กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลตัดกับกลิ่นเนยจากครัวเปิด ปลุกประสาทสัมผัสในห้องชุดเพนต์เฮوسต์หรูให้ตื่นตัวเต็มที่ มากกว่าเสียงนาฬิกาปลุกใดๆ ทว่าเจ้าของห้องกลับไม่ได้สนใจเครื่องดื่มอุ่นๆ แก้วนั้น สายตาคมกริบของคณินกำลังจดจ้องอยู่กับแผ่นหลังบางของคนที่ยืนฮัมเพลงอย่างสบายใจอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว
มินตราในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์سไชส์สีขาวตัวโคร่งที่ยาวเกือบคลุมสะโพก กับกางเกงขาสั้นสบายตา—ไอเทมเสื้อผ้าที่เธอ "ลืม" ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนและจงใจใช้มันอย่างหน้าตาเฉย—กำลังง่วนอยู่กับการทอดไข่ดาวให้ไม่สุกจนเกินไปตามรสนิยมเรื่องมากของเขา
"ถ้าไข่ขาวตรงขอบมันเกรียมเกินไปแม้แต่นิดเดียว ผมจะถือว่าคุณพยายามวางยาพิษผมทางอ้อมนะ มินตรา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนเจือความเย้าแหย่ดังขึ้นจากโซฟาหนังแท้ตัวยาว คณินยังคงนั่งไขว่ห้างอ่านแท็บเล็ตในมือ แสร้งทำเป็นไม่สนใจร่างบางที่สะดุ้งโหยงเล็กน้อยก่อนจะหันขวับมาค้อนใส่เขาจนตาแทบคว่ำ
"ถ้าคุณเรื่องมากนัก ก็เชิญอดตายไปเลยค่ะคุณคณิน! หรือไม่ก็โทรเรียกเชฟมิชลินห้าดาวมาทำให้กินเองสิคะ ฉันเป็นลูกหนี้ตามดีลลับ ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณนะ"
มินตราเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายอย่างไม่มีใครยอมใคร มือเรียวตักไข่ดาวลงบนจานเซรามิกสีขาวสะอาดตาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินน่องเปลือยเปล่าเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร พร้อมกับวางจานกระแทកเบาๆ ลงตรงหน้าเขา
คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองจานอาหารเช้าสลับกับใบหน้าเนียนใสที่รั้นเสียจนน่าหมั่นเขี้ยว... หรือให้พูดตามตรงคือน่าจับมาตี้นักสำหรับความปากเก่งไม่รู้จักลดราวาศอกนี้
แปลก... ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเกลียดความวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวเป็นที่สุด แต่ตลอดยี่สิบวันที่ผ่านมา การได้ตื่นมาเจอ "ความน่ารำคาญ" แบบมีชีวิตชีวาของยายตัวแสบคนนี้ กลับกลายเป็นกิจวัตรที่เขาเผลอเสพติดไปเสียแล้ว โดยที่เจ้าตัวไม่เคยเอ่ยปากยอมรับมันออกมาเลยสักครั้ง
"ทำหน้าแบบนี้ แสดงว่าแอบใส่เกลือลงไปแทนน้ำตาลในกาแฟผมล่ะสิ" คณินลากเสียงกวนประสาท ยอมวางแท็บเล็ตลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตา
"คนอย่างฉันไม่เล่นสกปรกแบบนั้นหรอกค่ะ เสียเวลา!" มินตราสวนกลับทันควัน ทว่าจังหวะที่เธอกำลังจะหมุนตัวเดินหนี ข้อศอกเจ้ากรรมดันปัดเข้ากับแก้วกาแฟเปล่าบนโต๊ะจนมันทำท่าจะร่วงหล่น
ไวเท่าความคิด มือหนาของคณินคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงตามสัญชาตญาณ เพียงเสี้ยววินาที ร่างของมินตราก็เซถลาล้มลงมาปะทะกับแผงอกกว้าง สัมผัสอุ่นร้อนผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก แก้วกาแฟกระทบพื้นพรมดังตุบโดยไม่แตกหัก แต่เสียงหัวใจที่เต้นโครกครากกลับดังกลบทุกสรรพเสียงรอบตัว
ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่นัยน์ตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งดุดัน เอาแต่ใจ... และซ่อนความห่วงใยไว้ลึกซึ้งจนคนมองแทบละลาย
"ซุ่มซ่าม..." คณินเอ็ดเสียงพร่า ไอร้อนจากริมฝีปากของเขาปัดผ่านพวงแก้มเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "ถ้าไม่ได้ผมคอยรับไว้ คุณคงได้ไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่แล้วล่ะมินตรา"
"ปล่อยเลยนะ! ใครใช้ให้คุณมาฉวยโอกาสกอดฉันเล่า!" มินตราพยายามดิ้นขลุกขลัก มือเล็กระดมทุบลงบนไหล่กว้าง ทว่าแรงอันน้อยนิดนั้นกลับไม่ได้ระคายผิวชายหนุ่มเลยสักนิด หนำซ้ำ วงแขนแข็งแกร่งกลับยิ่งกระชับกอดรัดรอบเอวเธอแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก
"ผมไม่ได้ฉวยโอกาส ผมเรียกว่า 'ช่วยชีวิต' ต่างหาก" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมสลวยที่ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด "แล้วก็... ช่วยหุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ สักนาทีได้ไหม กลิ่นตัวคุณมันรบกวนสมาธิผมแต่เช้าแล้วนะ"
"นี่คุณ! ปากเสียอีกแล้วนะ!" มินตราเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่เขาอย่างคาดโทษ "ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะ..."
"จะทำไม? จะกัดผมเหรอ ลองดูสิ..." คณินท้าทายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา รอยยิ้มแบบที่ทำให้คนมองอยากจะกระโดดกัดคอเขาให้หายหมั่นเขี้ยว
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนา เหลือเพียงจังหวะการหายใจที่ประสานกันอย่างแนบแน่น เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่รุนแรงเสียจนคณินเกือบจะเผลอใจก้มลงไปประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดนั้นเสียจริง หากไม่ใช่เพราะ...
*ติ๊งด่อง!*
เสียงกริ่งหน้าห้องเพนต์เฮาส์ดังขึ้นทำลายภวังค์สีชมพูจางๆ ลงอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ส่วนมินตราชớpโอกาสทองที่อ้อมแขนคลายลง ดันอกกว้างของเขาออกแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าว จัดเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ
"มีแขกมา... ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ!" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน
คณินพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขากวาดสายตามองหน้าคนตัวแสบแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองยังประตูทางเข้าด้วยความฉงน ใครกันที่มาหาเขาแต่เช้าตรู่ในวันหยุดแบบนี้?
ขายาวก้าวเดินไปที่ประตูด้วยความรำคาญใจ มือหนาปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัยแล้วกระชากเปิดออกกว้างโดยไม่ทันระวังตัว
ทว่า... ร่างระหงที่ยืนยิ้มหวานรออยู่หน้าประตู พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโตและสายตาที่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างปิดไม่มิด กลับทำให้คณินชะงักค้าง ราวกับถูกน้ำแข็งสาดเข้าใส่กลางลำตัว
"สวัสดีค่ะเฮียณิน... พิมกลับมาหาแล้วนะคะ"
พิมพรรณส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต และสายตาคู่สวยนั้นก็กวาดเลยผ่านไหล่กว้างของคณิน ตรงไปยังร่างของมินตราที่ยืนอึ้งค้างอยู่กลางห้องครัวพอดี
ด้วยความเคารพและปรารถนาดีจาก เมทริกซ์ซีโร่ ครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 12
เช้าวันที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!