แฟ้มเอกสารในมือถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนลูกน้องหนุ่มหน้าซีดเผือด ถอยกรูดไปชิดกำแพงแทบไม่ทัน
"นี่มันอะไร... งบประมาณโครงการโซน C ผิดพลาดไปสามล้าน ทำไมไม่มีใครตรวจทานให้ดีก่อนส่งมาให้ผม!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบมาตลอด บัดนี้กลับตึงเครียดและหงุดหงิดกว่าปกติหลายเท่าตัว ดวงตาคมกราบกวาดมองตัวเลขบนกระดาษด้วยความหงุดหงิดระคนกระวนกระวายใจ เป็นวันที่สี่ติดต่อกันแล้วที่คณินไม่อาจตั้งสมาธิกับงานตรงหน้าได้เลย สมองของเขาถูกรบกวนด้วยภาพใบหน้าเชิดรั้นและริมฝีปากที่ชอบเถียงเขาคำไม่ตกฟากของใครบางคน
มินตราหายหน้าไปจากชีวิตเขา... สองวันเต็มๆ
ตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องทำงานวันนั้น วันที่ปริ้นซ์เพื่อนสนิทตัวดีดันเปิดประตูเข้ามาเห็นเขากำลังตรึงข้อมือเธอไว้แนบชิดติดผนัง หญิงสาวก็เลือกที่จะตัดขาดการติดต่อทุกช่องทาง เบอร์โทรศัพท์ที่เคยโทรติด กลับกลายเป็นสัญญาณเสียงรอสายที่ว่างเปล่า ไลน์ที่เคยส่งข้อความไปหา อ่านแต่ไม่ตอบ หรือหนักเข้าก็บล็อกอย่างไร้เยื่อใย
"เอ่อ... เฮียครับ คือตัวเลขตรงนั้น ทางฝ่ายบัญชีส่งมาแก้แล้วครับ" ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยเสียงสั่น
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขาสบัดมือไล่ลูกน้องให้ออกไปจากห้องด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหัวเสีย
ให้ตายสิ! ปกติเธอควรจะโวยวาย ควรจะด่าเขา หรือไม่ก็หาเรื่องกวนประสาทเขากลับด้วยซ้ำ แต่นี่อะไร... หายไปเฉยๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เหมือนเธอไม่เคยมีตัวตนในบริษัทนี้เลยสักนิด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ร่างสูงโปรดของปริ้นซ์จะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม มือถือสมาร์ทโฟนในมือถูกหมุนเล่นไปมาอย่างอารมณ์ดี ผิดกับเจ้าของห้องที่หน้าตาบูด Bended ยิ่งกว่าตูดลิง
"ไงวะท่านประธาน หน้าเครียดเป็นตูดหมึกแบบนี้... คิดถึงแม่สาวปากเก่งคนนั้นอยู่ล่ะสิ" ปริ้นซ์หย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ปรายตามองเพื่อนรักที่กำลังส่งสายตาพิฆาตมาให้
"ถ้ามึงว่างมากนัก ไสหัวไปดูไซต์งานที่ระยองซะไป" คณินสวนกลับเสียงกร้าว น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง
"โอ๊ะๆ ใจเย็นสิครับเฮียณิน ผมแค่จะมาเตือนด้วยความหวังดี ในฐานะเพื่อนรักผู้แสนดี... ว่าช่วงนี้แกดูอาการหนักนะ งานการไม่เดิน เอกสารกองเป็นภูเขาเลี่ยงไม่ได้เพราะมัวแต่นั่งเหม่อหาใครบางคนอยู่ใช่ไหมล่ะ" ปริ้นซ์หัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน "แปลกดีแท้ คนอย่างคณิน ทายาทวิศวกรรมชื่อดัง ไม่เคยแคร์ผู้หญิงคนไหนเกินสามวัน แต่นี่... สองวันไม่มีเงามินตรา ปากบอกเกลียดเขา แต่หน้าตานี่เหมือนหมาถูกเจ้าของทิ้งไม่มีผิด"
"ฉันไม่ได้เป็นหมา!" คณินกระแทกเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ "แล้วฉันก็ไม่ได้สนใจยัยนั่นด้วย ยัยตัวแสบนั่นอยากจะหายหัวไปไหนก็เรื่องของเธอสิ ดีซะอีก รำคาญ!"
"ปากแข็งชะมัด" ปริ้นซ์ส่ายหัวเบาๆ ยิ้มเยาะ "ถ้าไม่สนใจจริง แกจะโทรเช็คกับฝ่ายบุคคลสามรอบเมื่อเช้าทำไมวะ ว่ามินตราลาป่วยหรือยื่นใบลาออกหรือเปล่า... หึ พิรุธแบบนี้ ต่อให้เด็กอนุบาลยังดูออกเลยมั้งเพื่อน"
คณินชะงักไปเล็กน้อย เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขากลบเกลื่อนความร้อนรนในใจด้วยการคว้าปากกาบนโต๊ะมาหมุนเล่น ทว่าความกระวนกระวายในอกกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
สองวันที่ผ่านมา มันเงียบเหงาจนน่าประหลาด... ห้องทำงานที่เคยมีเสียงเถียงกันเรื่องสัญญา ดีลลับ หรือแม้แต่คำพูดประชดประชัน กลับเหลือเพียงความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ความเคยชินที่มินตราต้องคอยเดินเข้ามาสะสางงานบนโต๊ะทุกเช้ากลายเป็นช่องว่างโหว่ใหญ่หลวงที่เขายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมมันถึงทำให้รู้สึกโหวงเหวงในอกขนาดนี้
"แล้วแกมาทำไม ถ้าไม่มีอะไรทำก็ออกไปซะ ฉันมีงานต้องเคลียร์" คณินเปลี่ยนเรื่องหนีความจริง น้ำเสียงห้วนจัด
"โอเคๆ ไม่แกล้งละ พอดีฉันแวะไปคุยกับโปรเจกต์ฝั่งโน้นมา เห็นมินตรากำลังยืนตรวจแบบอยู่กับทีมสถาปนิกชั้นสิบสองโน่น..." ปริ้นซ์แกล้งเว้นวรรคเหลือบมองเพื่อนรักที่ตอนนี้ชะתกุกมือที่กำลังจับปากกาขวับ "อ้อ แล้วเห็นว่ามีไอ้หนุ่มสถาปนิกหน้าตา
ตี๋อินเตอร์คนหนึ่งกำลังยืนยิ้มพิมพ์ใจป้อนขนมป้อนน้ำให้อยู่ด้วยมั้ง ถ้าจำไม่ผิด น้องเขาชื่อ... กรณ์ อะไรทำนองนี้แหละ ดูท่าทางจะสนิทกันเรื้อ..."
ตึง!
เสียงฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานดังสนั่น คณินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้ไถลไปด้านหลังชนผนังห้องเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นด้วยไฟโทสะที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความหึงหวงตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก
ยัยตัวแสบ! กล้าดียังไงไปยืนอ่อยผู้ชายอื่นในเวลางาน! ทั้งที่เขานั่งกระวนกระวายใจอยู่ตรงนี้แทบตาย!
ปริ้นซ์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ มองอาการของเพื่อนสนิทที่ร้อนรนจนเก็บทรงไม่อยู่แล้ว "อ้าว จะไปไหนล่ะเฮีย งานยังไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ"
คณินไม่ตอบคำถาม เขาก้าวฉับๆ เดินผ่านหน้าเพื่อนสนิทออกไปจากห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งรอบตัว ความอดทนที่มีต่อความเงียบตลอดสองวันขาดสะบั้นลงในวินาทีนี้เอง
ขาวยาวก้าวเดินไปตามทางเดินอย่างไร้ความปรานี เป้าหมายคือชั้นสิบสอง... ที่ที่ยัยตัวแสบกำลังทำให้เขาคลั่งตายอยู่ตอนนี้
ทว่า... ในจังหวะที่คณินกำลังก้าวพ้นประตูลิฟต์เพื่อมุ่งตรงไปยังโซนสถาปัตยกรรม เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็หยุดเขาไว้เสียก่อน
"สวัสดีค่ะคุณคณิน..."
เสียงหวานคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นจากด้านหลัง คณินชะงักฝีเท้า หันขวับกลับไปมองด้วยแววตาแข็งกร้าว พร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่ใครก็ตามที่กล้ามาขวางทางเขาในเวลานี้
แต่ทว่า... เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างระหงในชุดเดรสสีครีมเรียบหรู ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มมั่นใจกลับซีดเผือดลงทันที
พิมพรรณ... คู่หมั้นเก่าที่หายตัวไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย กำลังยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือที่ทำให้โลกทั้งใบของคณินหยุดหมุนไปชั่วขณะ
"พิม... กลับมาทำไม" คณินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความระแวงและคุกรุ่น
"พิมก็กลับมาทวงสิ่งที่ควรเป็นของพิมคืนน่ะสิคะ... รวมถึงคุณด้วยนะ... คณิน" พิมพรรณก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของคณินเย็นเฉียบ
"และดูเหมือนว่า... ตอนนี้คุณจะมี 'ของเล่นชิ้นใหม่' ที่น่าสนใจกว่าเดิมเสียด้วยสิคะ"
หัวใจของคณินกระตุกวูบ สัญชาตญาณดิบเตือนภัยรุนแรงขึ้นทันที เมื่อเขารู้สึกได้ถึง... 'ความเงียบ' ที่น่ากลัวกว่าทุกครั้งกำลังคืบคลานเข้ามาเล่นงานเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเมทริกซ์ซีโร่ด้วยดีเสมอมานะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 17
ความเงียบที่น่ากลัว
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!