"ถ้าคิดว่าโทรมาขู่แล้วผมจะกลัว บอกเลยว่าคุณคิดผิด..."
น้ำเสียงของคณินราบเรียบจนน่ากลัว บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารในภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ดิ่งวูบลงในพริบตา ปลายสายที่โทรเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพิมพรรณ—คู่หมั้นเก่าที่ถือวิสาสะกลับมาเมืองไทยพร้อมกับแผนการที่เธอคิดว่าจะปั่นหัวเขาเล่นได้สนุกมือ
มินตราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชะงักมือที่กำลังถือช้อนเงินเงียบกริบ ดวงตากลมโตคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะ เธอไม่ได้แสดงอาการหึงหวงโวยวายตามแบบฉบับนางเอกละครน้ำเน่าทั่วไป ตรงกันข้าม รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของมินตรากลับเยียบเย็นเสียจนคณินต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนทน
"ใครเหรอครับเฮีย เสียงหวานเชียว... สงสัยงานนี้คนทางโน้นเขาคงคิดถึงเฮียจนนอนไม่หลับล่ะมั้ง" มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ดวงตาคู่คมจดจ้องมาที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างรู้ทัน ประโยคเรียบง่ายแต่เชือดเฉือนนั้นทำเอาคณินรู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟมาจี้อยู่กลางอก
ให้ตายสิ... ยัยนี่ไม่เคยทำให้เขาหงุดหงิดน้อยลงเลยให้ตาย!
คณินกดวางสายทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เขาสערตากลับไปที่มินตราด้วยแววตาที่ฉายแววความดื้อรั้นดื้อดึงแบบฉบับผู้ชายปากไม่ตรงกับใจ "ผู้หญิงเขาก็โทรมาตามประสาคนเคยๆ กัน... ทำไมครับ หึงผมหรือไงถึงได้ทำหน้าตาแบบนั้น"
"หึง?" มินตราแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ช้อนตามองเขาด้วยแววตาท้าทาย "เฮียเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหนเหรอคะ คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไง ฉันจะไปหึงคนที่กำลังจะเดินกลับไปหาอดีตคู่หมั้นทำไมล่ะคะ เสียเวลาเปล่า"
คำพูดของมินตราคมกริบเหมือนใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง มันบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของวิศวกรหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีอย่างคณินเข้าเต็มเป้า คณินขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อปูดโปน ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะระเบิด เขานึกอยากจะเขย่าร่างบางตรงหน้าแรงๆ ให้หายหมั่นไส้ นักหนานะยายตัวแสบ ปากเก่งแบบนี้มันน่าจับมาจูบให้หายพยศนัก!
ในเมื่อมินตราเลือกที่จะเล่นเกมเย็นชาใส่เขาก่อน คณินก็พร้อมจะงัดไม้เด็ดออกมาเอาคืนให้สาสมเช่นกัน
"งั้นเหรอ... ถ้าไม่หึง งั้นผมคงต้องแสดงให้เห็นชัดๆ แล้วล่ะมั้งว่าทำไมผู้หญิงหลายคนถึงอยากได้ผมเป็นเจ้าของ" คณินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และดุดันแบบเพลย์บอยตัวพ่อ
พูดจบ คณินก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอต่อหน้าต่อตา เขากดต่อสายหาพิมพรรณทันที และจงใจเปิดสปีกเกอร์โฟนให้เสียงดังฟังชัดก้องไปทั่วโต๊ะอาหาร
"ฮัลโหล... คณินคะ เมื่อกี้คุณตัดสายฉันทำไมเหรอคะ?" เสียงหวานหยดของพิมพรรณดังลอดออกมาจากลำโพง น้ำเสียงนั้นจงใจแสดงความสนิทสนมเกินเลยอย่างเห็นได้ชัด
มินตราเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาของเธอยังคงนิ่งสงบจนน่าหมั่นไส้ เธอนั่งไขว่ห้าง วางท่าทางราวกับกำลังดูละครลิงฉากหนึ่ง โดยไม่มีวี่แววของความหึงหวงหรือเจ็บปวดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
คณินเหลือบมองมินตราแวบหนึ่ง หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความตั้งใจเดิมที่อยากจะลองใจเธอกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองจนรู้สึกแปลบป๊อก... ยัยนี่ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด! เธอไม่แคร์เขาเลยจริงๆ สินะ!
"เปล่าครับ..." คณินฝืนปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนลง ทั้งที่ข้างในใจร้อนรุ่มราวกับโดนไฟแผดเผา "พอดีผมติดธุระสำคัญอยู่... ไว้เสร็จธุระแล้ว เดี๋ยวผมติดต่อไปหาคุณนะพิม"
"ค่ะ... พิมจะรอนะคะ รีบเคลียร์ธุระแล้วมาหาพิมนะ คณินก็รู้ว่าพิมคิดถึงคุณแค่ไหน..."
ติ๊ด!
คณินรีบกดตัดสายทิ้งทันทีด้วยความร้อนรน เขาเงยหน้าขึ้นมองมินตราด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ และหวาดหวั่นลึกๆ ในใจ กลัวเหลือเกินว่าความเย็นชาของหญิงสาวจะทำให้เกมนี้เขาพ่ายแพ้ราบคาบ
แต่สิ่งที่เขาพบกลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ...
มินตราไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน และไม่ได้แสดงอาการหึงหวงอย่างที่เขาคาดหวังไว้แม้แต่น้อย รอยยิ้มที่เธอมอบให้เขากลับเป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความห่างเหิน
"เคลียร์ธุระกับแฟนเก่าเสร็จแล้วเหรอคะ?" มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเบาๆ อย่างไม่รีบร้อน "ถ้าเฮียสะดวกแบบนั้นจริงๆ ทำไมไม่ลุกไปหาเธอตอนนี้เลยล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมานั่งทนกินข้าวกับคนปากร้ายอย่างฉันให้เสียเวลา"
คณินชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกักไว้ที่ลำคอ ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก เขานึกอยากจะตบปากตัวเองนักที่ดันไปเล่นเกมงี่เง่าแบบนั้น ความตั้งใจที่จะทดสอบความรู้สึกของมินตรา กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เขาตระหนักได้ว่า... คนที่กำลังจะเสียใจและเจ็บปวดที่สุดจากเกมนี้ ไม่ใช่เธอ แต่มันคือตัวเขาเองต่างหาก
"มิน..." คณินอ้าปากจะเอ่ยคำแก้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและเย่อหยิ่งบัดนี้เจือแววเว้าวอนอย่างไม่น่าเชื่อ
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและเปราะบางถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะอาหารของพวกเขา
"บังเอิญจังเลยนะคะคุณคณิน... ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณกับ... เอ่อ ผู้หญิงคนนี้ที่นี่"
เสียงหวานฉ่ำแต่แฝงด้วยความเยาะเย้ยดังขึ้น คณินและมินตราหันไปมองพร้อมกัน และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้คณินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
พิมพรรณยืนส่งยิ้มหวานหยดย้อยอยู่ข้างโต๊ะ ในมือถือกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู สายตาของเธอกวาดมองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
มินตราหันมาสบตากับคณินที่นั่งหน้าซีดเผือด เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะน้อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าถือของตัวเองขึ้นมาสะพาย
"ดูท่าทางเฮียจะมีธุระด่วนจริงๆ ซะแล้วล่ะค่ะ..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "เชิญตามสบายนะคะ ฉันขอตัวกลับก่อนดีกว่า... ไม่อยากเป็นก้างขวางคอความรักเก่าของใคร"
พูดจบ มินตราก็หันหลังเดินเลี่ยงออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้คณินได้อ้าปากแก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ!
"มิน! เดี๋ยว..." คณินผุดลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ หัวใจเต้นรัวระทึกด้วยความตื่นตระหนกขั้นสุด เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงมาตรงหน้า หากเขาปล่อยให้เธอเดินออกไปในตอนนี้ เขากอาจจะไม่มีวันได้เธอกลับคืนมาอีกเลย!
[ตอนจบแบบ CLIFFHANGER HOOK]
คณินผลักพิมพรรณให้ออกห่างจากทางเดินอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงก้าวเท้าหมายจะวิ่งตามร่างบางที่กำลังเดินลับหายออกไปจากภัตตาคาร ทว่าปลายนิ้วเรียวของพิมพรรณกลับคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่น พร้อมกับกระซิบเสียงลอดไรฟันที่ทำให้คณินต้องหยุดชะงักกึกอยู่กับที่ "ถ้าคุณก้าวออกไปตามนังนั่นแม้แต่ก้าวเดียว... ความลับเรื่องดีลบริษัทของคุณกับตระกูลฉัน พรุ่งนี้เช้าขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจแน่ คณิน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของเฮียณินและยัยตัวแสบมินตรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 15
เกมหึงที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!