“อย่าเพิ่งขยับ... ถ้าไม่อยากให้หัวใจของเธอถูกควักออกมาวางบนฝ่ามือฉันตอนนี้”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นที่ข้างใบหูของคิรอส กลิ่นอายของความตายที่ไม่ได้เกิดจากค่าสถานะในเกม แต่มันคือแรงกดดันที่สะสมผ่านการเข่นฆ่ามานับพันครั้ง คิรอสที่กำลังวางแผนผังการป้องกันเมืองหน้าด่านชะงักงัน กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเกร็งค้าง เขาไม่ได้สัมผัสถึงร่องรอยการมาเยือนของอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว ระบบตรวจจับระดับสูงของเขาเพิ่งจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนเป็นสีแดงฉานหลังจากที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง
เรย์น่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะแผนที่ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเพียงแค่ก้มหน้าพิจารณาพิกัดจุดยุทธศาสตร์ในมิติรกร้างแห่งบรรพกาล ดวงตาเรียวสวยของเธอวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น
“คิรอส... ทำไมเงียบไปล่ะคะ? ที่ฉันวางจุดพลธนูไว้ตรงนี้ นายว่ายังไง? หรือว่าเราควรจะปรับให้กระจุกตัวมากขึ้นเพื่อรับมือกับกองทัพมอนสเตอร์มิติคู่ขนาน?”
คิรอสไม่ได้ตอบทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึก รับรู้ได้ถึงปลายโลหะเย็นเฉียบที่จ่ออยู่บริเวณจุดตายหลังลำคอ เขารู้ดีว่าหากตนขยับเพียงนิด พลังโจมตีที่รุนแรงจนสามารถทะลุเกราะป้องกันระดับ SSS ได้ คงจะปลิดชีพเขาได้ในวินาทีเดียว
“ข้อเสนอของคุณน่าสนใจครับ... ไม่สิ ต้องพูดว่า... คุณน่าจะเข้ามาหาผมโดยไม่ใช้มีดจ่อคอจะดีกว่านะ” คิรอสกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แม้เหงื่อเย็นจะเริ่มซึมออกมาตามไรผม แต่เขายังคงรักษาความสุขุมไว้ได้ เขาค่อยๆ วางปากกาขนนกในมือลงอย่างใจเย็น
“กิลด์เด็กดื้อของเธอนี่... เลี้ยงดูมาได้น่าสนใจดีนะ โดยเฉพาะ ‘อาจารย์สาว’ ของเธอคนนี้” เสียงปริศนาหัวเราะแผ่วเบา เป็นน้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด ทว่ามันแฝงไว้ด้วยความบ้าคลั่งที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากของผู้เล่นอันดับหนึ่งในอดีต
เรย์น่าเงยหน้าขึ้นจากแผนที่ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีผิดปกติของคิรอส “คิรอส? เป็นอะไรไปคะ? ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น หรือว่ามิติรกร้างนี้มันส่งผลต่อสุขภาพจิตของนาย?”
“เรย์น่า...” คิรอสเรียกชื่อเธอแผ่วเบา สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาสะท้อนในกระจกเงาข้างผนังห้องโถง เขาเห็นชายหนุ่มผมสีเงินยวงในชุดเกราะผ้าคลุมสีดำสนิท ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นสีทองสว่างที่ดูไร้อารมณ์ เขากำลังยืนอยู่หลังคิรอสจริงๆ และนิ้วเรียวยาวนั่นก็กำลังลูบไล้ไปที่คอเสื้อของเขาอย่างถือดี
“นั่นสินะ... จะให้เธอเห็นฉากเปิดตัวที่สวยงามกว่านี้ก็คงยาก” ชายคนนั้นกล่าวพลางลดมีดลง ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ฉันชื่อ ‘เอเลียส’ คนที่พวกเธอในเซิร์ฟเวอร์นี้เรียกว่า ‘วิญญาณบาปที่ถูกเนรเทศ’ และฉันมาที่นี่เพื่อนำสิ่งที่ควรเป็นของฉันกลับไป... รวมถึงตัวเธอนะ เรย์น่า”
เรย์น่าผุดลุกขึ้นยืนในทันที พลังเวทสีฟ้าครามแผ่กระจายรอบกายจนพื้นหินสั่นสะเทือน เธอเรียกไม้เท้าเวทมนตร์คู่กายออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความอ่อนหวานเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรังสีอำมหิตของผู้นำกิลด์ที่ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน
“แก... ไอ้ผู้บุกรุกจากนอกระบบ” เรย์น่าเค้นเสียงลอดไรฟัน “กล้าดียังไงถึงข้ามกำแพงกั้นเซิร์ฟเวอร์เข้ามาที่นี่!”
“กำแพงน่ะเหรอ? ของแบบนั้นมันก็แค่เศษกระดาษสำหรับคนที่เคยทำลายโลกมาแล้วหนึ่งใบไม่ใช่หรือไง” เอเลียสยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปสบตากับคิรอส “เอาล่ะ คุณพี่เลี้ยง... เรามาคุยเรื่องกลยุทธ์การรบกันหน่อยดีไหม? เพราะกองทัพของฉันที่รออยู่อีกฝั่งของมิติกำลังจะข้ามมาภายในสิบนาทีนี้แล้ว และถ้าฉันจำไม่ผิด... เมืองหน้าด่านของเธอตอนนี้มันยังไม่พร้อมจะรับมือกับ ‘การล่มสลาย’ หรอกนะ”
คิรอสขยับตัวลุกขึ้นยืน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นโหมดวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าหากต้องปะทะกับผู้เล่นระดับตำนานที่ถูกแบนไปเมื่อสามปีก่อนในตอนนี้ มันคือความพ่ายแพ้ที่คำนวณไว้แล้ว แต่เขาก็ไม่ใช่นักเล่นเกมที่จะยอมก้มหัวให้สถานการณ์ตรงหน้า
“เรย์น่า เตรียมตัวให้พร้อม” คิรอสเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากเอเลียส “เราจะเปลี่ยนแผนการตั้งรับเป็นการวางกับดักด้วยเงื่อนไขของระบบภารกิจ SSS ที่เพิ่งกระตุ้น... ในเมื่อเขาอยากเข้ามาในมิตินี้มากนัก เราก็แค่ต้องทำให้มิตินี้กลายเป็นหลุมฝังศพของเขาแทน”
เรย์น่าพยักหน้าเข้าใจทันที เธอส่งสัญญาณไปยังกิลด์ของเธอผ่านระบบสื่อสารลับ “ทุกคน... ประจำจุด! ปลดปล่อยพลังงานจาก ‘เสาพันธสัญญาโบราณ’ ให้ถึงขีดสุด เราจะใช้พลังของมิตินี้ขยี้พวกมัน!”
บรรยากาศในห้องโถงกลายเป็นสนามรบที่มองไม่เห็น แรงกดดันมหาศาลจากทั้งสามฝ่ายปะทะกันจนอากาศบิดเบี้ยว เอเลียสยืนมองเหตุการณ์ด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก เขาหยิบอุปกรณ์ทรงลูกบาศก์สีดำออกมาจากกระเป๋าเก็บของแล้ววางลงบนโต๊ะแผนที่
“เอาล่ะ... มาเริ่มเกมที่มีเดิมพันเป็น ‘จุดจบของโลกใบนี้’ กันเถอะ”
ทว่า ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วทั้งห้องโถง หน้าต่างระบบที่คิรอสไม่เคยเห็นมาก่อนเด้งขึ้นมาตรงหน้าของเขา และมันไม่ได้แจ้งเตือนเพียงแค่ภารกิจ แต่เป็นคำสั่งที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
[คำเตือนระดับวิกฤต: ผู้เล่น ‘เอเลียส’ ไม่ได้เข้ามาเพียงลำพัง]
[ตรวจพบการเชื่อมต่อกับมิติบิดเบี้ยว: ‘เรย์น่า’ ที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่เรย์น่าจากเซิร์ฟเวอร์หลัก แต่เป็นตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำที่หายไปของผู้บุกรุกคนนี้]
[การตัดสินใจของคุณในวินาทีนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่า... ใครคือคนที่จะต้องหายไปตลอดกาล]
คิรอสหันไปมองเรย์น่าที่กำลังร่ายเวทมนตร์ด้วยความสับสน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาก็เห็นบางอย่างที่ผิดปกติ... บนข้อมือของเธอ ไม่มีตราประทับกิลด์ของเขาอยู่เลย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 30 แล้วนะคะ ความเข้มข้นกำลังจะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ห้ามพลาดแม้แต่วินาทีเดียวค่ะ!
ระบบพี่เลี้ยงสุดป่วนกับกิลด์เด็กดื้อของผม•ตอนที่ 30
การเตรียมกองกำลังครั้งประวัติศาสตร์
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสุดป่วนกับกิลด์เด็กดื้อของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!