“ถ้าคุณคิดว่าการเงียบใส่กันคือวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด งั้นเราก็คงไม่ต้องมีบทสนทนาอะไรกันอีกต่อไปแล้วค่ะ”
รินรดาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องทำงานส่วนตัวของคริสเตียน บรรยากาศรอบกายเขาราวกับหุบเขาที่ปกคลุมด้วยไอหมอกมืดมิด มือบางที่วางอยู่บนขอบโต๊ะไม้ราคาแพงสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความอัดอั้นที่สะสมมานานเกินไป
คริสเตียน วอล์คเกอร์ ไม่ได้หันมามอง เขาทำเพียงจดจ้องออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานสูงที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืน แต่เงาสะท้อนในกระจกกลับเผยให้เห็นสันกรามที่ขบแน่นจนนูนเด่น บ่งบอกถึงสงครามที่กำลังปะทุอยู่ในอก
“การที่คุณเงียบ... มันแปลว่าคุณกำลังตัดสินใจเลือกแล้วใช่ไหมคะ ว่าจะปล่อยมือจากริน” หญิงสาวเค้นเสียงถาม เสียงนั้นสั่นพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เขามักจะดูแคลนเสมอ
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเย็นเยียบเหมือนมหาสมุทรในฤดูหนาว ทว่าลึกเข้าไป... รินรดากลับเห็นร่องรอยของความแตกสลายที่เขาพยายามซุกซ่อนไว้ใต้ท่าทีหยิ่งผยอง
“โลกของฉันไม่ใช่ทุ่งหญ้าที่มีแต่ดอกไม้นะรินรดา” เสียงทุ้มต่ำพร่าของเขาก้องกังวานอยู่ในห้อง “มารีญ่าไม่ได้มาตัวเปล่า สิ่งที่เธอถืออยู่ในมือคือคอของฉัน... และถ้าฉันขยับผิดจังหวะ คนที่จะตายไม่ใช่แค่ฉัน แต่คือคุณ”
“แล้วคุณคิดว่ารินจะอยู่อย่างมีความสุขเหรอคะ? ถ้าต้องอยู่โดยปราศจากคุณ... การมีชีวิตอยู่โดยรู้ว่าคุณกำลังทำลายตัวเองเพื่อปกป้องริน มันไม่ใช่สิ่งที่รินต้องการเลยแม้แต่นิดเดียว”
เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือ กลิ่นกายของคริสเตียนที่เป็นเอกลักษณ์ กลิ่นของไม้กฤษณาและบุหรี่จางๆ ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเสมอ เขาใช้แขนข้างหนึ่งกักร่างเธอไว้กับชั้นหนังสือ สายตาที่เคยมองผ่านเธอราวกับมองไม่เห็นสิ่งใด กลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยเหมือนกำลังควานหาความจริงที่ซ่อนอยู่
“คุณมันดื้อ... ดื้อจนน่าโมโห” คริสเตียนพึมพำ ก่อนจะลดระดับใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาแตะกับหน้าผากของเธอ “ผมใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเอง ไม่ให้ใครเข้ามาทำลายมันได้ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะมีผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณ พังมันลงมาด้วยความซื่อตรงโง่เขลาแบบนั้น”
“มันไม่โง่หรอกค่ะคริสเตียน... ถ้ามันทำให้คุณกล้าที่จะบอกรินว่าคุณรู้สึกอย่างไร”
มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ สัมผัสที่ปลายนิ้วนั้นมีความห่วงใยแทรกซึมอยู่จนรินรดาสัมผัสได้ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันของเขาเริ่มร้าวราน “ริน... ถ้าผมบอกคุณว่าผมกลัว คุณจะยังอยู่ตรงนี้ไหม? กลัวว่าถ้าผมเลือกที่จะสู้เพื่อเรา ผมจะเสียทุกอย่างที่ผมมี... แม้กระทั่งตัวคุณ”
“ถ้าเสียทุกอย่างไป แต่เรายังมีกันและกัน... สำหรับริน นั่นคือการมีทุกอย่างแล้วค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือบางเลื่อนขึ้นไปแตะบนอกแกร่ง สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะของคนตรงหน้า
คริสเตียนหลับตาลง ราวกับกำลังยอมจำนนต่อความจริงที่เขาหนีมาตลอด เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะซบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของรินรดาคือสิ่งเดียวที่ฉุดดึงเขาให้หลุดพ้นจากความมืดมิดที่มารีญ่าขีดเส้นเอาไว้
“ผมเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง” เขาพูดด้วยเสียงที่แตกพร่า “แต่ผมเกลียดการที่ต้องสูญเสียคุณไปมากกว่า... สัญญาได้ไหมริน ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดพายุโหมกระหน่ำแค่ไหน คุณจะไม่ปล่อยมือจากผม”
“รินไม่เคยปล่อยมือจากคุณเลยนะคะ... เป็นคุณต่างหากที่ต้องหัดเชื่อใจรินบ้าง”
รินรดากอดตอบชายหนุ่มแน่นขึ้น ในวินาทีนี้นี่เอง ที่กำแพงน้ำแข็งในใจของคริสเตียนดูเหมือนจะละลายลงไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่เปราะบางและสั่นไหวท่ามกลางอันตรายที่ยังคงรออยู่เบื้องหน้า
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความเข้าใจ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนที่บานประตูไม้โอ๊คจะเปิดผางออกโดยไม่มีการอนุญาต
ร่างของมารีญ่าก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่กรีดลึกไปถึงดวงตา ในมือของเธอมีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่ง ซึ่งเมื่อคริสเตียนเห็นมัน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นซีดเผือดในทันที
“ขอโทษทีนะคริสที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่น... แต่ดูเหมือนว่าคุณคงจะลืมไปแล้วว่า 'พันธะ' ระหว่างเรามันไม่ได้จบลงง่ายๆ เพียงแค่คุณอยากจะเริ่มต้นใหม่”
มารีญ่าโยนแฟ้มนั้นลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังลั่นห้อง ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสามคน “และฉันว่า... คุณคงไม่อยากให้รินรดารู้หรอกนะ ว่าเรื่องที่ทำให้คุณยอมสยบแทบเท้าฉันในอดีต คือเหตุผลเดียวกับที่ทำให้พ่อของเธอต้องตาย”
มือของคริสเตียนที่กอดรินรดาอยู่คลายออกทันที ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความตกตะลึง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกาย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ อย่าเพิ่งละสายตาจากคริสเตียนและรินรดา เพราะบททดสอบความรักที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 27
ก้าวข้ามกำแพง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!