“ถ้าคิดจะขยับตัวทำอะไรโง่ๆ อีกครั้ง ฉันรับรองว่าสิ่งที่เธอสูญเสียจะไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่มันคือลมหายใจของคนในครอบครัวเธอ... รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอเย็นเยียบของคริสเตียน วอล์คเกอร์ ก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิทในห้องทำงานส่วนตัวของเขา มือเรียวบางกำกระโปรงเดรสของตนเองไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
คริสเตียนไม่ได้หันมามอง เขาปักใจอยู่กับการรินวิสกี้ลงในแก้วคริสตัล เสียงของเหลวสีอำพันกระทบแก้วดังกังวานชัดเจนในความเงียบที่น่าอึดอัด ก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจดจ้องมองใบหน้าที่ก้มต่ำของเธอ
“ฉันไม่ได้ทำนะคะ” รินรดาเค้นเสียงตอบกลับอย่างยากลำบาก แม้ในใจจะรู้ดีว่าคำปฏิเสธของเธอนั้นเบาบางราวกับขนนกเมื่อเทียบกับอำนาจมืดที่เขากำลังเผชิญอยู่
“ไม่ได้ทำงั้นเหรอ?” คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ เขาเดินเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความกดอากาศที่เปลี่ยนไปรอบกายเขา “ไฟล์ข้อมูลลับในเซิร์ฟเวอร์ถูกเข้าถึงจากไอพีแอดเดรสในห้องนอนเธอ รินรดา... เธอคิดว่าฉันโง่ถึงขนาดแยกไม่ออกว่าใครเป็นคนทรยศหรือไง”
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด “ถ้าฉันจะทำ ฉันจะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อชีวิตฉันตอนนี้ก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายเพราะคุณอยู่แล้ว!”
เพล้ง!
แก้ววิสกี้ในมือคริสเตียนถูกปาลงพื้นจนแตกกระจาย เขาคว้าข้อมือเธอด้วยแรงมหาศาลก่อนจะดึงให้ลุกขึ้นเผชิญหน้า ระยะห่างที่ใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกันทำให้รินรดาเห็นเพียงความมืดมิดในดวงตาของมาเฟียหนุ่มที่เธอเคยคิดว่ารู้จัก
“เพราะเธอเริ่มมีความสำคัญมากเกินไปไงล่ะ” เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะปล่อยข้อมือเธอราวกับรังเกียจ “คู่แข่งของฉันไม่ได้โง่ พวกมันรู้ว่าจุดอ่อนเดียวที่คริสเตียน วอล์คเกอร์มี... คือผู้หญิงที่ไร้ทางสู้อย่างเธอ”
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาทก่อนที่ประตูไม้บานยักษ์จะเปิดออก บอดี้การ์ดคนสนิทของคริสเตียนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความกังวล
“นายครับ... มารีญ่ามาถึงที่นี่แล้วครับ”
คริสเตียนชะงักไปชั่วครู่ รินรดารู้สึกถึงแรงบีบที่คลายออก แต่ความอบอุ่นกลับไม่ได้เข้ามาแทนที่ มารีญ่า... ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวของคริสเตียน และเป็นพิษร้ายที่คอยกัดกินความมั่นใจของเธอมาโดยตลอด
เพียงครู่เดียว ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงของมารีญ่าก็ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายไปทั่ว นางเดินตรงเข้ามาหาคริสเตียนโดยไม่สนใจรินรดาแม้แต่น้อย ราวกับหญิงสาวเป็นเพียงแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในห้อง
“ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญสินะคะ คริส” มารีญ่ายิ้มหวาน แต่ดวงตาของนางกลับจ้องมองรินรดาด้วยความสมเพช “แต่ฉันว่าเรื่องที่ฉันเอามาฝาก น่าจะสำคัญกว่าเรื่องของ... เด็กรับใช้คนนี้เยอะ”
มารีญ่าหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เธอขยับเข้าไปใกล้คริสเตียนจนดูแนบชิดเกินควร “คริสคะ ข้อมูลที่รินรดาถูกกล่าวหาว่าขโมยไป... จริงๆ แล้วมันรั่วไหลจากคนของฉันที่แฝงตัวอยู่ในเครือข่ายของคู่แข่งต่างหาก และพวกเขา... มีเป้าหมายจะเก็บเธอคืนนี้ค่ะ”
คริสเตียนหรี่ตาลง เขากวาดสายตามองเอกสารเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความสับสนและระแวดระวัง
“เธอหมายความว่ายังไง?” คริสเตียนถามเสียงเรียบ
“หมายความว่า รินรดาคือเหยื่อล่อค่ะ” มารีญ่าหัวเราะเบาๆ “พวกมันรู้ว่าถ้าทำให้คุณไขว้เขวเพราะความระแวงในตัวผู้หญิงคนนี้ คุณก็จะไม่มีสมาธิจัดการกับข้อตกลงหมื่นล้านในคืนวันพรุ่งนี้... แล้วเมื่อนั้น ชีวิตของเธอก็จะกลายเป็นเครื่องสังเวยเพื่อความสะใจของพวกมัน”
รินรดารู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เธอไม่ได้ถูกกล่าวหา... แต่เธอกำลังถูกล่า
“ฉันไม่ได้เป็นเครื่องมือของใครทั้งนั้น!” รินรดาโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ “ไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือจะเป็นมารีญ่า!”
“อย่าขึ้นเสียงกับฉัน รินรดา” คริสเตียนหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชาที่ทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “ในเมื่อเธอกลายเป็นเป้าหมาย... ต่อจากนี้ไป เธอจะไม่ได้ก้าวออกจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว จนกว่าฉันจะจัดการเรื่องนี้เสร็จ”
“คุณจะขังฉันเหรอคริสเตียน!”
“ฉันแค่กำลังปกป้องสิ่งที่ฉัน... ยังไม่อยากให้พังไปตอนนี้” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินไปที่ประตู โดยมีมารีญ่าเดินตามไปไม่ห่าง ก่อนจะออกไป มารีญ่าหันกลับมามองรินรดาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เธอกลัวจับใจ
เมื่อประตูถูกล็อกแน่นหนาจากภายนอก รินรดาเดินไปที่หน้าต่างบานสูง เธอพบว่ากระจกถูกติดฟิล์มนิรภัยหนาแน่น และข้างนอกนั้น... มีแสงไฟจากเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งกำลังขยับไปมาอยู่บนกำแพงห้องฝั่งตรงข้าม
มันไม่ได้เล็งมาที่เธอ แต่มันกำลังเล็งไปที่หัวใจของคนที่จะเดินเข้าประตูห้องนี้ในไม่กี่นาทีข้างหน้า
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นที่หน้าห้อง เสียงโซ่ตรวนและเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์จากทางเดินดึงดูดให้รินรดาต้องถอยหลังกรูดไปจนมุมห้อง ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่กดทับหัวใจ
เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นอย่างเชื่องช้า... ไม่ใช่เสียงบัตรคีย์การ์ดของคริสเตียน แต่เป็นเสียงโลหะขูดกับเหล็กที่บ่งบอกถึงผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
รินรดาคว้ามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาสั่นๆ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเงาร่างสีดำก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นดินปืนที่อบอวลไปทั่วอากาศ เธอรู้แล้วว่าคืนนี้... เกมไม่ได้จบลงแค่ความระแวง แต่มันกำลังเริ่มต้นขึ้นด้วยความตาย
มิดไนท์คิสหวังว่ารี้ดทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้รินรดาฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปได้ในตอนต่อไปนะคะ
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 34
ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!