“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้ริบบิ้นเส้นนี้บาดผิวเนียนๆ ของเธอจนเป็นรอย”
สุรเสียงทุ้มต่ำปนแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหู ปลายนิ้วกร้านหนาของคริสเตียน วอล์คเกอร์ สัมผัสลงบนต้นคอระหงอย่างเชื่องช้า ความเย็นเยียบจากแหวนตราประจำตระกูลที่สวมอยู่บนนิ้วก้อยของเขาตัดกับไอร้อนผ่าวจากผิวกายของรินรดาอย่างรุนแรง หญิงสาวสะท้านเยือก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วคู่นั้นบรรจงผูกสายริบบิ้นผ้าไหมสีดำสนิทของหน้ากากลูกไม้ลายวิจิตรเข้ากับกลุ่มผมนุ่มสลวยของเธอ
“ท่านประธานคะ... แค่ผูกหน้ากาก ไม่จำเป็นต้องยืนประชิดขนาดนี้ก็ได้ค่ะ” รินรดาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว นัยน์ตากลมโตภายใต้ช่องเปิดของหน้ากากหลุบต่ำ ไม่กล้าสบสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากเหล็กสีรัตติกาลของเขา
เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอในลิฟต์ส่วนตัวที่กำลังทะยานขึ้นสู่ชั้นเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรู กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพเงาของคนทั้งคู่... ชายหนุ่มในชุดทักซิโดสั่งตัดสีดำสนิทผู้แผ่กลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจ กับหญิงสาวในชุดราตรียาวผ้าซาตินผ่าข้างสีเขียวมรกตที่เน้นส่วนเว้าโค้งจนชวนให้ลำคอแห้งผาก
“กลัวหรือ?” คริสเตียนไม่เพียงไม่ถอยห่าง แต่เขากลับทาบฝ่ามือลงบนเอวคอดกิ่ว ดึงรั้งร่างบางให้แผ่นหลังแนบชิดกับแผงอกแกร่ง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มใส “คืนนี้เธอต้องยืนข้างฉันในฐานะ ‘เลขาฯ ส่วนตัว’ รินรดา... แต่จำกฎของฉันไว้ให้ดี อย่าสบตาใครนานเกินสามวินาที และถ้ามีไอ้หน้าไหนพยายามจะแตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายก้อย...”
เขาเว้นจังหวะ เลื่อนฝ่ามือขึ้นมาไล้เบาๆ ที่สันกรามมน ปลายนิ้วโป้งกดลงบนกลีบปากอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีไวน์แดงจนยุบลงเล็กน้อย
“...ฉันจะหักมือมันทิ้งตรงนั้น”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาแสดงความเป็นเจ้าของฉันต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้นะคะ” รินรดาเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ “สัญญาของเรา... มันมีผลแค่ในเงามืดไม่ใช่หรือคะ?”
คริสเตียนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึก “สัญญาเป็นของฉัน รินรดา... และฉันคือคนกำหนดว่าเงามืดนั้นจะสิ้นสุดตรงไหน”
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูสีทองอร่ามที่เปิดออก เผยให้เห็นโถงทางเดินโอ่อ่าที่ทอดยาวไปสู่ห้องบอลรูมขนาดมหึมา เสียงเพลงวอลทซ์คลาสสิกและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันแว่วมาตามสายลม คริสเตียนคลายอ้อมแขนออกอย่างเชื่องช้า เปลี่ยนเป็นยื่นท่อนแขนแกร่งให้เธอควงอย่างเป็นทางการ ทว่าแววตาหลังหน้ากากสีดำกลับทอประกายลึกล้ำราวกับหมาป่าที่กำลังพาลูกแกะก้าวเข้าสู่ดงพยัคฆ์
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กรีดเรียวนิ้ววางลงบนท่อนแขนของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เนื้อผ้าชั้นดี เธอเชิดหน้าขึ้น ซ่อนความประหม่าและความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังรอยยิ้มสง่างามที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องบอลรูม บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบเสียงลงไปชั่วขณะ
แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสาดส่องลงมากระทบหน้ากากขนนก ลูกไม้ และทองคำของผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูง ทว่าสายตานับร้อยคู่กลับถูกตรึงไว้ที่จุดเดียว—คริสเตียน วอล์คเกอร์ มาเฟียหนุ่มผู้ไม่เคยควงสตรีใดออกงานสังคม และไม่เคยยอมให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ในระยะประชิด แต่วันนี้ เขากลับก้าวเข้ามาพร้อมกับสตรีลึกลับผู้มีทรวดทรงงดงามสะกดสายตาและท่วงท่าราวกับนางพญาหงส์
เสียงซุบซิบเริ่มดังระงมดั่งคลื่นใต้น้ำ
*‘นั่นใครกัน? ผู้หญิงของวอล์คเกอร์งั้นหรือ?’*
*‘ได้ยินว่าเป็นแค่พนักงานใหม่... แต่ดูมือของเขาสิ นั่นมันไม่ใช่ท่าทางของเจ้านายกับลูกน้องแล้ว!’*
*‘กล้าดียังไงถึงพาผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้ามาเหยียบงานนี้...’*
คำครหาเหล่านั้นไม่อาจเล็ดลอดพ้นประสาทสัมผัสของรินรดา มือบางที่เกาะกุมแขนเสื้อของเขาเริ่มเกร็งแน่น แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ถอยร่น คริสเตียนกลับเลื่อนมือใหญ่ลงมาโอบรอบเอวบางของเธอ ดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามาชิดลำตัวอย่างจงใจ แรงบีบกระชับที่บั้นเอวคือคำสั่งเงียบงันว่าห้ามเธอขยับหนี
“อย่าว่อกแว่ก” เขาโน้มตัวลงกระซิบ ชิดจนปลายจมูกโด่งแทบจะปะทะเรือนผมของเธอ “สายตาพวกมันทำอะไรเธอไม่ได้ ตราบใดที่เธอยังยืนอยู่ข้างฉัน”
“คริสเตียนคะ...”
เสียงหวานหยดย้อยทว่าแฝงความเยียบเย็นดังขัดจังหวะขึ้นเบื้องหน้า รินรดาชะงัก ช้อนสายตามองหญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงที่เดินนวยนาดเข้ามา หน้ากากลูกไม้สีขาวประดับเพชรแท้ไม่อาจซ่อนรอยยิ้มเหยียดหยันและสายตาเคียดแค้นของ ‘มารีญ่า’ ได้แม้แต่น้อย
อดีตคู่หมั้นของคริสเตียนหยุดยืนตรงหน้า ทั้งคู่สบตากันด้วยความตึงเครียดที่ทำให้อากาศรอบบริเวณแทบจะแข็งตัว
“ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เห็นคุณในงานเต้นรำหน้ากาก... แถมยังพา ‘ของเล่นชิ้นใหม่’ มาเปิดตัวอย่างออกหน้าออกตาขนาดนี้” มารีญ่าตวัดสายตาคมกริบมองรินรดาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยประกายตาเหยียดหยาม “รสนิยมต่ำลงไปเยอะเลยนะคะคริสเตียน เดี๋ยวนี้หันมาคว้ากาฝากชั้นต่ำข้างถนนมาสวมชุดหรู ชุบตัวเป็นเลขาฯ ส่วนตัวเพื่อบังหน้าอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้รินรดาหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ฝ่ามือของเธอเย็นเฉียบ แต่ศักดิ์ศรีที่ยังหลงเหลือทำให้เธอไม่ยอมก้มหน้าหลบสายตา
“ขอประทานโทษนะคะคุณมารีญ่า” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง “ดิฉันมาที่นี่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของคุณวอล์คเกอร์ และเท่าที่จำได้ ในบัตรเชิญไม่ได้ระบุไว้ว่าการทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์คือเรื่องของกาฝากชั้นต่ำ... หรือว่ามาตรฐานของคุณมารีญ่าวัดคนที่ความริษยาคะ?”
ดวงตาของมารีญ่าวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ มือเรียวที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริก “นังชั้นต่ำ! แกกล้าดียังไง—!”
“มารีญ่า.”
เพียงคำเดียวสั้นๆ จากริมฝีปากหยักลึกของคริสเตียน บรรยากาศรอบข้างก็พลันลดอุณหภูมิลงจนติดลบ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตวาด ไม่ได้ขึ้นเสียง ทว่ามันกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจสังหารที่ทำให้มารีญ่าชะงักค้าง ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“การที่เธอยังมีลมหายใจยืนอยู่ในงานนี้ได้ เป็นเพราะความเมตตาที่ฉันมีต่อบิดาของเธอ” คริสเตียนก้าวขึ้นมาบดบังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่ง แววตาหลังหน้ากากมืดมิดไร้ก้นบึ้ง “ถอยไป... ก่อนที่ฉันจะสั่งให้คนลากตัวเธอออกไปทิ้งข้างถนน และทำให้ตระกูลของเธอต้องล่มจมภายในคืนนี้”
มารีญ่าหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก เธอจ้องมองคริสเตียนสลับกับรินรดาด้วยความชิงชังสุดขีด ก่อนจะสะบัดหน้าหมุนตัวเดินหนีไปพร้อมกับเสียงกระแทกส้นสูงที่บ่งบอกถึงความเคียดแค้น
เสียงดนตรีวอลทซ์จังหวะที่สองเริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้งอย่างแช่มช้า ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อทั้งงานที่จับจ้องมองความเด็ดขาดของชายหนุ่ม คริสเตียนไม่ได้สนใจผู้ใดทั้งสิ้น เขาหันกลับมาประจันหน้ากับรินรดา ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ยังคงซีดขาวเล็กน้อย
“กล้าดีนี่” นิ้วแกร่งเชยคางมนขึ้น สบตากับเธออย่างลึกซึ้ง “แต่บทลงโทษของการทำตัวเด่นเกินหน้าที่... คือเธอต้องเต้นรำกับฉันจนจบเพลงนี้”
“คุณวอล์คเกอร์คะ คนมองเราทั้งงานแล้ว...”
ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ คริสเตียนคว้ามือบางขึ้นมาแนบอก ก่อนจะรวบเอวคอดกิ่วดึงร่างเธอเข้ามาชิดแนบแน่นจนไร้ช่องว่าง ลากเธอเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำใจกลางห้องบอลรูม ท่วงท่าการขยับกายของเขาทรงพลัง เผด็จการ แต่กลับนุ่มนวลและชวนลุ่มหลงจนรินรดาแทบจะลืมวิธีหายใจ กลิ่นหอมของไม้ซีดาร์และไอเย็นเฉพาะตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้จนมึนเมา
ทุกสายตาในงานต่างมองมาที่พวกเขาราวกับภาพสะกด... ไม่มีใครเชื่ออีกต่อไปว่านี่คือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง เพราะประกายไฟในแววตาที่คริสเตียนใช้มองหญิงสาวในอ้อมกอด มันคือสายตาของราชสีห์ที่พร้อมจะฉีกทึบเหยื่อ และหวงแหนเธอเหนือสิ่งอื่นใดในโลก
เพลงวอลทซ์หมุนวนพาพวกเขาลอยล่องมาจนถึงมุมมืดใกล้ระเบียงหินอ่อน แสงไฟสลัวรางทอดเงาบดบังคนทั้งคู่จากสายตาภายนอก
“จำไว้ รินรดา...” คริสเตียนกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากร้อนผ่าวเฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด “ไม่ว่าคนอื่นจะมองว่าเธอเป็นอะไร แต่ในค่ำคืนนี้... เธอเป็นของฉัน”
หัวใจของรินรดากระตุกไหวอย่างรุนแรง ทว่าในวินาทีที่ร่างของทั้งคู่หมุนผ่านม่านกำมะหยี่สีเข้ม บริกรสวมหน้ากากปริศนาคนหนึ่งกลับเดินเฉียดเข้ามาชนไหล่เธออย่างแผ่วเบา
สัมผัสเย็นเยียบของกระดาษแผ่นเล็กถูกยัดใส่มือที่สวมถุงมือซาตินของรินรดาอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ก่อนที่ร่างของบริกรคนนั้นจะกลืนหายไปในฝูงชนอย่างไร้ร่องรอย
รินรดาชะงักงัน จังหวะก้าวสะดุดลงชั่วขณะ เธอแอบคลี่กระดาษแผ่นนั้นดูภายใต้ความมืดของมุมระเบียง ลายมือที่เขียนด้วยหมึกสีดำตวัดอย่างคุ้นตา—มันคือลายมือของน้องชายเธอที่ควรจะนอนรักษาตัวอย่างปลอดภัยอยู่ในโรงพยาบาลภายใต้การคุ้มครองของคริสเตียน!
ข้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียวบนกระดาษแผ่นนั้น ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบจนแข็งค้าง:
*‘พี่ริน หนีไปเดี๋ยวนี้... คริสเตียน วอล์คเกอร์ คือคนที่สั่งฆ่าพ่อของเรา!’*
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับรอยแผลและเสน่หาอันตรายของคริสเตียนกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยรักจากมิดไนท์คิสค่ะ
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงหน้ากาก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!