“ถอดมันออกเดี๋ยวนี้ รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยคำสั่งดุดันของคริสเตียน วอล์คเกอร์ ก้องกังวานอยู่ในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มยืนพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่สร้อยเพชรน้ำงามบนลำคอระหงของหญิงสาวราวกับจะตรึงเธอไว้กับที่
รินรดาสะดุ้งเฮือก มือบางที่กำลังพยายามปลดตะขอสร้อยเส้นละหลายล้านสั่นเทา เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาผ่านเงาสะท้อนในกระจกเงาบานยักษ์ “แต่มันแพงเกินไปนะคะคุณคริส... รินรับไว้ไม่ได้จริงๆ”
“ฉันเป็นคนซื้อ และฉันมีสิทธิ์ที่จะเห็นมันอยู่บนตัวเธอ” คริสเตียนก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันจากร่างกายกำยำที่แผ่ออกมาทำให้ห้องที่กว้างขวางดูแคบลงถนัดตา “หรือเธอคิดว่าตัวเองมีค่าไม่พอที่จะสวมใส่เครื่องประดับของฉัน?”
รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อหรูจากตัวเขาปะทะเข้ากับจมูกจนเธอต้องกลั้นหายใจ “ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ... แต่สิ่งนี้มันคือเครื่องหมายของอะไรคะ? ของขวัญ? หรือกรงทองที่เอาไว้ล่ามโซ่รินให้แน่นกว่าเดิม?”
คริสเตียนชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคมสันที่มักจะเย็นชาดุจน้ำแข็งไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น แต่ทว่าแผ่วเบาจนแทบเหมือนการสัมผัสเพื่อปลอบประโลมหากแต่มันกลับทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณ
“ในโลกของฉัน ไม่มีคำว่าของขวัญที่ไม่มีจุดประสงค์ รินรดา” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกับแก้มใส “มีเพียงสิ่งของที่ผู้ให้ต้องการจะตีตราว่า ‘นี่คือของฉัน’ เท่านั้น”
รินรดารู้สึกถึงความอึดอัดที่รัดแน่นอยู่ในอกราวกับงูเหลือมตัวใหญ่ เพชรเม็ดงามที่ประดับอยู่บนคอไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสวยงาม แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น เธอจำยอมต้องมาอยู่ที่นี่เพื่อแลกกับการประทังชีวิตของครอบครัว แต่การถูกปรนเปรอด้วยสิ่งของหรูหราเหล่านี้กลับยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวระหว่างเขาและเธอ
“รินอยากมีชีวิตของตัวเองบ้าง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม” เธอพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดกลั้น
คริสเตียนมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกนั้น มีบางอย่างในตัวเขาที่อยากจะดึงเธอเข้ามากอดและบอกว่าเขากำลังทำไปเพราะความกลัว... กลัวว่าหากไม่ทำเช่นนี้ วันหนึ่งเธอจะหายไปจากโลกของเขา แต่ความเป็นมาเฟียที่หล่อหลอมเขามานานเกินไปทำให้ความอ่อนโยนนั้นกลายเป็นความเผด็จการ
“ชีวิตของเธอเป็นของฉันตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญาแล้ว ลืมเรื่องอิสระไปเสียเถอะ” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ต้นคอของเธออย่างถือสิทธิ์ สัมผัสที่เย็นเยียบแต่ทว่าร้อนผ่าวด้วยแรงปรารถนาทำให้รินรดาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและไร้มารยาท ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยที่เจ้าของห้องยังไม่ทันอนุญาต
“คริสเตียน! นี่คุณถึงกับซื้อ ‘สร้อยเส้นนี้’ ให้แม่นั่นเหรอคะ?”
มารีญ่ายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าสวยจัดฉาบไปด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาที่มองมาทางรินรดาราวกับจะกรีดเนื้อให้เป็นแผล เธอเดินน่องเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าของนางพญาที่กำลังเสียอำนาจ สร้อยเพชรเส้นนี้คือของที่คริสเตียนเคยสัญญาว่าจะมอบให้เธอในวันหมั้น แต่วันนี้มันกลับมาประดับอยู่ที่คอของหญิงสาวที่เขาอุปการะไว้
“มารีญ่า ออกไปจากห้องของฉัน” คริสเตียนเอ่ยเสียงเย็นจัด แรงบีบที่ข้อมือของรินรดาเพิ่มมากขึ้นราวกับเขากำลังระบายอารมณ์
“ไม่! รินรดา... เธอรู้ไหมว่าสร้อยเส้นนี้มีความหมายว่ายังไง?” มารีญ่าเดินตรงเข้ามาหา ดึงกระชากไหล่รินรดาอย่างแรงจนหญิงสาวเสียหลักเซไปชนกับโต๊ะเครื่องแป้ง “มันคือสมบัติประจำตระกูลวอล์คเกอร์ที่สืบทอดมาถึงว่าที่ภรรยาของคริสเตียนเท่านั้น! เธอเป็นแค่ ‘นางบำเรอ’ เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้องมัน!”
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองคริสเตียนด้วยสายตาตัดพ้อ เขารู้เรื่องนี้ดี... เขารู้ดีว่ามันคืออะไร แต่เขายังจงใจเอามันมาคล้องคอเธอเพื่อประกาศสงครามกับคู่หมั้นของเขาโดยมีเธอเป็นเหยื่อล่อ
“ฉันบอกให้เธอออกไป!” คริสเตียนตวาดลั่น เขาก้าวไปขวางหน้ามารีญ่าไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่ขัดใจเขา
ทว่า มารีญ่ากลับยิ้มเหี้ยม เธอขยับเข้าไปกระซิบข้างหูคริสเตียนด้วยเสียงที่ดังพอให้รินรดาได้ยิน “คุณคิดว่าคุณฉลาดนักเหรอคริสเตียน? แต่คุณลืมไปแล้วใช่ไหมว่า ‘ความลับ’ ที่คุณพยายามซ่อนไว้ในเซฟชั้นใต้ดินน่ะ... ตอนนี้มันไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้วนะ”
คริสเตียนชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากโกรธเกรี้ยวเป็นความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้มิดชิดที่สุด ร่างกายของเขาสั่นน้อยๆ ในขณะที่มารีญ่าหัวเราะอย่างผู้ชนะและเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนน่ากลัว
รินรดายืนตัวสั่น เธอเห็นมือของคริสเตียนที่กำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นชัดเจน เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ เขากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งที่มารีญ่าเพิ่งทิ้งระเบิดใส่
เขากำลังกลัว... มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ กำลังกลัวอะไรบางอย่างที่รินรดาไม่เคยรู้มาก่อน
คริสเตียนหันกลับมามองเธออีกครั้ง สายตาที่เขามองเธอนั้นไม่ใช่สายตาของความต้องการอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เขาพยายามปกปิด “รินรดา... ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ?”
“ฉันบอกให้ออกไป!” เขาสั่งเสียงสั่นก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปทางบันไดหลักมุ่งตรงไปยังชั้นใต้ดินที่เขาเคยห้ามไม่ให้เธอเข้าใกล้ที่สุด
รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า หากเธอไม่ตามเขาไปในตอนนี้ เธออาจจะสูญเสียโอกาสที่จะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับ 'พันธะ' ที่แท้จริงที่ผูกมัดเขากับเธอไว้ตลอดกาล
เธอตัดสินใจก้าวเท้าเดินตามเขาไป... ท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดินที่ดูเหมือนจะยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุด เสียงหัวใจของเธอเต้นรัวดั่งกลองรบ และเมื่อเธอไปถึงหน้าประตูเหล็กกล้าชั้นใต้ดินที่แง้มเปิดอยู่เล็กน้อย แสงสว่างที่ลอดออกมาจากข้างในนั้นกลับเผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่แล้ว... คนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่!
มิดไนท์คิสหวังว่านักอ่านจะเพลิดเพลินกับความตื่นเต้นในตอนนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอค่ะ
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 10
ของขวัญที่ไม่ต้องการ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!