“มารีญ่ากล้าทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ...”
เสียงทุ้มต่ำของคริสเตียนสั่นพร่าด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดกลั้น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นวาวโรจน์ท่ามกลางความมืดมิดในห้องทำงานส่วนตัว รินรดามองดูร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างของเขากำลังสั่นไหวน้อยๆ ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในใจ
“ฉัน... ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อค่ะ แต่หลักฐานทุกอย่างที่ท่าเรือชี้ไปที่เธอคนเดียว” รินรดาเอ่ยเสียงเบา มือบางกำเข้าหากันแน่น ความห่วงใยที่เธอมีต่อชายหนุ่มตรงหน้ามันล้นปรี่จนเจ็บแปลบในอก
คริสเตียนหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาไม่ได้ฉายชัดถึงความโกรธเกรี้ยวเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับมีความ ‘เปราะบาง’ บางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงจนน่าใจหาย เขาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวหรู มือหนายกขึ้นกุมขมับแน่นราวกับพยายามหยุดยั้งอาการปวดศีรษะที่จู่โจมอย่างกะทันหัน
“คริสเตียนคะ? คุณเป็นอะไรไปคะ?” รินรดารีบปราดเข้าไปใกล้ แต่เขากลับยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทางทรมาน
“ออกไป... รินรดา ออกไปจากที่นี่!”
เสียงคำรามต่ำนั้นแหบแห้ง ก่อนที่เขาจะฟุบลงไปกับโต๊ะทำงาน ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่และติดขัด รินรดาไม่ฟังคำสั่ง เธอรีบเข้าไปประคองร่างหนาที่เริ่มกระตุกเกร็ง คริสเตียนไม่ได้สติอีกต่อไป เขาเริ่มพึมพำถ้อยคำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึก
“อย่า... อย่าจุดไฟ... อย่าเผาแม่...”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่แผ่ออกมาจากร่างกายของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เขากำลังฝันร้าย... ฝันร้ายที่ดูเหมือนจะลากตัวเขาลงไปในหลุมดำแห่งความทรงจำที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้
ท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์หรู คริสเตียนละเมอออกมาเป็นระยะ ภาพจำในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยอำนาจและเงินตรากำลังถูกเพลิงแห่งความทรงจำปลุกให้ฟื้นคืน คริสเตียนในวัยเด็กกำลังกอดรัดตัวเองอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ เสียงกรีดร้องของมารดาในคืนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพของเขาเสมอมา มันไม่ใช่แค่เรื่องของท่าเรือ แต่มันคือการขุดรากถอนโคนบาดแผลที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายสิบปี
“พ่อ... อย่าทิ้งผมไว้ในกองเพลิง...”
คริสเตียนสะดุ้งสุดตัว มือใหญ่คว้าต้นแขนของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกเจ็บ แต่เธอไม่มีความคิดที่จะสะบัดออก รินรดานั่งลงข้างๆ เขาก่อนจะโอบกอดร่างที่สั่นเทาเอาไว้แนบอก ปลอบประโลมด้วยสัมผัสที่แผ่วเบาที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้
“ฉันอยู่นี่ค่ะคริสเตียน... ไม่มีไฟ ไม่มีใครทำร้ายคุณได้แล้วนะคะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ค่อยๆ ผ่อนคลายลงของคริสเตียน รินรดาเฝ้ามองใบหน้าที่มักจะดูดุดัน บัดนี้กลับดูอ่อนแอและน่าสงสารราวกับเด็กหลงทาง เธอเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า ทำไมเขาถึงต้องสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก เพราะข้างในนั้น... มันมีเพียงเถ้าถ่านของอดีตที่รอวันมอดไหม้
ทว่าในขณะที่เธอคิดว่าทุกอย่างกำลังจะสงบลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงเคาะจังหวะที่ฟังดูคุ้นหูและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นคนรับใช้ในบ้าน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
“ขอประทานโทษนะคะคุณคริสเตียน ดิฉันทราบว่าคืนนี้คุณคงจะนอนไม่หลับ...”
เสียงของมารีญ่าดังลอดเข้ามา ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกช้าๆ แม้คริสเตียนจะสั่งห้ามผู้ใดรบกวน แต่หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงกลับก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนนางพญา แต่มันกลับแฝงไปด้วยคมมีดที่ซ่อนอยู่
มารีญ่าหยุดชะงักเมื่อเห็นรินรดาที่กำลังกอดปลอบคริสเตียนอยู่บนโซฟา นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความริษยา ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจจอมปลอม
“แหม... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาที่แสนหวานนะคะ” เธอหยุดยืนตรงหน้าทั้งคู่ “แต่บังเอิญว่ามีคนส่ง ‘ของขวัญ’ ชิ้นพิเศษมาให้คุณที่หน้าคฤหาสน์ ของขวัญที่รับรองว่า... คืนนี้คุณจะไม่มีวันลืมบาดแผลในใจที่เพิ่งละเมอออกมาเมื่อสักครู่ได้เลย”
คริสเตียนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยพร่าเลือนกลับมาคมกริบและดุดันอีกครั้ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแม้จะยังมึนงงกับการตื่นจากฝันร้าย เขาหันไปมองมารีญ่าด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
“แกทำอะไรลงไปอีก มารีญ่า!”
มารีญ่าเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดวิดีโอคอลส่งไปที่หน้าจอโปรเจกเตอร์กลางห้อง ภาพบนจอปรากฏให้เห็นกล้องวงจรปิดจากโกดังที่เพิ่งถูกเผาไป ทว่ามันไม่ใช่แค่ภาพโกดัง... แต่เป็นภาพ ‘ใครบางคน’ ที่คริสเตียนรักที่สุดกำลังถูกมัดไว้ท่ามกลางวงล้อมของถังน้ำมันที่รอวันระเบิด!
รินรดายกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในจอภาพนั้นชัดเจน
“คุณแม่...” คริสเตียนคำรามลั่นเมื่อเห็นหญิงสูงวัยในภาพ
มารีญ่าก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ถ้าคุณยังอยากให้คนที่คุณรักรอด... ก็จงเลือกว่าจะเผาทิ้งทั้งเป็นเหมือนที่พ่อคุณเคยทำกับแม่ของฉัน หรือจะยอมก้มหัวให้ฉันแต่โดยดีตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!”
คริสเตียนนิ่งงัน เลือดในกายของเขาเดือดพล่านพล่านพล่าน... เกมนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการชำระแค้นที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ รอยยิ้มและกำลังใจของทุกคนคือพลังที่สำคัญที่สุดสำหรับมิดไนท์คิสค่ะ
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 30
ฝันร้ายในอดีต
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!