กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นบนสุดของตึกระฟ้า แต่มันไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดในห้องนี้เบาบางลงได้เลยแม้แต่น้อย
"เอกสารงบประมาณโครงการส่วนนี้ ผมเซ็นอนุมัติไปแล้ว ทางคุณจัดการต่อได้เลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยของคณินเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายยังคงโฟกัสอยู่กับตัวเลขบนหน้าจอแท็บเล็ต ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน
แต่คนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้ามกลับไม่ได้มีทีท่าเกรงกลัวเลยสักนิด มินตราส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเบาๆ ก่อนจะกระแทกแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังจนคณินต้องยอมเงยหน้าขึ้นมาปรายตามอง
"เฮียพูดเหมือนฉันเป็นเลขาหน้าห้องนะ... ดีลของเรามันคือการร่วมมือกันแก้ปัญหา ไม่ใช่ให้ฉันมานั่งเซ็นเอกสารจุกจิกพพวกนี้แทนเฮีย" มินตราสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววพยศอย่างไม่ยอมแพ้
"ก็ถ้าสมองอันปราดเปรื่องของเธอไม่อ่านรายละเอียดพวกนี้ เราจะปิดดีลพันล้านนั่นได้ยังไงล่ะครับ หรือว่า... คิดถึงแต่เรื่องอื่นจนไม่มีสมาธิทำงาน" คณินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏบนใบหน้านั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนมินตราอยากจะหยิบกระดาษแถวๆ นั้นปาใส่หน้าหล่อๆ ของเขานัก
"ฉันไม่ได้ว่างงานจนเอาแต่คิดเรื่องไร้สาระเหมือนใครบางคนหรอกค่ะ!" มินตราเน้นเสียงคำว่า 'ใครบางคน' ชัดเจน พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ไปให้คนปากเสียที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่หลังโต๊ะทำงาน
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ปากคෝเราะร้ายเป็นที่หนึ่ง แต่เวลาที่เธอเผลอตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากทีไร ก็มักจะเป็นไอ้คนปากร้ายนี่แหละที่คอยยื่นมือเข้ามาช่วยทุกที จนหัวใจเจ้ากรรมมันเริ่มจะเต้นผิดจังหวะเวลาที่อยู่ใกล้เขาเข้าไปทุกวัน
คณินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ชอบเสียเหลือเกินเวลาที่ได้เห็นแมวพยศตัวนี้แยกเขี้ยวใส่ ยิ่งเห็นเธอดิ้นเร้าๆ เพราะเถียงสู้ไม่ได้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้มีสีสันขึ้นมาทันตาเห็น มือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของตัวเอง
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศหยอกเย้าในห้องทำงาน คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะเขาสั่งเลขาฯ ไว้แล้วว่าช่วงเวลานี้ห้ามใครรบกวนเด็ดขาด
"เข้ามาครับ" เสียงทุ้มตึงเอ่ยอนุญาตด้วยความหงุดหงิด
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเพรียระهของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูป ใบหน้าสะสวยแต่งแต้มมาอย่างประณีตบรรจง รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ถูกส่งตรงมาให้คณินทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในพริบตา
"ณินคะ... พิมมาเยี่ยมค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสเอ่ยทักทายพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคย ราวกับลืมไปว่าไม่ได้มีแค่คณินคนเดียวที่อยู่ในห้องนี้
มินตราที่นั่งอยู่บนโซฟาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหันไปมองผู้มาใหม่ทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วจากชื่อและท่าทางสนิทสนมเกินเหตุ 'พิมพรรณ'... คู่หมั้นเก่าที่ตระกูลผู้ดีเก่าหมายมั่นปั้นมือจะให้มาดองกับตระกูลของคณิน หญิงสาวผู้หายหน้าหายตาไปต่างประเทศพักใหญ่ และตอนนี้เธอกลับมาแล้ว
คณินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มฉายแววความรำคาญใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง เขาวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อย
"เธอมาทำไมที่นี่ พิมพรรณ" คณินเอ่ยถามตรงไปตรงมา ไม่มีความเกรงใจหรือรักษาน้ำใจใดๆ ทั้งสิ้น สมกับเป็นชายหนุ่มสายซึนที่เกลียดความวุ่นวายที่สุด
พิมพรรณเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางกระเป๋าแบรนด์ดังลงข้างๆ ก่อนจะส่งสายตาออดอ้อนมาให้ชายหนุ่ม "ก็พิมคิดถึงณินนี่คะ กลับมาเมืองไทยทั้งที ทำไมทำหน้าดุใส่พิมแบบนี้ล่ะ... แล้วนี่..." เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อหันมาสบตากับมินตราที่นั่งมองอยู่บนโซฟา รอยยิ้มบนใบหน้าของพิมพรรณหุบลงนิดหน่อย แต่ก็ยังคงรักษากิริยาผู้ดีเอาไว้ได้ "อ้าว... มีแขกอยู่ด้วยเหรอคะ นึกว่าณินอยู่คนซะอีก"
มินตราลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวและศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ เธอไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร ยิ่งกับผู้หญิงที่เดินเข้ามาแสดงความเป็นเจ้า M ในพื้นที่ที่เธอเพิ่งจะปะทะคารมกับเจ้าของห้องอยู่หยกๆ ยิ่งไม่มีทางยอมเด็ดขาด
"สวัสดีค่ะ ฉันมินตรา เป็น... หุ้นส่วนทางธุรกิจของเฮียณิน" มินตราจงใจเว้นวรรคคำว่าหุ้นส่วนเล็กน้อย พร้อมกับส่งยิ้มทางการค้าที่เคลือบไปด้วยความเย้ยหยันกลับไปให้
พิมพรรณหรี่ตามองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินคู่แข่งสาวคนนี้อย่างเงียบๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "หุ้นส่วนทางธุรกิจเหรอคะ? นึกว่าเลขาฯ ซะอีก เห็นยืนเถียงกับณินอยู่เมื่อกี้... แต่ก็นะ ช่วงนี้ณินคงงานยุงจริงๆ ถึงต้องมีคนมาคอยช่วยดูแลใกล้ชิดแบบนี้"
คำพูดเหน็บแนมที่ซ่อนความอวดอ้างว่าตัวเองมีความสนิทสนมระดับวงང་ใน ทำให้มินตราคิ้วกระตุกทันที เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักชุดใหญ่ แต่เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและรำคาญใจเสียยิ่งกว่าเดิมก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน
"พอได้แล้วพิมพรรณ คุณว่างมากนักหรือไงถึงมาเดินเล่นแถวบริษัทผม งานการไม่มีทำหรือไงครับ" คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ มินตราพอดี สายตาคมกราบมองคู่หมั้นเก่าด้วยความเย็นชา "แล้วก็กรุณาให้เกียรติแขกของผมด้วย เธอไม่ใช่เลขาฯ แต่เธอคือคนสำคัญที่ผมกำลังร่วมงานด้วย"
คำว่า 'คนสำคัญ' จากปากของคณินทำ M มินตราถึงกับชะงัก หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโมโหเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบไหวอย่างแรงจนต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ หญิงสาวช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ยืนบังลมandฝนให้เธอโดยไม่รู้ตัว
พิมพรรณหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อเจอคำพูดตัดเยื่อใยและสายตาไร้เยื่อใยของคณิน เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มกลบเกลื่อน "ณินใจร้ายกับพิมจังเลยนะคะ แค่แวะมาหาเพราะคิดถึงเอง... งั้นพิมไม่กวนเวลางานของณินกับ *คนสำคัญ* แล้วก็ได้ค่ะ ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะ"
พูดจบ พิมพรรณก็หมุนตัวเดินสะบัดออกไปจากห้องทำงานด้วยความไม่พอใจ แต่ก่อนจะก้นประตู เธอยังหันมาส่งสายตาคมกริบใส่มินตราเป็นเชิงประกาศสงครามเงียบๆ
*ปัง!* ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ เธอหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่ยังคงยืนอยู่ใกล้เกินความจำเป็น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาทำเอาเธอเผลอใจสั่นไปชั่วขณะ
"มองหน้าผมทำไมครับ หรือว่าหึง?" คณินโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ รอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ปฏิกิริยาของเธออย่างสนุกสนาน
"ใครหึงเฮียกัน อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย!" มินตราเชิดหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ฉันแค่รำคาญผู้หญิงน่ารำคาญแบบนั้นต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะเฮีย มายืนใกล้เกินไปแล้ว!"
"ปากแข็ง..." คณินพึมพำเบาๆ มือหนายื่นออกไปรั้งเอวบางเข้าหาตัวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ดึงเธอมาริดรอนระยะห่างจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างระهของเธอ "แต่เมื่อกี้... ที่ผมบอกว่าเธอเป็น *คนสำคัญ* ผมไม่ได้โกหกสักคำนะครับ..."
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้ริมฝีปากของเธอ มินตราเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามรากระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรนั้นเอง...
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคณินก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คณินขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเป็นรอบที่ร้อยของวัน เขาก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ร่างสูงก็ชะงักกкаก ดวงตากลมคมกริบเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
มินตราสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของเขา เธอขมวดคิ้ว "ใครโทรมาเหรอเฮีย?"
คณินไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาสบตากับมินตรานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าที่เรียบสนิทจนน่ากลัว และประโยคสั้นๆ จากปลายสายที่ดังลอดออกมาจากลำโพง ก็ทำให้เลือดในกายของคณินเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว—
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ)*
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 14
การมาของพิมพรรณ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!