เสียงกัมปนาทสะท้อนก้องผ่านแผ่นผนังเวทมนตร์ของห้องโถงกิลด์ เมื่อแรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดจุดห้าตามมาตรวัดธาตุทำลายล้างกวาดผ่านพื้นหินอ่อนจนแตกร้าวเป็นลายงา คิรอสไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ เศษซากปูนที่ร่วงหล่นลงมาเหนือศีรษะถูกสลายด้วยม่านพลังจิตเวทที่เขากางไว้ในเสี้ยววินาที ดวงตาสีรัตติกาลของอดีตโปรเพลเยอร์กวาดมองกลุ่มควันหนาทึบที่ค่อยๆ จางลงเบื้องหน้า เผยให้เห็นรอยแยกมิติขนาดมหึมาที่กำลังฉีกกระชากอากาศธาตุให้บิดเบี้ยว ราวกับรอยแผลเป็นบนท้องฟ้าจำลองของโลก VRMMO แห่งนี้
"คิรอสคะ..."
เสียงกระซิบที่เจือด้วยความตื่นตระหนกปนความท้าทายดังมาจากด้านหลัง เรย์น่า ในชุดมาสเตอร์กิลด์สีนิลตัดขอบทองที่บัดนี้มีรอยขาดวิ่นจากการต่อสู้ กำลังยืนหอบหายใจเบาๆ แผ่นอกบางไหวสะท้อนตามจังหวะการเต้นของหัวใจ กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่ตกค้างรอบตัวเธอยังคงคุกรุ่นราวกับเปลวเพลิงใต้ผืนน้ำแข็ง
"ดูเหมือนว่างานเลี้ยงฉลองของเรา... จะต้องเลื่อนออกไปก่อนซะแล้วล่ะค่ะ"
เธอเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ดวงเนตรคู่สวยคู่นั้นกลับประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย ราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นซนครั้งใหญ่
คิรอสถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบขวดโพชั่นฟื้นฟูมาเลื่อนส่งให้หญิงสาวตรงหน้า โดยไม่ลืมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่หลุดลุ่ยเปียกชุ่มเหงื่อออกจากหน้าผากเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
"คุณนี่นะ เรย์น่า... บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเพิ่งใช้วิชาผนึกมิติระดับนั้นในพื้นที่ปิดสิครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ติดปากไปหน่อย" คิรอสชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบฉบับพี่เลี้ยงมือหนึ่ง "ฉันหมายถึง... คุณนี่ชะมัดยากเลยนะคะ เรย์น่า เล่นใหญ่รัชดาลัยแบบนี้ เด็กๆ ในกิลด์ที่กำลังรอปาร์ตี้บาร์บีคิวข้างนอกคงได้ขวัญกระเจิงกันหมดพอดี"
เรย์น่าหน้าแดงขึ้นมาวูบหนึ่ง ไม่ใช่เพราะความเขินอายธรรมดา แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่กะทันหันจนลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมกัน เธอยกมือขึ้นดันไหล่กว้างของเขาเบรกไว้เบาๆ แม้เรี่ยวแรงจะไม่ได้ผลักดันให้อีกฝ่ายถอยหลังเลยแม้แต่น้อย
"ก็... ก็ถ้าฉันไม่รีบผนึกรอยแยกนั่น เจ้าพวกมอนสเตอร์กลายพันธุ์ระดับตำนานจากดันเจี้ยนชั้นใต้ดินก็คงหลุดขึ้นมาถล่มห้องอาหารที่เราเตรียมวัตถุดิบไว้หมดน่ะสิคะ!" เธอกล่าวแก้ตัวเสียงอุบอิบ ดวงตากลมโตหลบสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่มองมาอย่างรู้ทัน
บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะตึงเครียดจากภัยพิบัติเบื้องหน้า กลับเจือไปด้วยความอบอุ่นประหลาด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมผสานกับกลิ่นอายดินฝนหลังพายุจากทักษะเวท ลอยอวลอยู่ในอากาศ คิรอสไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนแผ่นหลังของเรย์น่าเกือบจะชิดติดกับเสาหิน ก่อนที่มือเรียวจะยกขึ้นร่ายคาถาประสานรอยแยกมิติอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวของเขานิ่งสนิทและทรงพลัง ราวกับวาทยากรที่กำลังควบคุมวงออเคสตราใหญ่อันซับซ้อน
พริบตาเดียว แสงสีฟ้าครามก็สาดส่องวาบ รอยแยกมิติที่กำลังคำรามก้องค่อยๆ หุบตัวลงอย่างไร้เสียง ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงกิลด์อีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งสอง
"เรียบร้อยค่ะ" คิรอสลดมือกลายเป็นการจัดปกเสื้อให้เรย์น่าแทน "ทีนี้... เราจะไปจัดการกับงานเลี้ยงที่ค้างคาอยู่ข้างนอกกันดีไหมคะ มาสเตอร์"
คำพูดหยอกเย้าแกมเอ็นดูนั้นทำให้เรย์น่าค้อนใส่เบาๆ วงหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างถือดี "ก็ได้ค่ะ! ถือว่าฉันยอมยกธงขาวให้คุณสักวันก็แล้วกัน... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า เนื้อย่างฝีมือฉันวันนี้ คุณต้องเป็นคนชิมคนแรก!"
ณ ลานกว้างกลางกิลด์ "ดารานิรันดร์" แสงไฟจากโคมเวทมนตร์นับร้อยดวงส่องประกายระยิบระยับแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามราตรี กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างสมุนไพรลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงหัวเราะและเสียงโวยวายของเหล่าสมาชิกกิลด์เด็กดื้อที่วิ่งไล่กันรอบกองไฟ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
คิรอสและเรย์น่าเดินเคียงคู่กันออกมาจากตึกบัญชาการ การปรากฏตัวของทั้งสองเรียกเสียงโห่ร้องแซวจากเหล่าเด็กๆ ทันที
"โอ้โห! หัวหน้ากับพี่เลี้ยงคิรอสมาแล้ว! ไปเคลียร์รอยแยกมิติหรือไปสวีทกันแน่เนี่ย หน้าแดงเชียวนะครับหัวหน้า!" เสียงของ 'ลูคัส' เด็กหนุ่มจอมกวนประสาทประจำกิลด์ตะโกนแซاขึ้นมาเสียงดังลั่น เรียกเสียงหัวครึกครื้นจากเพื่อนๆ ในปาร์ตี้
เรย์น่าถึงกับใบหน้าขึ้นสีจัด เธอยกกำปั้นขึ้นขู่ฟอดๆ "ลูคัส! อยากโดนฉันส่งไปขัดห้องใต้ดินอีกสักรอบใช่ไหมคะ ถึงได้ปากดีแบบนี้!"
คิรอสหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่น่าฟัง เขายกแก้วน้ำผลไม้หมักพิเศษขึ้นจิบรสมือกลมกล่อม ก่อนจะวางมือลงบนศีรษะของเรย์น่าเบาๆ อย่างคุ้นชิน สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้หญิงสาวชะงัก เปลือกตากระพริบปริบๆ ความดุร้ายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ฉายชัดอยู่ในแววตา
"ปล่อยเด็กๆ เขาเถอะค่ะ วันนี้พวกเขาเหนี่ยวกันมามากพอแล้ว" คิรอสกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รصفลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้เรย์น่ารู้สึกวูบวาบแปลกๆ ในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนกลัวว่าคนข้างกายจะได้ยิน
งานดำเนินต่อไปท่ามกลางเสียงเพลง เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของทุกคนในกิลด์ สำหรับคิรอสที่ผ่านโลกในเกมมาโชกโชน ผ่านการแข่งขันระดับโลกที่เต็มไปด้วยความกดดันและการหักหลัง มิติเสมือนจริงแห่งนี้ไม่เคยรู้สึก "จริง" เท่านี้มาก่อน ที่นี่ไม่ใช่แค่โค้ดและข้อมูล แต่คือบ้าน คือรอยยิ้ม และคือความผูกพันที่เขายอมเอาศักดิ์ศรีทั้งหมดเข้าแลกเพื่อปกป้อง
เมื่อยามดึกสงัดมาเยือน งานเลี้ยงค่อยๆ ซาลง เหล่าเด็กดื้อต่างพากันแยกย้ายไปนอนหลับพักผ่อนตามมุมต่างๆ ของกิลด์ด้วยความเหนื่อยอ่อน เหลือเพียงกองไฟกองใหญ่ที่ยังคงคุกรุ่นหลงเหลือไออุ่น
คิรอสและเรย์น่ายังคงนั่งอยู่บนระเบียงหินอ่อนชั้นบนสุดของหอคอยกิลด์ จุดที่สามารถมองเห็นดวงดาวทั่วทั้งทวีปเสมือนจริงได้ชัดเจนที่สุด สายลมอย่างดึกพัดพาเอาความเย็นยะเยือกมาปะทะผิว แต่ข้างกายของทั้งคู่กลับอบอุ่นราวกับมีเตาผิงส่วนตัว
"คิรอสคะ..." เรย์น่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคู่สวยมองทอดออกไปไกลแสนไกล "คุณ... เคยคิดไหมคะว่า ถ้าวันหนึ่งเกมนี้ปิดตัวลง หรือว่าพวกเราต้องตื่นขึ้นมาในโลกความเป็นจริง... เราจะยังจำความรู้สึกแบบนี้ได้อยู่ไหม?"
คำถามที่เต็มไปด้วยความเปราะบางนั้นทำให้คิรอสชะงักไป เขากลอกตาเล็กน้อยก่อนจะหันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่สะท้อนแสงจันทร์
"โลกความจริงหรือคะ..." คิรอสทวนคำ เสียงของเขาจริงจังขึ้นเล็กน้อย "สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าข้อมูลพวกนี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ไหน หรือตัวตนของเราในโลกจริงจะหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ช่วงเวลาที่เราได้หัวเราะ ได้ต่อสู้ และได้ปกป้องสิ่งสำคัญร่วมกัน... มันเป็นเรื่องจริงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดครับ"
เขาขยับเข้าไปใกล้เรย์น่าอีกนิด จนไหล่ชนกัน มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนตักของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือถ่ายทอดผ่านผิวสัมผัส ทำให้เรย์น่าสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปฏิเสธ เธอกลับพลิกมือขึ้นประสานนิ้วเข้ากับเขาแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝันที่จะสลายหายไปเมื่อรุ่งอรุณมาเยือน
"ขอบคุณนะคะ... ที่ยอมมาเป็นพี่เลี้ยงให้กิลด์ป่วนๆ ของฉัน" เรย์น่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่มาสเตอร์กับลูกน้อง
คิรอสยิ้มรับ รอยยิ้มที่หาได้ยากและจริงใจที่สุดตั้งแต่เขาเข้ามาในเกมนี้ "ด้วยความยินดีเสมอค่ะ... มาสเตอร์ของผม"
บรรยากาศกำลังโรแมนติกและลึกซึ้งจนหัวใจของทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าของคิรอสโน้มเข้าไปใกล้เพื่อจะซึมซับช่วงเวลาอันล้ำค่านี้ เสียงเตือนภัยสีแดงฉานจากระบบหลักของเกมก็ดัง "ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!" แผดเสียงแหลมสูงจนแก้วแทบแตก
หน้าต่างระบบโปร่งใสสีเลือดพุ่งพรวดขึ้นมากลางอากาศบังวิสัยทัศน์ของคนทั้งคู่ ข้อความตัวอักษรสีทองแดงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่เย็นเยียบไร้ความรู้สึก:
[ประกาศฉุกเฉินระดับระบบสูงสุด: ตรวจพบการบุกรุกจากตัวตนปริศนาภายนอกขอบเขตขั้วโลกทมิฬ]
[คำเตือน: โปรโตคอลความปลอดภัย "เอนทิตีศูนย์" ถูกปลดล็อกโดยผู้เล่นที่ไม่ทราบฝ่าย]
[เป้าหมายการทำลายล้างลำดับแรก: กิลด์ดารานิรันดร์ และพิกัดปัจจุบันของท่าน - กำลังนับถอยหลังการล่มสลายในอีก 180 วินาที]
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความป่วนนี้เสมอนะคะ!
ระบบพี่เลี้ยงสุดป่วนกับกิลด์เด็กดื้อของผม•ตอนที่ 22
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองและความลับ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสุดป่วนกับกิลด์เด็กดื้อของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!