เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่มันหนักหน่วงพอที่จะทำให้ปลายนิ้วเรียวชะงักการพิมพ์คีย์บอร์ด มินตราเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครคือเจ้าของการกระทำไร้มารยาทนั้น
"ว่างมากเหรอครับคุณเลขา หรือยอดโปรเจกต์ไตรมาสนี้มันล้นมือจนต้องมานั่งถอนหายใจใส่หน้าจอ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทแบบฉบับของ 'คณิน' ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดที่ทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกาแฟดำลอยกรุ่นเข้ามาแตะจมูก ทำให้มินตราต้องขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง
"ถ้าว่างขนาดมาเดินตรวจงานคนอื่นอย่างไร้สาระ สู้เอาเวลาไปเคลียร์งบประมาณฝ่ายวิศวกรรมที่กำลังโดนผู้ถือหุ้นเพ่งเล็งอยู่ไม่ดีกว่าเหรอคะ เฮียณิน" มินตราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงความคมกริบไว้ทุกอณู "รึว่ากลัวจนต้องหนีมาหาเรื่องฉันแก้เซ็ง"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกราบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความหมั่นไส้และความเอ็นดูที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าเนียนของเธอออกอย่างถือวิสาสะ
"ปากเก่งขึ้นทุกวันนะมินตรา ระวังเถอะ... วันไหนที่ฉันไม่ยอมให้เธอด่าฟรีๆ ขึ้นมา เธอจะไม่มีทางได้ตั้งตัว"
"ก็ลองดูสิคะ คนอย่างฉันไม่เคยกลัวปากหมาๆ ของเฮียอยู่แล้ว" มินตราปัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย เชิดหน้าขึ้นท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว เคมีที่ปะทะกันในห้องทำงานส่วนตัวคุกรุ่นไปด้วยประกายไฟแห่งความดื้อรั้น ทั้งสองต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน ราวกับสนามรบขนาดย่อมที่ซ่อนความหวั่นไหวบางเบาเอาไว้ใต้ความปากแข็งของทั้งคู่
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินต่อไป เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ขออนุญาตครับ"
เสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออก มินตราขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติเวลานี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาขัดจังหวะหากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ทว่าภาพของบุคคลที่ก้าวเข้ามาในห้องกลับทำให้ลมหายใจของมินตรารู้สึกสะดุดกึกไปชั่วขณะ
ร่างชะฉูดฉาดในชุดสูทแบรนด์ดังระดับโลก ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มอย่างประณีต และรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย... 'พิมพรรณ'
คณินที่นั่งอยู่บนขอบโต๊ะชะงักไปทันที รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตึงเครียดที่ฉายชัดขึ้นในดวงตาคมกริบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ ราวกับสัญชาตญาณการป้องกันตัวบางอย่างถูกปลุกเร้า
"พิม... คุณมาทำอะไรที่นี่" คณินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักเสียงกดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
พิมพรรณไม่ได้สนใจสายตาของชายหนุ่ม เธอเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ไม่ได้ปิดบัง
"สวัสดีค่ะคุณมินตรา... ดิฉันพิมพรรณนะคะ คู่หมั้นของคณิน" เธอจงใจเน้นคำว่าคู่หมั้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ ราวกับต้องการตอกย้ำสถานะบางอย่างให้คนฟังต้องเจ็บแปลบในอก "พอดีพิมมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ 'สัญญา' ระหว่างคุณกับคณิน... ที่คิดว่าคุณจำเป็นต้องรู้"
มินตรารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอชั่วขณะ แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งสงบและพยายามรักษามาดความมั่น องอาจไว้ ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับกระตุกวูบ คำว่า 'คู่หมั้น' วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัว สมองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ดีลลับที่เธอต้องเข้ามาพัวพัน ข้อเสนอที่ดูแปลกประหลาด และท่าทีอึกอักของคณินในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา
"สัญญาอะไรคะ ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด" มินตราถามกลับ น้ำเสียงยังคงเรียบสนิทแม้ปลายนิ้วมือภายใต้โต๊ะจะจิกเข้าหากันแน่นจนเจ็บ
"คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าผู้ชายอย่างคณิน ยอมเอาอนาคตบริษัทมาเสี่ยงกับผู้หญิงโนเนมอย่างไร้เหตุผล" พิมพรรณยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับเยียบเย็น "สัญญาระหว่างคุณกับเขาน่ะ... มันมีเงื่อนไขซ่อนอยู่ มากกว่าที่คุณคิดนะคะคุณมินตรา และถ้าคุณรู้ว่าจุดจบของดีลนี้คืออะไร ฉันมั่นใจว่าคุณคงไม่อยากทนยืนอยู่ตรงนี้ต่ออีกวินาทีเดียวแน่ๆ"
คณินก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างพิมพรรณและมินตรา ดวงตาคมกริบจ้องมองอดีคู่หมั้นด้วยแววตาดุดันราวกับพญาเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
"พิม! หยุดพูดจาเพ้อเจ้อแล้วไสหัวออกไปจากบริษัทของฉันเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดกร้าวของคณินดังลั่นห้องทำงาน
แต่มินตรากลับไม่ได้มองที่คณิน เธอกลับมองข้ามไหล่กว้างของชายหนุ่มไปสบตากับพิมพรรณ นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที—ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่กลับมาตั้งรับได้อย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในห้องอึมครึมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คณินหันกลับมามองมินตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความร้อนรนเป็นครั้งแรกในชีวิต ดวงตาคู่นั้นฉายชัดถึงความกลัว... กลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด กลัวว่ากำแพงที่เขาเพิ่งพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเธอจะพังทลายลงด้วยคำพูดของผู้หญิงคนอื่น
"มิน... อย่าไปฟังยัยนี่พูด มันไม่มีอะไร..." คณินเอื้อมมือจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ แต่ถูกมินตราเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที
ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขา นิ่งสนิท และว่างเปล่าจนน่ากลัว
"ถ้าเรื่องที่เธอพูดมันโกหก... ทำไมเฮียถึงต้องหน้าเสียขนาดนั้นล่ะคะ?" มินตราเอ่ยถามเสียงเบาหวิว แต่กลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
คณินชะงักง้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงยืนนิ่งแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำถามเพียงประโยคเดียวจากผู้หญิงที่เขารักจนหมดใจ
ด้วยความเคารพและปรารถนาดีจาก เมทริกซ์ซีโร่ ครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 13
รอยร้าวของสัญญา
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!