พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 6

บททดสอบความอดทน

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
ถาดกระเบื้องเคลือบสีขาวในมือของรินรดาไม่ได้สั่นไหวด้วยความหวาดกลัว... แต่มันสั่นด้วยความโกรธที่หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นเอาไว้จนข้อนิ้วเรียวขึ้นสีขาวซีด กลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำยาทำความสะอาดผสมแอมโมเนียลอยเข้าจมูกจนแสบโพรงจมูก แต่สิ่งที่แทงลึกเข้าถึงขั้วหัวใจยิ่งกว่ากลับไม่ใช่กลิ่นเคมีเหล่านั้น หากแต่เป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากของ ‘วิคตอร์’ มือขวาคนสนิทของคริสเตียน ที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายอารมณ์ "คุณวอล์คเกอร์ไม่ได้สั่งให้ฉันมาขัดพื้นห้องโถงใหญ่ค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าหนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องไปทั่วห้องรับแขกโอ่โถงที่ปูด้วยหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้มีแผลเป็นจางๆ พาดผ่านหางคิ้ว เขากำลังมองเธอราวกับเธอกำลังเล่นละครฉากหนึ่งให้เขาดูแก้เบื่อ "แต่บอสสั่งให้ดูแลความเรียบร้อยของที่นี่... และผมคิดว่ารอยเปื้อนบนพรมเปอร์เซียผืนนั้น มันทุจริตสายตาเหลือเกินครับคุณรินรดา" วิคตอร์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'ดูแล' ด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เย้ยหยัน พลางพยักเพยิดไปยังคราบกาแฟสีเข้มที่ถูกจงใจราดลงกลางผืนพรมราคาแพงลิบลิ่ว ซึ่งเธอมั่นใจอย่างยิ่งว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากความซุ่มซ่ามของแม่บ้านคนไหนแน่นอน นี่คือบททดสอบ... มิดไนท์คิสรู้ดีว่ารินรดากำลังเผชิญหน้ากับอะไร คริสเตียนไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นแค่ 'นกน้อยในกรงทอง' เขากำลังทดสอบความอดทน ความยโส และศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่ของผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในอาณาจักรวอล์คเกอร์ด้วยสัญญาแลกเปลี่ยน เพื่อดูว่าเธอกล้มกลืนเลือดท่ามกลางคมเขี้ยวของฝูงหมาป่าได้มากแค่ไหน รินรดาวางถาดลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างช้าๆ เคลื่อนไหวด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้เอ่ยปากฟ้องร้อง แม้ในใจจะรู้ดีว่าเบื้องหลังคำสั่งกลั่นแกล้งเหล่านี้ ย่อมมีสายตาคู่คมสีเทาชาเย็นเยียบของคริสเตียนคอยมองดูความพินาศของเธอผ่านกล้องวงจรปิดสักแห่งในคฤหาสน์หลังนี้ "ถ้าพรมผืนนี้มันระคายเคืองสายตาคุณนัก... ทำไมคุณถึงไม่จัดการมันด้วยตัวเองล่ะคะ หรือว่ามือที่เคยถือแต่ปืนของคุณ มันไม่มีแรงแม้แต่จะซักผ้าขี้ริ้วเสียแล้ว" วิคตอร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าคมเข้มจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาพิจารณาที่ลึกซึ้งขึ้น เขารู้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของนายเหนือหัวมักจะแตกสลายภายในสามวันแรกด้วยน้ำตาและการอ้อนวอน แต่รินรดากลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น สลัดผ้ากันเปื้อนออกอย่างไม่ไยดี แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ น้ำยาทำความสะอาดถูกเทลงบนคราบสกปรก กลิ่นฉุนจัดตีรวนขึ้นมาจนหญิงสาวต้องกะพริบตาไล่หยดน้ำใสที่เอ่อคลอเพราะความแสบระคายเคือง มือเรียวออกแรงขัดถูซ้ำแล้วซ้ำเล่า เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและลำคอระหง เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มหลุดลุ่ยตกลงมาเคลียคลอข้างแก้มเนียน ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคฤหาสน์ บรรยากาศกลับอึมครึมและเยียบเย็นยิ่งกว่าห้องโถงเบื้องล่าง คริสเตียน วอล์คเกอร์ นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีราคาแพง สายตาคมกริบจดจ้องภาพจากจอแท็บเล็ตความละเอียดสูงที่ฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในห้องโถงอย่างชัดเจน นิ้วเรียวหนาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่น่ากลัว ทุกการเคลื่อนไหว ทุกหยดเหงื่อ และทุกประกายความดื้อรั้นในดวงตาคู่สวยของรินรดาถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของเขาอย่างไร้รอยต่อ "นายหญิงคนใหม่ของท่านดูจะอึดกว่าที่คิดนะครับ บอส" เสียงทุ้มต่ำของมารีญ่าที่เดินน่องเข้ามาจากมุมมืดของห้องดังขึ้น เธอสวมชุดเดรสผ้าไหมเข้ารูปสีแดงเพลิง ขับเน้นเรือนร่างเย้ายวนและรอยยิ้มร้ายกาจที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากอิ่ม "ปล่อยให้วิคตอร์เล่นสนุกแบบนั้น เดี๋ยวเธอก็ทนไม่ไหวหนีไปเองหรอกค่ะ... หรือท่านกลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะทนทานจนทำให้หัวใจด้านชาของคุณสั่นคลอนกันแน่?" คริสเตียนไม่แม้แต่จะปรายตาแลอดีตคู่หมั้นสาว เขาเพียงแต่ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ของเหลวสีอำพันไหลผ่านลำคอแกร่ง ทิ้งความร้อนผ่าวไว้เบื้องหลัง ขณะที่ดวงตาสีเทาเข้มยังคงจับจ้องภาพหญิงสาวที่กำลังนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้นพรมเปียกชุ่ม "เธอยังไม่รู้จักคำว่าพินาศดีพอ... มารีญ่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก "ถ้าแค่นี้ทำให้เธอยอมจำนนไม่ได้ แสดงว่าเกมนี้มันอาจจะสนุกกว่าที่ฉันคิด" ตัดกลับมาที่ห้องโถงใหญ่ รินรดายังคงก้มหน้าก้มตาจัดการกับรอยเปื้อนที่เริ่มจางลง แม้หัวเข่าทั้งสองข้างจะระบมเพราะแรงกดทับบนพื้นแข็ง แต่มือของเธอกลับไม่ยอมหยุดนิ่ง วิคตอร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะโยนผ้าขนหนูผืนใหมลงตรงหน้าเธอ "พอได้แล้วครับ... คุณชนะการทดสอบรอบนี้แล้ว" เสียงของมือขวาหนุ่มไม่ได้มีแววเยาะเย้ยอีกต่อไป หากแต่เจือด้วยความนับถือจางๆ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึม "นายท่านรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัวชั้นสาม... อย่าปล่อยให้ท่านต้องรอนานจะดีกว่านะครับ" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟแห่งความท้าทายที่ทำให้วิคตอร์ถึงกับต้องเบือนหน้าหนี เธอยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ขมับออกลวกๆ ก่อนจะก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้เสียงฝีเท้า ความเหนื่อยล้าถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะคุ้มกันที่หนาแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น แต่มันก็ถูกระคนด้วยความกระหายที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายผู้เป็นเจ้าของกรงทองแห่งนี้ หน้าประตูไม้บานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะทั้งหมดเธอยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะ แต่วินาทีนั้นเอง... ประตูบานหนักก็ถูกกระชากเปิดออกโดยคนด้านในอย่างแรง แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปในห้องโดยไม่ทันตั้งตัว และก่อนที่เธอจะได้ทรงตัวได้ทัน แผ่นหลังบอบบางก็ถูกกระแทกเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิทลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับวงแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กที่ยกขึ้นกักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมกอดและแผ่นไม้เย็นเฉียบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นวิสกี้ราคาแพงพุ่งเข้าปะทะจมูกทันที รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าคมคายของคริสเตียนอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นดุดัน ลึกล้ำ และกำลังจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินทั้งตัวและวิญญาณ "เธอคิดจะเล่นเกมอะไรกับฉันกันแน่... รินรดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอระหงทำให้ขนกายของเธอลุกชันไปหมด "ทนได้ทุกอย่างอย่างนั้นเหรอ... แม้กระทั่งการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีที่เธอหวงนักหวงหนา?" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกล้าพอที่จะสบตากับเขาตรงๆ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล "ถ้าการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน... มันแลกกับการที่ครอบครัวของฉันปลอดภัย คุณจะทำอะไรฉันก็เชิญค่ะ!" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความท้าทายและดื้อรั้นนั้นทำให้มุมปากของคริสเตียนกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา "งั้นเหรอ..." นิ้วเรียวหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านผิวแก้มเนียนอย่างจงใจทรมาน "ในเมื่อเธอกล้าท้าทายอำนาจของฉันถึงขนาดนี้... งั้นคืนนี้ เรามาดูกันว่าความอดทนของเธอ กับความต้องการของฉัน... อย่างไหนมันจะหมดลงก่อนกัน" คำพูดกำกวมพร้อมกับสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงยังไม่ทันได้ประมวลผล เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน ก่อนที่เสียงหวานแหลมของมารีญ่าจะดังทะลุบานประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คริสเตียนคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... คนของเราที่ส่งไปเฝ้าคลังสินค้าที่ท่าเรือ ถูกถล่มจนราบคาบ... และพวกมันทิ้ง 'สัญลักษณ์' บางอย่างไว้ให้คุณดูค่ะ!" คริสเตียนชะงัก ร่างสูงที่กำลังโน้มเข้าหาหญิงสาวผละออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเทาเข้มแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา เขาก้มลงมองรินรดาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะหันหลังเดินผละไปยังโต๊ะทำงานเพื่อคว้าโทรศัพท์มือถือ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงมุมห้อง หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของมาเฟียหนุ่ม และในวินาทีที่คริสเตียนกดรับสายพร้อมกับสีหน้าที่มืดมนลงกว่าเดิม ประตูห้องทำงานอีกด้านหนึ่งที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงมืดทึบก็ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดเบาๆ... พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิทที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง และปลายกระบอกเก็บเสียงที่จ่อตรงมาที่หลังของคริสเตียนพอดี! "อย่าขยับ... วอล์คเกอร์" เสียงแหบพร่ากระซิบเยือกเย็นมาจากความมืด ด้วยรักจากมิดไนท์คิสค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%