ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 16

ระเบิดเวลาลง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
แรงกดดันจากปลายนิ้วที่จิกเข้ากับชายเสื้อสูทเนื้อดีไม่ได้ทำให้คณินรู้สึกสะทกสะท้านเท่ากับเงาร่างของหญิงสาวอีกคนที่กำลังก้าวพ้นประตูทางออกของภัตตาคารไปต่อหน้าต่อตา แววตาของคณินคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางทาง ร่างสูงขยับไหล่สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว พิมพรรณก็เซถอยหลังไปสองก้าวด้วยแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในอกของชายหนุ่ม เขาไม่ได้สนใจว่าตระกูลของเธอจะถือครองหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือดีลธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านในมือจะสั่นคลอนแค่ไหนในเช้าวันพรุ่งนี้ สิ่งเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวของวิศวกรหนุ่มไฟแรงเวลานี้ คือแผ่นหลังบางของมินตราที่หายลับไปกับความมืดของค่ำคืน "คิดว่าใช้วิธีนี้แล้วผมจะหันกลับไปมองคุณเหรอพิม?" น้ำเสียงของคณินต่ำทุบและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคู่คมจ้องมองอดีตคู่หมั้นราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ "อยากพิมพ์หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจขนาดนั้น ก็เชิญตามสบาย... แต่อย่าหาว่าผมไม่เตือนว่าเกมตระกูลคุณจะจบเร็วกว่าที่คิด" ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น คณินก็สาวเท้าก้าวยาวๆ พุ่งตรงไปยังลานจอดรถทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเสียงเรียกของพิมพรรณที่กรีดร้องชื่อเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว ความร้อนรุ่มในอกตีรวนขึ้นมาจนหน้าอกกระเพื่อมไหว เขาเกลียดการถูกบังคับ เกลียดการถูกข่มขู่ และที่เกลียดที่สุดคือการปล่อยให้มินตราเข้าใจผิดในสถานการณ์บ้าๆ นี้ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทสั่นครืดคราดติดต่อกันหลายครั้ง แต่คณินไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบขึ้นมาดู จนกระทั่งเขาเหวี่ยงร่างตัวเองเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรู เครื่องยนต์คำรามก้องพร้อมทะยานออกไปบนท้องถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครที่มีสายฝนโปรยปรายลงมาบางเบา เป้าหมายเดียวในหัวคือคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองของหญิงสาวตัวแสบ ทางด้านมินตรา... ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นที่พักของเธอ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางก็ร่วงเผาะลงมาบนหลังมือ ร่างบางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทรุนของเรียวปาก เธอบอกตัวเองว่าไม่ควรค่าแก่การเสียน้ำตาให้กับผู้ชายปากร้ายอย่างคณิน คนที่ทำท่าเหมือนห่วงใยแต่กลับมีอดีตคู่หมั้นตามมาพัวพันไม่เลิกรา ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นประกาศความเป็นเจ้าของโดยที่เขาไม่ยอมสะบัดให้หลุด "คนบีบบังคับ... คนใจร้าย..." มินตราพึมพำกับตัวเองขณะสแกนคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก เธอโยนกระเป๋าถือลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี พร้อมกับหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานขึ้นมาเปิดหน้าจอสัญญาความร่วมมือระหว่างเธอกับบริษัทของคณิน นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดพิมพ์ข้อความผ่านอีเมลทางการและระบบภายในของบริษัท ข้อความสั้นๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำถูกร่างขึ้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ *“เรียน คณิน ในฐานะตัวแทนฝ่ายบริหารโปรเจกต์ ดิฉันขอใช้สิทธิ์ตามข้อสัญญาข้อที่ 14 ในการขอถอนตัวจากการเป็นที่ปรึกษาและยุติบทบาททั้งหมดในดีลนี้ มีผลทันทีตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป”* นิ้วจิ้มปุ่มส่งออกด้วยความเร็วราวกับกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนใจ ดวงตากลมโตแดงก่ำจ้องมองหน้าจอที่ขึ้นสถานะ *Sent Successfully* หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นด้วยความเจ็บแปลบผสมผสานกับความโล่งใจประหลาด เธอเป็นคนไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และเธอจะไม่ยอมลดตัวลงไปเป็นตัวเลือกในเกมอำนาจของใครทั้งสิ้น ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วและหนักหน่วงจนประตูห้องแทบสะเทือน ขัดจังหวะความคิดของมินตราที่กำลังยืนเหม่ออยู่กลางห้อง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความตกใจ ดึกป่านนี้แล้วใครจะมาเคาะห้องเธอกัน? หรือจะเป็นนิติบุคคล? หรือว่า... "มินตรา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ตะโกนลอดเข้ามาพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ที่บานประตูทำให้ลมหายใจของมินตราสะดุดกึก คณิน! เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เร็วจนน่าเหลือเชื่อ และที่สำคัญ... น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยโทสะและพายุอารมณ์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล มินตราก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูอย่างลังเล เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี ก่อนจะหมุนลูกบิดและกระชากประตูเปิดออกกว้าง ร่างสูงใหญ่ของคณินยืนจังก้าอยู่หน้าห้อง เสื้อผ้าเปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝน เส้นผมสีเข้มลู่ลงมาแนบกรอบหน้าคมคาย ยิ่งขับเน้นให้ดวงตาคู่คมที่กำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะนั้นดูน่ากลัวและทรงพลังเป็นทวีคูณ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นเล็กน้อยจากการวิ่งขึ้นมาจากชั้นจอดรถ "เธอส่งบ้าอะไรมาหามินตรา!" คณินพุ่งตัวเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอให้อذن ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งดันขอบประตูไว้ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ของหญิงสาวโดยปริยาย ร่างสูงกดดันด้วยส่วนสูงที่เหนือกว่าจนมินตราต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มินตราเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยฉายแววพยศไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "ฉันส่งอะไร คุณก็น่าจะอ่านภาษาอังกฤษออกนี่คะ! ฉันขอถอนตัวจากสัญญาบ้าๆ นั่นแล้วไง พึงพอใจคุณกับคู่หมั้นของคุณแล้วใช่ไหมล่ะ ทำไมไม่ไปฉลองกันต่อที่ภัตตาคาร จะมาแหกปากโวยวายอะไรที่ห้องฉัน!" "ถอนตัว?" คณินทวนคำเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้าประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แผงอกกว้างเคลื่อนไหวขึ้นลงตามแรงอารมณ์ มือหนายื่นไปทาบกับผนังห้องกักตัวเธอไว้ตรงกลาง "เธอคิดว่าชีวิตฉันเป็นของเล่นหรือไงมินตรา? อยากเข้ามาก็เข้ามา อยากเดินออกไปก็โยนอีเมลบ้าๆ นี่ใส่หน้าฉันเนี่ยนะ!" "แล้วชีวิตฉันเป็นของเล่นของคุณเหรอ!" มินตราสวนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน หยาดน้ำตาที่เหือดแห้งไปเมื่อครู่กลับเอ่อล้นขึ้นมาอีกระลอกด้วยความอัดอั้นตันใจ "คุณปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นมาหยามหน้าฉัน มาพูดจาต่ำช้าใส่ฉัน แถมยังขู่คุณเรื่องธุรกิจ... แล้วคุณทำอะไรคะคุณคณิน? ยืนนิ่งเป็นใบ้ปล่อยให้ฉันเดินออกมาคนเดียวเหรอ!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยความน้อยใจที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ แต่มันกลับหลุดออกมาพร้อมกับเสียงสั่นเครือเล็กๆ ที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนฟัง คณินชะงักกึก เพลิงโทสะในดวงตาไหววับชั่วขณะเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นคลอหน่วยตาคู่สวย ชายหนุ่มไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าพิมพรรณต้องการอะไร และเขาก็จัดการปัดป้งเธอไปแล้วทันที เพียงแต่มินตราเดินหนีเร็วกว่าที่เขาจะอธิบายทัน ความปากร้ายและนิสัยเอาแต่ใจที่เป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิตทำให้คณินไม่รู้จะรับมือกับน้ำตาของผู้หญิงตรงหน้าอย่างไร "เธอคิดว่าฉันแคร์ยาย1นั่นเหรอ?" คณินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหยักลึก "ถ้าฉันแคร์พิมพรรณจริง ฉันคงไม่ทิ้งงานเลี้ยงแล้วขับรถฝ่าฝนมาหาคนที่กำลังงี่เง่าส่งอีเมลบอกเลิกสัญญาบ้าๆ นี่ตอนตีหนึ่งหรอกนะ!" "ฉันไม่ได้งี่เง่า!" มินตราตวาดกลับเสียงสั่น มือบางผลอกเข้าที่แผงอกกว้างของเขาเต็มแรงเพื่อระบายความอัดอั้น "ฉันแค่ไม่อยากเป็นตัวตลกในเกมธุรกิจของคุณ! กลับไปหาคู่หมั้นของคุณซะคณิน ออกไปจากห้องฉัน!" คณินไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แรงผลักของเธอกลับทำให้เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย ร่างสูงก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น "ตัวตลกเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาของวิศวกรหนุ่มเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นประกายความคลั่งรักที่ร้อนแรงเสียจนมินตราต้องหายใจติดขัด "ฟังให้ดีนะมินตรา... ในชีวิตของคณินคนนี้ ไม่เคยมีใครมีอิทธิพลกับความอดทนของฉันได้เท่าเธอเลยสักคนเดียว ถ้าคิดจะถอนตัวออกจากชีวิตฉัน บอกไว้ก่อนเลยว่า... ไม่มีทาง!" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันอย่างแนบแน่น หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย ดวงตาคู่คมของคณินจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ เต็มไปด้วยความจริงจังที่ปฏิเสธไม่ได้ ทว่า... ก่อนที่มินตราจะได้เอื้อนเอยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูกระจกห้องชุดด้านนอกที่ไม่ได้ล็อกสนิทดังขึ้นแกร๊ก พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนผลักประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต "เฮียณิน... อยู่ในนี้จริงๆ ด้วย ปริ้นซ์บอกแล้วว่าเฮียต้องพุ่งมาง้อเด็กดื้อคนนี้แน่ๆ" เสียงทุ้มกวนประสาทของปริ้นซ์เพื่อนสนิทดังขึ้น พร้อมกับเจ้าตัวที่ก้าวเข้ามากลางห้องพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ค้างเติ่งบนใบหน้า เมื่อสายตาคมกริบของคณินหันขวับกลับไปมองด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนให้ตายคาสายตา และภาพที่ปริ้นซ์เห็นตรงหน้า... คือคณินที่กำลังตรึงข้อมือมินตราไว้แนบชิดติดผนังในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%