พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 17

ความหึงหวงที่ไร้คำพูด

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กระดาษโน้ตสีครีมใบเล็กที่ซ่อนข้อความแบล็กเมลไว้ ยังคงร้อนผ่าวอยู่ในอุ้งมือของรินรดา ราวกับมันถูกหล่อหลอมมาจากเปลวเพลิงแห่งความพินาศ *‘คืนนี้ ตอนเที่ยงคืน จงมาหาฉันที่สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์เพียงลำพัง’* หัวใจของหญิงสาวเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมลำไส้จนช่องท้องบิดเกร็ง หากเธอไม่ไป หลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกขโมยไปอาจจะหลุดรอดไปถึงมือตำรวจ และทำลายชีวิตของพี่ชายที่เธียรยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้อง แต่ถ้าเธอไป... ใครกันล่ะที่กำลังรอเธออยู่ในความมืดมิดของสวนกุหลาบยามวิกาลเช่นนั้น มารีญ่า... หรือคนอื่นที่น่ากลัวยิ่งกว่า? เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของคฤหาสน์วอล์คเกอร์ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องกระทบกับเครื่องแก้วเจียระไนและชุดราตรีราคาแพงระยับของเหล่าแขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพล ทว่าบรรยากาศรอบตัวรินรดากลับเหน็บหนาวราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ "ดื่มอะไรหน่อยไหมครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มและนุ่มนวลเอ่ยขึ้นข้างกาย ทำให้รินรดาสสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองเจ้าของเสียง ก็พบว่าเป็น 'ภาคิน' นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงทายาทตระกูลนำเข้าอัญมณีชื่อดัง ซึ่งมาร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญของตระกูลวอล์คเกอร์ ภาคินส่งยิ้มสุภาพมาให้ พร้อมกับยื่นแก้วแชมเปญทรงสูงมาตรงหน้า ดวงตาคมปลาบของเขาฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด รินรดาฝืนยิ้มบางๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต "ขอบคุณค่ะคุณภาคิน แต่รินยังไม่ค่อยกระหายเท่าไหร่..." "ปฏิเสธแชมเปญชั้นดีแบบนี้ น่าเสียดายแย่เลยนะครับ" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขยิบเข้ามาใกล้เธียรอีกล็กน้อยด้วยความคุ้นเคยที่มากเกินกว่าเพิ่งเคยพบกันไม่นาน "แต่ก็เข้าใจได้ครับ งานเลี้ยงสไตล์วอล์คเกอร์มักจะน่าอึดอัดเสมอสำหรับคนนอก... โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องยืนอยู่ใกล้ 'เสือร้าย' อย่างคุณคริสเตียน" รินรดาชะงัก เผลอเหลือบสายตาไปมองยังจุดที่คริสเตียน วอล์คเกอร์ยืนอยู่ เขาไม่ได้อยู่ไกลจากพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทกำลังยืนพิงเสาหินอ่อน มือหนาถือแก้ววิสกี้สีอำพัน ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบดั่งพญาราชสีห์กำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเธอ รัศมีเย็นชาและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นรุนแรงเสียจนทำให้บรรยากาศรอบกายลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ คริสเตียนไม่ได้กระพริบตาเลยสักนิด สันกรามคมกันขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนเด่นชัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยราดน้ำแข็ง "คุณคริสเตียนดู... น่ากลัวเป็นปกตินะคะ" ภาคินเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นสายตานั้น "ผมล่ะแปลกใจจริงๆ ว่าผู้หญิงอ่อนหวานอย่างคุณทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขาได้อย่างไร" "คุณคริสเตียน... ใจดีกว่าที่ท่านแสดงออกค่ะ" รินรดาตอบเสียงแผ่วเบา หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นด้วยความหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะกลัวภาคิน แต่กลัวรังสีอำมหิตที่กำลังพุ่งตรงมาจากร่างสูงที่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "จริงหรือครับ?" ภาคินโน้มตัวลงกระซิบใกล้ใบหูของเธอมากขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยเข้าจมูก "ผมว่าเขากักขังคุณไว้มากกว่า ถ้าคุณอึดอัด... ไว้เราหาเวลาไปนั่งคุยกันข้างนอกบ้างดีไหมครับ ผมยินดีจะพาคุณออกไปเปิดหูเปิดตาจากกรงทองนี่นะ" รินรดาผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ รู้สึกอึดอัดกับระยะห่างที่ใกล้เกินควร "ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ แต่รินคิดว่า..." เพล้ง! เสียงแก้ววิสกี้กระแทกกับโต๊ะกระจกอย่างแรงจนแตกละเอียด ของเหลวสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นพรมราคาแพง เสียงพูดคุยรอบบริเวณนั้นเงียบกริบลงทันตาเห็น ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง ผู้คนต่างหันขวับไปมองต้นตอของเสียงด้วยความตกใจ คริสเตียน วอล์คเกอร์ ก้าวเท้าเข้าหาพวกเธอด้วยความเร็วและทรงพลัง ราวกับเสือดาวที่กำลังพุ่งตะครุบเหยื่อ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเข้ามาทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน รัศมีแห่งความน่ากลัวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง ภาคินหันไปมองตามเสียง และยังไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาอันทรงพลังราวกับคีมเหล็กของคริสเตียนก็พุ่งเข้ามาคว้าเข้าที่ปกเสื้อสูทของเขาอย่างแรง จนร่างของนักธุรกิจหนุ่มเซถลถันไปตามแรงกระชาก "คุณวอล์คเกอร์! นี่มัน..." ภาคินหน้าถอดสี ตาสนิทเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว "แกคิดจะทำอะไรกับของของฉัน?" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าแต่น่ากลัวถึงขีดสุด มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือคำพิพากษาความตาย คริสเตียนไม่ได้ตะโกน น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนบาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ ดวงตาคู่คมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน แววตานั้นดุดันและกระหายเลือดเสียจนภาคินตัวสั่นเทิ้ม "ผม... ผมแค่ทักทายคุณรินรดาตามมารยาททางธุรกิจครับ ไม่มีอะไรเกินเลย..." ภาคินพยายามแก้ตัว เสียงสั่นเครือ มือทั้งสองข้างพยายามแกะมือที่จิกแน่นอยู่ที่ปกเสื้อของตนออก แต่ก็ไม่เป็นผล "มารยาท?" คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "การโน้มตัวเข้าใกล้ผู้หญิงของฉันจนจมูกแทบจะชนแก้ม นั่นคือมารยาทของพวกสุนัขเร่ร่อนอย่างงั้นสินะ" "คุณคริสเตียนคะ! พอเถอะค่ะ!" รินรดารีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มไว้ เธอออกแรงดึงสุดกำลัง ใบหน้าหวานถอดสีด้วยความตกใจกลัวว่าเรื่องจะบานปลายใหญ่โต "คุณภาคินแค่เข้ามาคุยด้วยเฉยๆ ไม่มีอะไรค่ะ ปล่อยเขาเถอะนะคะ" คำพูดแก้ต่างและการปกป้องชายอื่นจากปากของรินรดา ยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในอกของคริสเตียน คริสเตียนหันขวับมามองรินรดา ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนน่ากลัว สันกรามขบแน่น มืออีกข้างที่ไม่ได้จับภาคิน เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบกระชับจนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "เธอปกป้องมันงั้นเหรอ รินรดา?" คริสเตียนกระซิบถามเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกซ่อนภายใต้ความโกรธเกรี้ยว "แค่ไอ้เศษสวะนี่ส่งยิ้มหวานให้ เธอก็พร้อมจะวิ่งเข้าหาอ้อมกอดมันแล้วใช่ไหม!" "รินไม่ได้ทำแบบนั้นนะคะ! คุณเข้าใจผิด..." รินรดาพยายามอธิบาย น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยใจและเจ็บข้อมือที่ถูกบีบ "ฉันเข้าใจผิดเหรอ?" คริสเตียนหัวเราะเยาะหยัน ดวงตาแดงก่ำด้วยพิษรักและพิษหึงหวงที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุมมันได้ "ฉันเห็นคาตา ว่ามันกำลังแทะโลมเธอ และเธอก็ยืนฟังมันอย่างเต็มใจ!" เขาตวัดสายตากลับไปจ้องภาคินที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับศพ "ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องเอาแกไปโยนให้ฉลามกินที่อ่าว!" สิ้นคำประกาศิต ภาคินก็ไม่รอให้พูดซ้ำสอง เขารีบสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมแล้ววิ่งหนีหายฝูงชนไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อหลายสิบคนที่มองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น คริสเตียนไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น เขาออกแรงกระชากข้อมือของรินรดาให้เดินตามตนเองก้าวฉับๆ ออกจากห้องจัดเลี้ยงหรูหรา มุ่งตรงไปยังปีกด้านตะวันตกของคฤหาสน์ที่เงียบสงบและปลอดผู้คน ร่างบางจำต้องเดินตามแรงดึงอันดุดันนั้นด้วยความทุลักทุเล หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความเจ็บปวด เขาผลักร่างบางเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของเขาอย่างไม่เบามือ นักหนากลอนประตูถูกล็อกลงด้วยเสียงดัง *คลิก* ดังก้องไปทั่วความเงียบ คริสเตียนหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาต้อนรินรดาจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ปิดกั้นทุกทางหนี สองมือหนายันกรอบประตูไว้ทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนและเงาของเขา "คุณทำเกินไปแล้วนะคะคริสเตียน..." รินรดาเงยหน้าขึ้นต่อว่าเสียงสั่น น้ำตาที่คลอหน่วยร่วงเผาะลงมาอาบแก้ม "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายความรู้สึกและหึงหวงฉันแบบนี้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!" คำว่า *'ไม่ได้เป็นอะไรกัน'* เหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของมาเฟียหนุ่ม คริสเตียนนิ่งงัด ดวงตาสสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวระคนกัน มือหนายื่นออกไปเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตาเขาตรงๆ "ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำรlอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินริมฝีปาก "จำไม่ได้หรือไง ว่าร่างกายนี้ รอยจูบพวกนี้ และหัวใจดวงนี้ของเธอ... มันเป็นของใคร!" เขากดริมฝีปากลงมาบดขยี้ริมฝีปากนุ่มทันทีอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงความหึงหวง ความโกรธ และความปรารถนาอันรุนแรงที่ต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ รินรดาดิ้นรนทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืน เขากยิ่งรุกรานลึกซึ้งและหนักหน่วงขึ้น ราวกับต้องการลงทัณฑ์ที่ทำให้เขาหึงจนแทบคลุ้มคลั่ง เมื่อเขาผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจ รินรดาก็หอบหายใจตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ปั่นป่วน "คุณบ้าไปแล้ว..." เธอกระซิบเสียงสั่น คริสเตียนซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหวานจากตัวเธออย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา "ใช่... ฉันมันบ้า และเพราะเธอนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้" เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหู "เตรียมตัวไว้ให้ดี... เพราะคืนนี้ หลังจากเที่ยงคืน ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปไหนอีกเด็ดขาด แม้แต่เงาของเธอ... ก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม *เขา... เขารู้เรื่องที่เธอนัดหมายในสวนกุหลาบตอนเที่ยงคืนแล้วงั้นเหรอ?!* -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุและเปี่ยมด้วยพันธะสเน่หาครั้งนี้ด้วยกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%