไหววูบไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากในขณะที่เขายังคงตรึงร่างของลินินไว้แนบกาย ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคสุดท้ายข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่เราคิดเสียอีกนะ, ที่รัก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมอำนาจและเสน่หาครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%