เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 12

เกมอำนาจของสองเรา

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ปลายนิ้วเรียวของคิรากรเคาะลงบนพื้นโต๊ะกระจกใสอย่างเป็นจังหวะ เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบงันราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะ ลินินยืนอยู่เบื้องหน้าเขา แผ่นหลังตั้งตรง แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาด้วยความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของอัลฟ่าหนุ่ม แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายดื้อรั้นที่ท้าทายอำนาจมืดของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณต้องการอะไรอีก ลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแฝงไว้ด้วยความคุกคามที่พร้อมจะแหลกสลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า "คุณอยู่ในเซฟเฮาส์ของผม มีชีวิตรอดจากบัญชีมรณะพวกนั้นได้ก็เพราะผม แต่ดูเหมือน... คุณจะเริ่มเรียกร้องมากเกินไปแล้วกระมั้ง" "ฉันไม่ได้เรียกร้องเกินกว่าสิทธิ์ที่ควรจะมีค่ะ... คุณคิรากร" ลินินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รวบรวมความกล้าทั้งหมดเอ่ยสวนกลับ "อิสรภาพครึ่งหนึ่ง... นั่นคือสิ่งที่ฉันควรได้รับ เพื่อแลกกับการไขปริศนาตัวเลขทั้งหมดในเซิร์ฟเวอร์ที่คุณต้องการ ฉันไม่ใช่ทาส และฉันไม่มีวันทำงานให้คนที่คุมขังฉันไว้เหมือนสัตว์ในกรงไปตลอดชีวิตหรอกนะคะ" คำว่า 'ทาส' และ 'สัตว์ในกรง' ทำให้มุมปากของคิรากรกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน นัยน์ตาดุจนักล่าหรี่แคบลง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากอัลฟ่าหนุ่มพุ่งเข้าโถมใส่ร่างบางทันทีจนเธอนิ่งงั้น คิรากรก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างเชื่องช้า ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นกายเฉพาะตัวแผ่ซ่านล้อมกรอบเธอไว้จนแทบไม่มีอากาศหายใจ "อิสรภาพงั้นหรือ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหูของเธอ ปลายนิ้วหยาบกร้านเอื้อมไปแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสายตาที่ร้อนแรงและอันตราย "คุณคิดว่าคุณมีอำนาจอะไรมาต่อรองกับผม ลินิน หื้ม? บัญชีที่คุณถืออยู่ในมือ หรือสมองอันปราดเปรื่องของคุณกันล่ะ ที่ทำให้คุณกล้าต่อรองกับปีศาจอย่างผม" ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่งเมื่อปลายนิ้วของเขาไล้ต่ำลงมาที่ลำคอระหง ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มอย่างจงใจยั่วเย้าให้เธอสูญเสียการควบคุม แม้สติสัมปชัญญะจะร่ำร้องให้ถอยหนี แต่สรีระกลับตอบสนองต่อสัมผัสนั้นอย่างน่าอัปยศ "ถ้าไม่มีฉัน... คุณก็ไม่มีวันเข้าถึงรหัสผ่านชั้นที่สามของเครือข่ายนั้นได้..." เธอยังคงแข็งขืน เปล่งเสียงลอดไรฟันแม้เสียงสั่นพร่า "คุณต้องการบัญชีนั้นเพื่อโค่นล้มคู่แข่งทางธุรกิจของคุณไม่ใช่หรือไงคะ คิรากร" กึด! คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความเยือกเย็นระคนกัน ร่างสูงขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีอีกต่อไป มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางทั้งสองข้างแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด "ฉลาดนักนะ..." เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนสูดดมความหอมหวานที่เขาเสพติด "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง ลินิน... ว่าสิ่งที่คุณใช้ต่อรองกับผมเมื่อครู่ มันทำให้ผม 'อยากได้' คุณมากกว่าเดิมเสียอีก" ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว สัมผัสแรกดุดันและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ลินินพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง แต่แรงมหาศาลของอัลฟ่าหนุ่มทำให้เธอดุจดั่งลูกนกตัวน้อยในกำมือ รสจูบที่ทั้งป่าเถื่อนและเร่าร้อนค่อยๆ หลอมละลายความตั้งใจอันแข็งกร้าวของเธอให้มลายหายไปทีละน้อย ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปในรสจูบที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เลื่อนต่ำลงมาสอดเข้าใต้สาบเสื้อเชิ้ต ปลายนิ้วร้อนผ่าวสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนละเอียดจนร่างบางสะดุ้งเฮือก เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาเมื่อเขาเริ่มลูบไล้แผ่นหลังและบีบเคล้นสะโพกอิ่มอย่างแรงกล้า ความตึงเครียดในห้องทำงานแปรเปลี่ยนเป็นไฟปรารถนาที่แผดเผาทุกตารางนิ้ว ความยินยอมพร้อมใจและความเร่าร้อนหลอมรวมกันเป็นเกมอำนาจที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ คิรากรประคองร่างของเธอขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ความปราณี กวาดเอกสารกระจัดกระจายลงพื้น ก่อนจะแทรกกายเข้ายืนระหว่างเรียวขาของเธอ บดเบียดสَอนสัมผัสผ่านเนื้อผ้าจนเกิดแรงสั่นสะเทือนในช่องท้อง "คุณ... อื้อ... คิรากร..." เสียงเรียกชื่อเขาขาดห้วงเมื่อมือซุกซนของเขาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ด เผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนนุ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ นัยน์ตาคมกริบของเขาเป็นประกายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ "จำใส่ใจไว้ให้ดี ลินิน..." เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มจนเกิดรอยสีKุหลาบจางๆ พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าที่ข้างหู "คุณไม่มีทางได้อิสรภาพไปจากผม... เพราะแม้แต่ลมหายใจของคุณตอนนี้ ก็เป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว" สัมผัสวาบหวามที่ไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ ทำให้สติของลินินหลุดลอย ร่างกายของเธอแอ่นรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างจำนนต่อสัญชาตญาณ ความหวานล้ำและห้วงอารมณ์เสน่หาครอบงำทั้งสองคนไว้จนลืมสิ้นทุกความหวาดระแวงภายนอก... ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและเปลวไฟแห่งความเร่าร้อนที่กำลังโหมกระหน่ำ เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานกลับดังขึ้นกะทันหัน! *ตี๊ด...ตี๊ด...ตี๊ด!* คิรากรชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ขึ้นทันทีในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว ปัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็วราวดาราจักร พลางหันไปมองหน้าจอเซิร์ฟเวอร์ที่ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าเซฟเฮาส์... ปรากฏร่างของชายปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่ง กำลังก้าวผ่านประตูนิรภัยเข้ามาอย่างใจเย็น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ส่งตรงมายังกล้องวงจรปิดราวกับเขากำลังมองหน้าคิรากรอยู่จริงๆ! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%