ระบบพี่เลี้ยงสุดป่วนกับกิลด์เด็กดื้อของผม•ตอนที่ 32

การบุกทะลวงแนวป้องกันเหล็ก

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
“ยินดีด้วยนะคะ... ที่คุณติดกับดักของมาสเตอร์ตัวจริงเข้าแล้ว” เสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคิรอส ไม่ใช่เสียงสะท้อนจากความพ่ายแพ้ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่ทำให้มุมปากของอดีตโปรเพลเยอร์หนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความมืดมิดของหุบเขาแห่งเสียงคำราม (Roaring Ravine) ในโลกของเกม VRMMO «Chronicles of Aethelgard» ถูกแทนที่ด้วยแสงสีฟ้าเรืองรองของบาเรียเวทมนตร์ขั้นสูงที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยเมตร เบื้องหน้าของพวกเขาคือแนวป้องกันเหล็กกล้าผสมผสานกับเวทมนตร์ป้อมปราการของกิลด์ใหญ่อย่าง ‘สกายแลนเทิร์น’ ที่ตั้งใจสกัดกั้นไม่ให้กิลด์เด็กดื้อของเขาเดินทางไปถึงใจกลางทวีป คิรอสกวาดสายตาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ระบบอินเทอร์เฟซแสดงผลค่าความทนทานของบาเรียที่กำลังรีชาร์จตัวเองทุกๆ สามวินาที บ่งบอกว่าผู้ร่ายเวทฝั่งตรงข้ามไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา แต่เป็นถึงเกมเมอร์ระดับท็อปเท็นของเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกจ้างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ “ลูกพี่! แย่แล้วล่ะค่ะ เจ้าพวกนั้นเสริมพลังแนวป้องกันด้วยแร่ไมท์คอร์ (Mithril Core) อีกชั้นหนึ่งแล้ว ดาบเพลิงของฉันฟันเข้าไปไม่ถึงตัวโครงสร้างหลักเลยค่ะ!” เสียงใสๆ แต่ร้อนรนของรุกะ หัวหอกตัวน้อยประจำกิลด์ตะโกนรายงานมาทางช่องสื่อสารปาร์ตี้ ขณะที่เจ้าตัวกำลังกระโดดหลบลูกศรเวทธาตุดินที่พุ่งปักลงพื้นจนเกิดหลุมลึก “ใจเย็นๆ ค่ะ รุกะ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์นำหน้ากำลัง” คิรอสตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดเข้าสู่ศูนย์กลาง การเล่นเกมแนว Full-Dive VRMMO ในระดับที่เขาเคยผ่านมาสอนให้รู้ว่า ความเร่งรีบคือหนทางสู่ความตายที่เร็วที่สุด โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลยุทธ์ที่ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีเช่นนี้ ที่ด้านหลังของแนวป้องกัน ระยะห่างออกไปราวสามร้อยเมตรคือฐานทัพหลักของฝ่ายตรงข้าม—ป้อมปราการหินสีนิลที่ตั้งตระหง่านท้าทายสายลม สถานที่แห่งนั้นซ่อนกุญแจสำคัญในการปลดล็อกพื้นที่กิจกรรมประจำฤดูกาล และพวกเขามีเวลาเหลืออีกไม่ถึงยี่สิบนาทีในการเจาะทะลวงเข้าไป ทันใดนั้น ร่างระหงในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายด้ายทองคำก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างคิรอส เรย์น่า—อาจารย์สาวลึกลับและมาสเตอร์กิลด์ของพวกเขา ปรับฮู้ดคลุมศีรษะลงเผยให้เห็นเส้นผมสีเงินยวดยวงที่สะท้อนกับแสงเรืองรองของเวทมนตร์ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม “มองหน้าฉันแบบนี้ มีแผนอะไรชั่วร้ายอยู่ในหัวอีกแล้วล่ะสิคะ คุณพี่เลี้ยง” เรย์น่าเอ่ยแซوด้วยน้ำเสียงติดตลก แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แต่เธอก็ยังคงไว้ซึ่งความผ่อนคลายที่ส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด “ผมเปล่าเสียหน่อยครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ติดปากไปหน่อย” คิรอสรีบแก้คำพูดเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคย เรย์น่าหัวedเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนาน “หึๆ ระวังตัวให้ดีเถอะค่ะ คิรอส... เพราะถ้าแผนของคุณพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนปรับลดเงินเดือนในเกมของคุณลงครึ่งหนึ่ง” เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนคิรอสได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูก เป็นการกระทำที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะท่ามกลางสนามรบอันดุเดือด “รับทราบครับ มาสเตอร์... เอ๊ย มาสเตอร์คะ” คิรอสยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองเบื้องหน้า “ในเมื่อพวกเขากล้าสร้างกรงเหล็กขังนก ก็ต้องเตรียมใจรับมือเวลาที่นกตัวนั้นตื่นจากการหลับใหลด้วยเช่นกัน” อดีตโปรเพลเยอร์หนุ่มยกมือขึ้นเรียกหน้าต่างระบบจัดการสกิล ไอเท็มระดับตำนานที่เขาเก็บสะสมมานานนับเดือนถูกดึงออกมาปรากฏบนฝ่ามือ—‘ศิลาสะท้อนเวทปฐพี (Earth Echo Stone)’ ไอเท็มหายากที่ผู้เล่นส่วนใหญ่คิดว่ามีไว้ประดับคอลเลกชันเท่านั้น แต่ในสายตาของคิรอส มันคือชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะพลิกเกมนี้ “ทุกคนฟังทางนี้ค่ะ!” คิรอสส่งเสียงสั่งการผ่านระบบกิลด์ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะดึงสติของสมาชิกทุกคนให้กลับมาโฟกัส “ตามแผนที่เราซ้อมกันไว้เมื่อคืนนี้ มาริโอ้ ใช้โล่เวทมนตร์ดูดซับแรงกระแทกจากด้านหน้า ขณะที่ลูน่าเตรียมคาบเกี่ยวธาตุลมเพื่อพัดควันอำพราง ส่วนเรย์น่า...” เขาหันไปสบตากับอาจารย์สาวข้างกาย “ฉันรู้แล้วน่า ไม่ต้องสั่งซ้ำซากหรอกค่ะ” เรย์น่าร่ายรำเรียวคู่นิ้ววาดลวดลายกลางอากาศ วงแหวนเวทสีม่วงเข้มขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเธอ ออร่าพลังเวทมหาศาลกดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว “ฉันจะเปิดทางสะดวกให้คุณเองค่ะ คิรอส... ทำให้พวกเขาเห็นหน่อยสิคะว่าความแตกต่างระหว่างมือสมัครเล่นกับระดับโปรมันเป็นยังไง” สิ้นเสียงของเรย์น่า เปลวเพลิงสีฟ้าและพายุหมุนลูกใหญ่ก็พรูเข้าโหมกระหน่ำใส่แนวป้องกันเหล็กกล้าของฝ่ายตรงข้ามทันที เสียงโลหะบิดเบี้ยวและเสียงกรีดร้องของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามดังระงมไปทั่วหุบเขา คิรอสไม่รอช้า เขาสับฝ่าเท้าพุ่งทะยานผ่านช่องว่างของกลุ่มควันและเศษซากเหล็กที่กำลังลุกไหม้ราวกับภูตพรายในความมืด ความไวระดับขีดสุดของสายอาชีพแอสซาซินผสมผสานกับสัญชาตญาณอันเฉียบคมทำให้เขาหลบหลีกการโจมตีทุกรูปแบบได้อย่างไร้ที่ติ สิบเมตร... ห้าเมตร... ประตูเหล็กบานยักษ์ของฐานทัพหลักอยู่ตรงหน้าแล้ว! คิรอสเงื้อมือขึ้นเตรียมปักศิลาสะท้อนเวทลงบนกลไกกลางของประตูเพื่อทำลายระบบล็อกทั้งหมดจากภายใน แต่ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสกับพื้นผิวโลหะ บรรยากาศรอบกายกลับเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ราวกับว่าอุณหภูมิในโลกเสมือนจริงดิ่งลงจนติดลบ เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยไม่ได้ดังขึ้น แต่กลับเป็นเสียงระฆังโบราณก้องกังวานจากความว่างเปล่า—*ก๊องงงง...* ประตูเหล็กที่ควรจะถูกทำลายกลับเปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดเกราะสีดำสนิทที่สวมหน้ากากปีศาจครึ่งซีก ดวงตาสสีแดงฉานใต้หน้ากากจ้องมองมาที่คิรอสราวกับกำลังมองเหยื่อในกำมือ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นเบาๆ แต่สะท้อนก้องในหัวของทุกคน “ยินดีต้อนรับสู่กับดักชั้นที่สอง... คิรอส” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเหล่าเด็กดื้อและพี่เลี้ยงสุดป่วนใน,ตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสุดป่วนกับกิลด์เด็กดื้อของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%