"เซ็นชื่อตรงนี้... แล้วอย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำว่ากฎของที่นี่มีไว้ทำไม"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอเย็นเยือกของคริสเตียน วอล์คเกอร์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องทำงานกว้างขวาง รินรดามองปากกาด้ามทองในมือด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา เธอไม่ได้กลัวกระดาษแผ่นนั้น แต่น่ากลัวคือดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวที่จ้องมองมาราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงหัวใจที่เต้นรัวของเธอ
"ถ้าฉันเซ็น... คุณจะปล่อยพ่อของฉันจริงๆ ใช่ไหมคะ"
คำถามของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ คริสเตียนไม่ได้ตอบในทันที เขาวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังเคร้ง ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงระยับค่อยๆ เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นอายของยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่ให้ความรู้สึกดิบเถื่อนทำให้รินรดากลั้นหายใจ
เขาก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนอ่อนลุกชัน "ในโลกของฉัน ไม่มีคำโกหกสำหรับธุรกิจที่ตกลงกันไว้แล้ว แต่สำหรับความเป็นมนุษย์... ฉันไม่รับประกันว่าหลังจากนี้ เธอจะยังมีสิทธิ์ถามหาความเมตตาจากใครได้อีก"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกดูแคลนตีตื้นขึ้นมาในอก แต่มือของเธอก็ยอมจรดปลายปากกาลงบนกระดาษอย่างมั่นคงในที่สุด เมื่อหมึกสีดำขีดเขียนชื่อของเธอลงไป รินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณของเธอถูกล่ามโซ่ไว้กับคฤหาสน์หลังนี้ไปตลอดกาล
"ยินดีต้อนรับสู่กรงทองของฉัน รินรดา" คริสเตียนแค่นยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นเจือปนเลยแม้แต่น้อย "พ่อบ้านจะพาเธอไปที่ห้อง กฎข้อแรกคือห้ามขึ้นมาที่ชั้นสามโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อที่สอง... อย่าพยายามทำตัวให้เป็นจุดสนใจของฉัน"
คฤหาสน์วอล์คเกอร์ดูเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่ไร้ลมหายใจ ผนังหินอ่อนสีขาวและเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรปโบราณทำให้รินรดารู้สึกเหมือนเป็นเพียงละอองฝุ่นที่หลงเข้ามาในอาณาจักรของยักษ์ใหญ่ เธอเดินตามพ่อบ้านวัยกลางคนผ่านโถงทางเดินที่ยาวเหยียดจนมาหยุดอยู่ที่ประตูไม้บานคู่แกะสลักลวดลายวิจิตร
"นี่คือห้องของคุณหนูครับ คุณคริสเตียนกำชับไว้ว่าให้จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว หากต้องการอะไรเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่หน้าห้องครับ" พ่อบ้านก้มศีรษะให้ก่อนจะถอยออกไป ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความโออ่าของห้องนอนที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านทั้งหลังของเธอรวมกัน
เธอเดินสำรวจห้องด้วยความรู้สึกหม่นหมอง หน้าต่างบานสูงเปิดเผยให้เห็นวิวสวนสไตล์อังกฤษที่กว้างขวางและมืดมิดในยามพลบค่ำ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบจนน่าอึดอัด เธอทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มฟูแต่กลับรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ ชีวิตที่เคยมีอิสระกำลังถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ เพียงเพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่รัก
ทว่า... ความเงียบในคฤหาสน์กลับถูกรบกวนด้วยเสียงส้นสูงที่กระแทกกับพื้นหินอ่อนอย่างจงใจ รินรดาสะดุ้งโหยงก่อนจะหันไปทางประตูที่ถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับเชิญ
หญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินเชิดหน้าเข้ามา แววตาของเธอจดจ้องรินรดาด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฟุ้งกระจายทำให้รินรดาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"เธอคงเป็นผู้หญิงที่คริสเตียนเก็บมาเลี้ยงสินะ" มารีญ่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยพลางกวาดสายตามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า "รู้เอาไว้ด้วยนะว่าที่นี่น่ะ... คนนอกไม่มีวันได้เป็นเจ้าของ อะไรที่เขาให้เธอได้ เขาก็สามารถริบคืนได้ทุกเมื่อ... รวมถึงลมหายใจของเธอด้วย"
รินรดาพยายามตั้งสติ แม้หัวใจจะเต้นสั่นรัวแต่เธอก็ไม่ยอมก้มหัวให้กับความใจร้ายที่พุ่งเข้ามา "ดิฉันมาที่นี่เพราะข้อตกลง ไม่ได้มาเพื่อแย่งชิงตำแหน่งอะไรที่คุณหวงแหนหรอกค่ะ ถ้าคุณต้องการจะเตือนอะไร ก็ขอให้ไปคุยกับเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้เถอะค่ะ เพราะดิฉันคงไม่มีอำนาจอะไรไปจัดการเรื่องของคุณได้"
มารีญ่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางของเธอเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความเย็นเยียบที่น่าขนลุกกว่าเดิม เธอเดินเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นไอคุกคาม มารีญ่าโน้มตัวลงมาใกล้ใบหูของหญิงสาวแล้วกระซิบ
"งั้นเหรอ... ถ้าอย่างนั้นก็รอดูให้ดีเถอะว่า 'ข้อตกลง' ของเธอน่ะ มันจะคุ้มค่ากับสิ่งที่เธอต้องสูญเสียไปหรือเปล่า"
มารีญ่าเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะที่ทิ้งรอยร้าวเอาไว้ในใจของรินรดา แต่ทว่าก่อนที่ความเงียบจะกลับคืนสู่ห้องอีกครั้ง เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นก็ดังขึ้น รินรดาใจเต้นรัวด้วยความประหม่า เมื่อคริสเตียนก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นกลับเปลี่ยนไปจนน่าใจหาย
เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อตำหนิ แต่เขากลับเดินตรงมาที่ข้างเตียงที่เธอนั่งอยู่ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ฝ่ามือหนากดลงบนฟูกกั้นรินรดาไว้กับหัวเตียง กลิ่นหอมจากตัวเขาทำให้เธอหายใจติดขัด
"มารีญ่าเพิ่งออกไป... และดูเหมือนเธอจะลืมบอกกฎข้อที่สามไปนะ" เสียงของเขาทุ้มพร่าจนสั่นประสาท รินรดาเงยหน้าสบตากับเขาก่อนจะพบความสั่นไหวบางอย่างที่เขากำลังพยายามซ่อนไว้
"กฎข้อที่สามคืออะไรคะ?" เธอถามเสียงสั่น
คริสเตียนเลื่อนมือมาเชยคางเธอไว้ แววตาของเขาเลื่อนต่ำลงมาที่ริมฝีปากของเธอช้าๆ ก่อนจะกดน้ำหนักนิ้วโป้งลงบนกลีบปากนุ่มเบาๆ ราวกับจะพิสูจน์บางอย่าง "กฎข้อที่สาม... ในห้องนี้ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ... เป็นกรรมสิทธิ์ของฉันแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม... คราบน้ำตา... หรือแม้แต่จังหวะหัวใจที่เธอกำลังพยายามปกปิดไม่ให้ฉันได้ยิน..."
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งสันแทบจะแตะกับปลายจมูกของเธอ "และคืนนี้... ฉันก็มีงานบางอย่างที่ต้องทบทวนกับเธอเป็นพิเศษ"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อมือหนาของเขาเริ่มขยับจากคางลงมาที่ต้นคอระหง ความเยือกเย็นของคริสเตียนในตอนแรกดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยเพลิงสิเน่หาที่กำลังโชติช่วงขึ้นมาในดวงตาคู่นั้นอย่างกะทันหัน ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้ว่า... ค่ำคืนนี้ในกรงทอง อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการถูกจองจำ
แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความปรารถนาดีจากมิดไนท์คิสค่ะ
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 2
กรงทองของมาเฟีย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!