เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 14

สัมผัสท่ามกลางพายุ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงฟ้าคำรามลั่นเลื่อนสะเทือนกระจกกันกระสุนบานใหญ่ในเซฟเฮาส์ ม่านฝนด้านนอกกระหน่ำซัดสาดราวกับโลกใบนี้กำลังถูกพิพากษาด้วยความมืดมิด แต่ภายในห้องพักส่วนตัวที่ไร้แสงไฟ มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นเงาร่างของคนสองคนที่กำลังยืนประจันหน้ากันอย่างหมิ่นเหม่ คิรากรไม่ขยับเขยื้อn ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากเหตุการณ์ตึงเครียดก่อนหน้าแผ่ไอความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นของแข็ง ดวงตาคมกริบทอดมองหญิงสาวที่ถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบติดกับบานกระจกเย็นเฉียบ ลินินหายใจหอบถี่ หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะความตื่นตระหนก เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้ผู้ชายตรงหน้าได้เห็น แม้ว่าขาของเธอจะแทบหมดแรงทรุดลงไปกองกับพื้นอยู่แล้วก็ตาม "ดื้อด้าน" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความหงุดหงิดกับความปรารถนาอันดิบเถื่อน คิรากรก้าวเข้าไปประชิด ปิดกั้นทุกช่องทางหนี ปลายรองเท้าหนังราคาแพงแทบจะชิดกับปลายเท้าของเธอ มือหนารlเอื้อมไปทาบลงบนกระจกข้างศีรษะของหญิงสาว กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ "เธอคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ลินิน... เกมที่เดิมพันด้วยชีวิตและความปลอดภัยของตัวเองเนี่ยนะ" "ฉันไม่ได้เล่นเกม..." ลินินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความใกล้ชิดระดับนี้จะทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอจนสั่นสะท้านไปหมด "และฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณมาปกป้องฉันด้วยซ้ำ ปล่อยฉันไปสิคะ... อ๊ะ!" ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ คิรากรก็เคลื่อนตัวเข้าประชิดอย่างไร้รอยต่อ มือหนาเปลี่ยนจากทาบกระจกมาคว้าจับข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะทำให้เธอตระหนักถึงความต่างของพละกำลังได้อย่างชัดเจน นิ้วเรียวอีกข้างของเขาเชยคางมนขึ้นบังคับให้เอบเงີบหน้าสบตา สัมผัสจากปลายนิ้วที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการผ่านสมรภูมิธุรกิจและอำนาจมืดลูบไล้ผ่านแนวคางสั่นระริก ความเงียบงันภายในห้องถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะประสานเป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงฝนด้านนอก "ฉันไม่เคยปล่อยสิ่งที่อยากได้หลุดมือไป..." คิรากรโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูด้านขวา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "และยิ่งเธอพยายามดิ้นหนีมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งทำให้ฉันอยากทำลายความอวดดีพวกนี้ให้แหลกคามือมากเท่านั้น ลินิน" กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา ผสมผสานกับกลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงและหยาดฝนจางๆ ชวนให้รู้สึกมึนเมา ลินินรู้สึกราวกับสติสัมปชัญญะของตัวเองกำลังถูกกัดกร่อนทีละน้อย ความโกรธขึงในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วปลายประสาท สัมผัสจากร่างกายของอัลฟ่าหนุ่มที่แนบชิดติดกันทุกตารางนิ้วทำให้เธอแทบจะหลอมละลาย "คุณมัน... เผด็จการ" เธอพยายามเปล่งเสียงประท้วง แต่เสียงนั้นกลับสั่นพร่าและไร้ซึ่งพลังโดยสิ้นเชิงเมื่อริมฝีปากของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนแทบจะแตะสัมผัสกัน "ใช่... ฉันมันเผด็จการ" คิรากรยอมรับอย่างหน้าตาเฉย มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจในความมืด "และเธอก็รู้ดีว่า ตัวเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมสยบ" สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธออย่างอุกอาจและเร่าร้อน คิรากรไม่ได้รอให้เธออนุญาต แรงจูบที่เปี่ยมไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจทำให้ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาต่อต้านในตอนแรกพยายามผลักไส แต่เมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาเพื่อกวาดต้อนความหวานล้ำ สติอันน้อยนิดของเธอก็พังทลายลงในพริบตา มือที่เคยพยายามขัดขืนค่อยๆ อ่อนแรงลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่กำลังสั่นสะเทือนจากความวาบหวามที่เขาเป็นผู้มอบให้ รสจูบทั้งลึกซึ้งและดุดันดำเนินไปอย่างยาวนาน ท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำด้านนอก คิรากรผ่อนลมหายใจร้อนรุ่มออกมาเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในความมืดที่สลัวราง แววตาของลินินในยามนี้เต็มไปด้วยความจำนนและร่องรอยของความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม มือหนาเลื่อนลงจากข้อมือ มาโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วของเธอ รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบสนิทไม่มีช่องว่าง ความอุ่นร้อนจากเรือนร่างของทั้งสองทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนรู้สึกได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นแรงไม่แพ้กัน ลินินซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ยอมปล่อยให้ความอบอุ่นอันตรายนี้โอบล้อมเธอไว้ในค่ำคืนที่เหน็บหนาว "ตอนนี้... เธอยังคิดว่าตัวเองอยากไปจากที่นี่อยู่ไหม" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากหยักจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อของเธออย่างทะนุถนอมในแบบที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ลินินหลับตาลง ซึมซับสัมผัสและกลิ่นอายของเขา ปล่อยให้ความลุ่มหลงครอบงำจิตใจจนลืมเลือนทุกกฎเกณฑ์ที่เธอเคยตั้งไว้ ทว่า ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังถลำลึกจนกู่ไม่กลับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่บริเวณทางเดินด้านนอกประตูห้องพัก ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่พยายามจะเปิดเข้ามาจากด้านนอก ทั้งที่คิรากรเป็นคนสั่งเด็ดขาดไว้แล้วว่าห้ามใครรบกวนโดยเด็ดขาด คิรากรชะงัก ร่างสูงผละออกจากร่างบางทันที แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดในเสี้ยววินาที มือหนาตวัดหยิบปืนพกเก็บเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันไปมองหน้าประตูด้วยสัญชาตญาณนักล่า ลินินสะดุ้งสุดตัว ความหวาดกลัวสายหนึ่งแล่นแปล๊บขึ้นมาในอก เมื่อเงาร่างผ่านกระจกฝ้าของประตูห้องกำลังบิดตัวเปิดเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเสียงฝนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "นายครับ! ระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกถูกเจาะ... มีคนบุกรุกเข้ามาทางชั้นใต้ดินครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%