“ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างคุณ รินรดา... ออกไปเสียเถอะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเรียกคนของฉันมาลากตัวคุณออกไปจากห้องนี้”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจการกดขี่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงกว้างของคฤหาสน์วอล์คเกอร์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วบริเวณกลับให้ความรู้สึกแสบจมูกอย่างประหลาด รินรดานิ่งค้างอยู่กับที่ มือเรียวที่กำลังถือถาดชาสั่นระริกจนกาน้ำตาลขยับส่งเสียงกระทบกันเบาๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมปลาบของหญิงสาวแปลกหน้าผู้มาเยือน
มารีญ่า... หญิงสาวที่ดูสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ ชุดเดรสผ้าไหมสีแดงเพลิงขับเน้นผิวขาวจัด ดวงตาเรียวรีที่กรีดอายไลเนอร์คมกริบมองรินรดาด้วยความรู้สึกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
“ฉันไม่ได้เป็นคนใช้ที่นี่ และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับฉันค่ะ” รินรดาพยายามเค้นเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ใจข้างในจะสั่นไหวราวกับใบไม้ต้องลม
“อ้อ... งั้นหรือ?” มารีญ่าแค่นยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ ร่างสูงระหงของนางแบบสาวหยุดลงตรงหน้าหญิงสาวผู้โชคร้าย เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงเป็น ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ของคริสเตียนสินะ แต่จำไว้ให้ดีนะรินรดา... ของเล่นที่เก่าแล้ว เขามักจะโยนทิ้งลงถังขยะเสมอ และที่ของฉัน... คือตำแหน่งที่เขาไม่มีวันมอบให้ใครหน้าไหนได้นอกจากฉัน”
คำพูดนั้นกรีดลงบนหัวใจของรินรดาเหมือนมีดโกนคมกริบ แต่ก่อนที่เธอจะได้โต้ตอบอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก
คริสเตียน วอล์คเกอร์ ก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางสง่างามและน่าเกรงขามดั่งราชสีห์ที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักมังกรจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองมาที่รินรดา แต่มันกลับหยุดอยู่ที่ร่างของมารีญ่า... นานจนน่าใจหาย
“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่” เสียงทุ้มต่ำของคริสเตียนทรงพลังจนอากาศรอบข้างดูจะเบาบางลง
มารีญ่าไม่สะทกสะท้าน เธอหมุนตัวกลับไปหาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุด “คริส... คุณเปลี่ยนไปมากเลยนะ ตั้งแต่ที่เราจากกัน ฉันนึกว่าคุณจะลืมทางกลับบ้านเสียแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคุณจะติด ‘อะไรบางอย่าง’ ไว้ที่นี่จนลืมอดีตไปหมดเลย”
คริสเตียนไม่ได้ขยับเข้าไปหา แต่ดวงตาของเขากลับวูบไหวด้วยประกายที่รินรดาอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความรู้สึกซับซ้อนที่ดูเหมือนบาดแผลเก่ากำลังถูกสะกิด รินรดาเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อดีตมันตายไปตั้งแต่คุณเลือกทางเดินของคุณเองแล้ว มารีญ่า” คริสเตียนเอ่ยเสียงเย็น “อย่าให้ฉันต้องพูดคำเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สองว่าที่นี่ไม่มีที่ว่างให้คุณ”
“เหรอคะ?” มารีญ่าก้าวเข้าไปใกล้คริสเตียน นิ้วเรียวสวยไล้ไปตามปกเสื้อของเขาอย่างถือวิสาสะ โดยที่เขาก็ไม่ได้ขัดขืน “ถ้าคุณลืมฉันได้จริงๆ ทำไมหัวใจของคุณถึงยังเต้นจังหวะเดิมเวลาที่อยู่ใกล้ฉันล่ะคะ? อ้อ... แล้วเธอน่ะ” มารีญ่าปรายตามาทางรินรดา “ช่วยวางถาดชานั่นลง แล้วออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว นี่คือเรื่องของผู้ใหญ่ที่เด็กอย่างเธอไม่ควรมาเสนอหน้า”
รินรดาเม้มปากแน่นจนห้อเลือด ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแทงแล่นริ้วไปทั่วร่าง เธอกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อหลีกหนีจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ แต่คริสเตียนกลับก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นเสียก่อน
“อยู่ตรงนี้” คริสเตียนสั่งสั้นๆ แต่แฝงด้วยความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขัด
“แต่...”
“ฉันบอกให้เธออยู่ตรงนี้!” เขาตวาดเสียงต่ำแต่แฝงด้วยความกดดัน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก “มารีญ่า... ถ้าคุณต้องการความทรงจำ ผมจะรื้อฟื้นให้คุณเอง แต่อย่าได้ริอ่านมาแตะต้องคนของผม ถ้าไม่อยากเห็นจุดจบที่แม้แต่ชื่อของคุณก็จะไม่มีใครได้ยินอีก”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนระเบิดที่พร้อมจะปะทุ มารีญ่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอรู้ดีว่าเธอได้ก้าวข้ามเส้นเขตแดนที่คริสเตียนขีดไว้ และเธอก็พร้อมจะทำลายมันด้วยวิธีที่ร้ายกาจที่สุด
“คุณพูดได้เต็มปากเลยนะว่าเธอคือ ‘คนของคุณ’ คริสเตียน” มารีญ่าเดินไปที่เปียโนหลังงามกลางห้อง ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือแล้ววางลงบนหลังเปียโน “ถ้าเธอรู้ความจริงว่าทำไมคุณถึงยอมให้เธออยู่ที่นี่... และทำไมคุณถึงต้องการตัวเธอในวันที่พายุเข้า... เธอจะยังกล้าอยู่ข้างๆ คนที่เห็นเธอเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของสิ่งที่สูญเสียไปแล้วอย่างคุณหรือเปล่านะ?”
คริสเตียนนิ่งงัน ร่างกายเขาแข็งทื่อประหนึ่งถูกแช่แข็ง รินรดาหันไปมองหน้าคริสเตียนด้วยหัวใจที่สั่นคลอน ความสงสัยที่เธอพยายามฝังกลบมาตลอดถูกขุดขึ้นมาอีกครั้งด้วยประโยคเพียงประโยคเดียวจากศัตรู
คริสเตียนหันมามองรินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความเย็นชา แต่มันคือความหวาดหวั่นที่เขาซ่อนเอาไว้ไม่มิด และในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ มารีญ่าก็ก้าวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่รินรดาได้ยินชัดเจนเพียงคนเดียว
“ถามเขาดูสิคะรินรดา ว่าทำไมในคืนที่เขาได้ตัวคุณมา... เขาถึงเรียกชื่อคนอื่นแทนที่จะเป็นชื่อของคุณ”
ความเงียบงันมรณะเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง รินรดาหัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มขณะที่เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคริสเตียน หวังเพียงคำปฏิเสธที่จะช่วยยื้อชีวิตความเชื่อใจของเธอเอาไว้ แต่ชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบ... ความนิ่งงันของเขาคือคำตอบที่บาดลึกยิ่งกว่าคำสารภาพใดๆ ทั้งสิ้น
รินรดาสะอึกในลำคอ เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า ในจังหวะที่คริสเตียนขยับจะคว้าตัวเธอไว้ เสียงประตูคฤหาสน์ก็ถูกผลักออกอย่างแรงจากคนของคริสเตียนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“บอสครับ! เกิดเรื่องแล้ว... มีคนลอบวางระเบิดที่โกดังเก็บของทางเหนือ!”
คริสเตียนชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบเหลือบมองรินรดาที่ตัวสั่นเทา ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่มารีญ่าด้วยความอาฆาต “เกมนี้ยังไม่จบ มารีญ่า... และอย่าหวังว่าคุณจะได้รับความปรานีจากผมอีกเป็นครั้งที่สอง!”
เขาปล่อยมือจากรินรดาแล้ววิ่งออกไปพร้อมลูกน้อง ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องโถงที่เย็นเยียบ มารีญ่ายังคงยืนยิ้มอยู่ที่เดิมก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือมาจับคางของรินรดาให้เชิดขึ้น
“เห็นไหมคะรินรดา... ในใจเขามีที่ว่างให้คุณจริงๆ หรือเป็นแค่พื้นที่ชั่วคราวที่รอวันให้เจ้าของตัวจริงกลับมาทวงคืนกันแน่?”
ความจริงที่เธอกลัวที่สุดกำลังถูกกระชากออกมาจากเงามืด และก่อนที่น้ำตาจะทันไหลริน เสียงกริ่งโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นพร้อมข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่ปรากฏบนหน้าจอ... 'เปิดดูไฟล์ในโน้ตบุ๊กของเขา แล้วเธอจะรู้ว่าคืนนั้นที่เขาทำแบบนั้น... เพราะความรักหรือความแค้นกันแน่'
มิดไนท์คิสหวังว่านักอ่านจะยังคงติดตามและเป็นกำลังใจให้ความรักของรินรดากันต่อไปนะคะ
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 14
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!