“วางมันลงเดี๋ยวนี้ รินรดา!”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคริสเตียนตวาดก้องห้องทำงานที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ รินรดาชะงักมือที่กำลังสั่นเทา เธอถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำเข้มที่เพิ่งดึงออกมาจากช่องลับหลังตู้หนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ บรรยากาศภายในห้องบีบคั้นจนอากาศดูจะเบาบางลง เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวและ... ความตระหนกที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา
“ทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้คะ คริสเตียน?” รินรดาถามเสียงสั่น พลางกอดแฟ้มนั้นไว้แนบอก “ทำไมหนี้สินของครอบครัวหนู ถึงได้ไปผูกติดอยู่กับกองทุนที่ชื่อ ‘อีเดน’... กองทุนที่ทำลายบริษัทพ่อหนูจนหมดเนื้อหมดตัวเมื่อสิบปีก่อน”
คริสเตียนก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมไม้สนจางๆ ของเขาผสมผสานกับความกดดันที่แผ่ซ่านออกมา ร่างสูงใหญ่เงาของเขาบดบังแสงไฟสลัวในห้องจนมืดมิด เขาหยุดลงตรงหน้าหญิงสาวเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาสีเข้มดุจท้องฟ้ายามวิกาลจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ
“บางเรื่อง... การไม่รู้ความจริงอาจจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้นานกว่ารินรดา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่มือหนากลับคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นสะท้อนถึงความสับสนที่เขากำลังเผชิญ
“หนูไม่ใช่ตุ๊กตาที่ต้องการแค่ที่พักพิงนะคะ! หนูเป็นมนุษย์ เป็นคนที่คุณบอกว่าต้องการตัว แต่การกระทำของคุณมันเหมือนกับว่าคุณกำลังต้อนหนูเข้าไปในกรงที่ขังลืมความจริงทั้งหมดเอาไว้” รินรดาขัดขืน แรงอารมณ์ในใจระเบิดออกมา “เอกสารชุดนี้มันบอกว่า พ่อของหนูไม่ได้ทำพลาดจนล้มละลาย แต่เขากำลังถูก ‘ซื้อ’... ถูกซื้อโดยใครบางคนที่คุณรู้จักดี!”
คริสเตียนชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นความนิ่งเฉยที่น่าสะพรึงกลัว เขาปัดมือเธอออกแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานหันหลังให้เธอ “เธอคิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะแกะปมเงื่อนนี้ออกงั้นเหรอ ความจริงที่เธอเห็นในแฟ้มนั่นมันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น รินรดา”
“งั้นก็บอกหนูมาสิคะ!” รินรดาตะโกนลั่น ความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวงพุ่งพล่านอยู่ในอก “บอกหนูมาว่ามารีญ่าเข้ามาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ทำไมในบันทึกการโอนเงินถึงมีชื่อของเธอประทับตราอยู่ทุกฉบับ!”
ห้องทั้งห้องกลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ คริสเตียนหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่ แต่มีความเศร้าสร้อยที่ลึกล้ำราวกับหุบเหวที่ไม่มีวันก้นบึ้ง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากกายเขา
“มารีญ่าไม่ใช่แค่ศัตรูของเธอ แต่เธอคือคนกุมความลับของตระกูลวอล์คเกอร์” คริสเตียนกระซิบใกล้ใบหูของเธอ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านทำเอารินรดาใจสั่น “หนี้ของพ่อเธอไม่ได้เกิดจากความผิดพลาด แต่มันคือ ‘ค่าไถ่’ ที่ผมต้องจ่ายเพื่อแลกกับลมหายใจของเธอ... ในวันที่เธอถูกพรากไปจากผมเมื่อสิบปีก่อน”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาด รินรดาเบิกตากว้าง ความเข้าใจที่เคยยึดถือพังทลายลงในพริบตา เธอไม่ได้เป็นหนี้เขาด้วยเงินตรา แต่เป็นหนี้เขาด้วยชีวิตที่ถูกผูกติดกันมาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะทันรู้ตัวเสียอีก
“คุณหมายความว่ายังไง... ที่ว่าพรากไปจากคุณ?”
“หมายความว่า ตั้งแต่สิบปีก่อนที่ผมเห็นเธอถูกพาตัวไปในรถคันนั้น ผมก็สาบานกับตัวเองว่าจะทำลายทุกคนที่เกี่ยวข้องให้ย่อยยับ รวมถึงตัวผมเองด้วย” เขายกมือขึ้นเกลี่ยไรผมของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่โหยหาและสับสน “รินรดา... เธอไม่ใช่คนอื่นสำหรับผม แต่เธอคือความผิดพลาดเดียวในชีวิตที่ผมไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากไปได้อีก”
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยถามต่อ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดผางออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างระหงของมารีญ่าปรากฏขึ้นในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับเน้นความเย้ายวนอันตราย เธอยืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่กรีดลึกลงไปในใจคนมอง
“ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาซาบซึ้งใจของคู่รักจอมปลอมสินะคะ” มารีญ่าเดินเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเธอทำให้รินรดารู้สึกเหมือนจะขาดใจ “คริสเตียน... อย่าลืมสิคะว่าความลับที่เขาเพิ่งรู้ไปน่ะ มันเป็นแค่ส่วนเดียว ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ... พ่อของเธอต่างหากที่เป็นคนเซ็นสัญญาขายตัวเธอให้เขาเองกับมือตั้งแต่วันที่เธออายุครบสิบแปดปี!”
รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง คำพูดของมารีญ่าเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจจนลึกถึงกระดูก เธอหันไปมองคริสเตียนที่ยืนนิ่งสนิท ดวงตาของเขาไม่มีคำแก้ตัวใดๆ มีเพียงความเงียบที่ยอมรับความจริงอันโหดร้ายนั้น
คริสเตียนค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับรินรดาอีกครั้ง ในมือของเขาถือปืนกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะขึ้นมาวางบนฝ่ามือ พร้อมกับมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
“ความจริงมันเจ็บปวดเสมอใช่ไหมรินรดา...” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางก้าวเข้ามาประชิด “ทีนี้... เธอยังอยากจะหนีไปจากกรงทองนี้อีกไหม ในเมื่อพ่อของเธอขายเธอให้ผมตั้งแต่วันที่เธอยังไม่ประสีประสาด้วยซ้ำ”
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อหนีให้พ้นจากความจริงที่เธอรับไม่ไหว เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นจากฝั่งของมารีญ่า... ไม่ใช่เพื่อยิงใคร แต่เพื่อตัดไฟทั้งคฤหาสน์จนมืดสนิทไปทั่วบริเวณ! ในความมืดมิดนั้น เธอรู้สึกถึงมือที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ ไม่ใช่คริสเตียน... แต่เป็นมือของใครบางคนที่พาเธอพุ่งตรงไปที่ประตูหลังของห้องทำงาน ความลับที่ว่าพ่อของเธอเป็นคนขายเธอไว้ อาจเป็นเพียงกับดักที่มารีญ่าขุดไว้เพื่อล่อให้เธอเดินออกมาสู่ความตาย!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและสิเน่หาครั้งนี้กับมิดไนท์คิสนะคะ
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 39
ความลับของครอบครัวรินรดา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!