พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 11

จุดเปลี่ยนเล็กๆ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
“ถอยไปให้ห่างจากรอยแยกนั่น รินรดา!” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคริสเตียนตวาดก้อง บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเท้าพ้นกรอบประตูเหล็กกล้าเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดสีนิลราวกับกลืนหายไปกับความมืดมิดของห้องใต้ดิน พุ่งปราดเข้ามาคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ก่อนจะเหวี่ยงร่างบางไปไว้ด้านหลังของเขาอย่างไม่เบามือนัก รินรดาเซถลาไปปะทะกับแผ่นหลังกว้างที่แข็งแกร่งดั่งหินผา กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาโชยเข้าจมูก ทว่าเธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *เคร้ง!* ตามมาด้วยเสียงหวีดหวิวของวิถีกระสุนที่เจาะทะลุผ่านความมืดเข้ามาเฉียดไหล่ของเธอไปเพียงไม่กี่นิ้ว “กรี๊ด!” รินรดาอุทาน เสียงสั่นเครือหลุดออกมาจากลำคอ “เงียบซะ” คริสเตียนสั่ง กระชับปืนพกกระบอกเล็กในมือที่เธอไม่ทันสังเกตเห็นว่ามันถูกชักออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวในยามค่ำคืนของเขาจ้องเขม็งไปยังเงามืดมุมห้องที่ใครบางคนกำลังหลบซ่อนอยู่ “คริสเตียน... คุณหลบกระสุนนัดนี้ได้ แต่คุณจะหลบพ้นความจริงที่ว่าคุณเลือก ‘ผู้หญิงชั้นต่ำ’ มาแทนที่ฉันได้อย่างไรคะ?” เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ฟังดูบาดหูแทรกตัวออกมาจากเงามืด ร่างระหงของมารีญ่าก้าวออกมาเผยให้เห็นชุดราตรีสีแดงสดที่ดูราวกับเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นเย็นเยียบ เธอควงปืนในมือด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ราวกับว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่เป็นเพียงแค่การหยอกล้อในงานเต้นรำ คริสเตียนไม่ขยับไหวติง แต่รินรดาสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวอยู่ใต้เสื้อสูทของเขา ชายหนุ่มเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนาวเหน็บลงไปอีกหลายองศา “คนอย่างเธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะ มารีญ่า” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่ทำให้ผู้ฟังต้องขนลุก “ยังคงทำตัวเป็นกาฝากที่พยายามจะเกาะกินชีวิตคนอื่นอยู่ร่ำไป” “ถ้าฉันเป็นกาฝาก คุณก็คือเจ้าของต้นไม้ที่กำลังจะเหี่ยวเฉาเพราะเน่าเฟะจากภายใน!” มารีญ่าโต้กลับ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน “ดูผู้หญิงคนนี้สิ คริสเตียน... เธอสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่แล้วด้วยซ้ำ เธอเป็นได้แค่ภาระที่คุณต้องแบกไว้ในวันที่คุณเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด!” คริสเตียนขยับกายบังรินรดาจนมิดชิด ความอบอุ่นจากร่างของเขาแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้ามายังเธอ แต่มันกลับไม่ใช่ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอถวิลหา เพราะในตอนนี้ หัวใจของเธอกลับเต้นรัวด้วยความตระหนก—ไม่ใช่เพราะกลัวความตาย แต่เพราะเธอเริ่มรับรู้ถึง ‘ความลับ’ ที่คริสเตียนพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าว “รินรดา” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ โดยไม่หันกลับมามอง “ฟังผมให้ดี... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ อย่าก้าวออกมาจากหลังผมเด็ดขาด เข้าใจไหม?” “แต่คริสเตียน...” “ผมบอกให้เข้าใจไหม!” เขาตวาดกลับมาอีกครั้ง น้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้นทำให้รินรดาต้องเม้มปากแน่น เธอทำได้เพียงพยักหน้าและเกาะชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่น “น่าซึ้งใจจริง” มารีญ่าแค่นหัวเราะ ก่อนจะเล็งปลายกระบอกปืนมาที่ทั้งคู่ “งั้นเรามาดูกันว่า ‘พันธะ’ ของพวกคุณจะแน่นหนาพอที่จะกันกระสุนได้ไหม” ในจังหวะที่มารีญ่าเหนี่ยวไก คริสเตียนตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาศัตรู แต่กลับคว้าตัวรินรดาแล้วหมุนตัวไปอีกทาง พร้อมกับถีบโต๊ะเหล็กหนักที่วางอยู่ใกล้ๆ ให้ล้มลงมาเป็นเกราะกำบัง กระสุนปืนเจาะทะลุโต๊ะดัง *ปัง! ปัง!* จนเศษเหล็กกระเด็นใส่เสื้อผ้าของทั้งคู่ “วิ่งไปที่ประตูทางออกด้านหลัง!” คริสเตียนตะโกนสั่ง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดขาด “อย่าหันกลับมามอง ถ้าอยากรอด!” รินรดารู้สึกถึงหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม เธอตัดสินใจปล่อยมือจากเสื้อของเขาแล้ววิ่งฝ่าความมืดออกไปตามทางที่เขาสั่ง ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะพ้นประตูเหล็กนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ทำให้ฝีเท้าของเธอต้องหยุดชะงักลง “คิดว่าหนีไปได้เหรอ รินรดา?” เสียงของมารีญ่าไม่ได้ดังมาจากด้านหลัง แต่ดังมาจากข้างหน้า... บริเวณโถงทางเดินมืดมิดที่เธอต้องวิ่งผ่านไป รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของหญิงสาวอีกคนที่แต่งกายเหมือนกับมารีญ่าทุกกระเบียดนิ้วก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมมีดสั้นในมือ “ฉันไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ” เสียงจากด้านหน้าและด้านหลังประสานกันอย่างน่าสะพรึงกลัว “คริสเตียนปกป้องเธอได้แค่ ‘คนเดียว’... แต่เขาลืมไปว่าวันนี้มี ‘พวกเรา’ มารอส่งเขากลับลงไปในนรกที่เขาจากมา” คริสเตียนพุ่งตัวออกมาจากที่กำบัง เห็นรินรดาถูกล้อมไว้ด้วยเงาร่างสองร่างที่หน้าตาเหมือนกันจนแยกไม่ออก เขากัดฟันกรอด ความกลัวที่เขาพยายามกดทับไว้ในใจตลอดหลายปีกลับมาปะทุอีกครั้ง ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าคนที่เขาเพิ่งจะเริ่ม ‘รู้สึก’ จะต้องมาจบชีวิตลงเพราะอดีตที่ตามมาหลอกหลอนเขาไม่สิ้นสุด คริสเตียนลดปืนลงช้าๆ พลางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่หนักแน่น “วางมีดลงซะ... แล้วฉันจะปล่อยให้พวกเธอมีชีวิตอยู่ต่อ” ทว่าเงาร่างหนึ่งหัวเราะร่า ก่อนจะพุ่งมีดสั้นเข้าหาคริสเตียนอย่างรวดเร็วราวกับอสรพิษ ในวินาทีที่ใบมีดสีเงินวาววับกำลังจะกรีดผ่านผิวเนื้อของคริสเตียน รินรดาก็ตัดสินใจทำสิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องตะลึง... เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่เธอกลับกระชากแจกันเหล็กที่ตั้งอยู่บนชั้นวางข้างประตู แล้วฟาดเข้าใส่ศีรษะของเงาร่างที่อยู่ตรงหน้าอย่างสุดแรงเกิด! *เพล้ง!* เสียงแจกันแตกกระจายพร้อมกับเสียงร้องโอดโอยของหญิงสาวที่ถูกทำร้าย คริสเตียนชะงักค้าง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความตกตะลึงอย่างที่สุดขณะมองแผ่นหลังของรินรดาที่ยืนหอบหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเธอ แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินที่เธอเพิ่งวิ่งผ่านมา แสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาวสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งที่คุ้นหู “วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้! นี่คือเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ!” รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองคริสเตียนที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคมคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับหันมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกของเธอพังทลายลงในพริบตา “นั่นไม่ใช่ตำรวจ... แต่เป็น ‘คนของพ่อฉัน’ ที่ตามมาทวงคืนทุกอย่าง... รวมถึงตัวเธอด้วย” มิดไนท์คิสขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและคริสเตียนมาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%