เสียงล็อกกลอนประตูดัง *‘คลิก’* เบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงบของห้องชุดเพนต์เฮوسหรูย่านใจกลางเมือง ปลายจมูกของมินตราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือจาง ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ ขณะที่แผ่นหลังของเธอยังคงชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งอย่างไม่ทันตั้งตัว
คณินไม่ได้ถอยห่าง เขายังคงยืนค้ำร่างสูงใหญ่ตรึงเธอไว้ในพื้นที่จำกัด มือข้างหนึ่งทาบลงบนบานประตูเหนือหัวเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่ถอดออกวางไว้ตั้งแต่ก้าวเข้าห้อง ทอดมองคนปากเก่งด้วยแววตาระ1มพราวระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม
"รางวัลอะไรของคุณ... ฉันบอกตอนไหนว่าอยากได้" มินตราเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ปากก็ยังคงแข็งขันสวนกลับไปทันควัน
"ปากเก่งจังนะครับ" คณินย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม "เมื่อกี้ที่ห้องทำงานยังทำท่าเหมือนจะกินหัวผมอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงหน้าแดงซ่านล่ะครับ หืม... หรือว่ากำลังคิดอะไรอกุศลอยู่"
"เฮียณิน! ทุเรศที่สุด ถอยไปเลยนะ"
มินตราส่งค้อนวงใหญ่ให้พร้อมกับใช้มือเรียวผลักอกแกร่งเต็มแรง แต่ร่างสูงของวิศวกรหนุ่มกลับมั่นคงราวกับกำแพงหินผา ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน แถมเขายยังถือวิสาสะคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
จังหวะชุลมุนที่มินตราพยายามบิดข้อมือหนีประกอบกับแรงดึงยื้อ ทำให้ข้อเท้าของเธอสะดุดเข้ากับพรมขนหนานุ่มที่ปูอยู่ปลายโซฟา สติของหญิงสาวหลุดลอยไปชั่วขณะเมื่อแรงโน้มถ่วงดึงร่างทั้งร่างให้ทรุดฮวบลงไป
*‘พรึบ!’*
"อุ๊ย!"
มินตราหลุดอุทานเสียงหลง ร่างบางพุ่งตรงเข้าหาแผงอกกว้างตามแรงเหวี่ยง ขณะที่คณินเองก็ไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน เมื่อน้ำหนักของเธอกระแทกลงมาเต็มแรง ส่งผลให้ร่างสูงหงายหลังล้มลงไปบนโซฟาตัวยาวโดยมีร่างของหญิงสาวทับอยู่ด้านบนอย่างพอดิบพอดี
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่ดังประสานกัน
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ฝ่ามือทั้งสองข้างที่เคยถูกรวบไว้ตอนนี้เป็นอิสระแล้ว แต่เธอกลับใช้มันยันแผงอกแน่นตึงของเขาไว้แทน ปลายจมูกของเธอเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาอยู่รอมร่อ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน
ดวงตาคมกริบของคณินไหววับยามที่มองสบตาเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนก เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลของร่างที่แนบชิดติดกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอลอยเข้าจมูกจนสติที่เคยควบคุมไว้อย่างดีเริ่มสั่นคลอน
"อ๊ะ... ปล่อยฉันนะ" มินตราเพิ่งตั้งสติได้ รีบออกคำสั่งเสียงสั่นพลางพยายามจะดันตัวเองลุกขึ้น แต่ขยับได้เพียงนิดเดียว สะโพกมนก็ดันไปเสียดสีเข้ากับช่วงตัวของเขาพอดี ทำเอาคณินต้องสูดปากเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์
"ถ้ายังดิ้นอีกนิดเดียว... ผมไม่รับประกันนะครับว่าคืนนี้เราจะได้ทำงานกันไหม" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีทีท่าล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย แววตาของเขาเข้มขึ้นจนมินตรารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า
"คุณ... คุณมันฉวยโอกาส ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ คนบ้า!"
"ครับ... บ้าเฉพาะกับคุณคนเดียวนั่นแหละ" คณินตอบหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอามินตราอยากจะยกมือขึ้นมาทุบให้หายหมั่นไส้ แต่ติดตรงที่มือทั้งสองข้างของเธอยังคงยันอยู่บนอกแกร่ง และแววตาคู่คมที่กำลังจ้องมองริมฝีปากเธอนั้น... มันช่างอันตรายต่อหัวใจเสียเหลือเกิน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลง ความอบอุ่นจากร่างกายที่แนบชิดทำให้ความโกรธเคืองเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามแปลกประหลาด มินตราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอก เธอกล้าเถียงเขาทุกคำ กล้าท้าทายทุกสถานการณ์ แต่ทำไมเวลาที่อยู่ใกล้ชิดกันในระยะประชิดแบบนี้ สมองของเธอถึงได้ขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกเลยสักคำ
คณินเองก็ไม่ได้ขยับหนี เขากลับใช้มือข้างหนึ่งสอดขึ้นมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ เพื่อพยุงไม่ให้เธอล้มลงไปอีก นิ้วเรียวยาวไล้สัมผัสผ่านเนื้อผ้าบริเวณเอวเบาๆ จนคนถูกสัมผัสสะดุ้งเฮือก
"เฮียณิน..." เสียงเรียกชื่อเขาหลุดลอดริมฝีปากไปอย่างเผลอไผล น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความดุด่าเจืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความสั่นพร่าที่ทรยศเจ้าของ
คณินชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อได้ยินสรรพนามที่เปลี่ยนไป ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกเอ็นดู ปากร้ายๆ ของเขาเกือบจะเอ่ยคำพูดหยอกเย้าต่อ ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าห้องพักตัวหรูดังแผด I/O ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ
คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ ส่วนมินตราอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นผลอกร่างออก0จากตัวเขาแล้วลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างลนลาน
ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญแบบนี้...
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหล่อเหลาบึ้งตึงลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเดินไปที่ประตูด้วยอารมณ์คุกรุ่น หมายจะเปิดไปอัดหน้าแขกยามวิกาลสักหมัด แต่พอหมุนลูกบิดประตูแล้วดึงเปิดออก ร่างสูงก็ต้องชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าห้อง
"Surprise! เฮียณิน... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารโปรเจกต์มาให้... อุ๊ย!"
ปริ้นซ์ เพื่อนสนิทตัวดีชะงักคำพูดค้างไว้ทันทีเมื่อกวาดสายตาผ่านไหล่กว้างของคณินเข้าไปด้านใน แล้วพบกับหญิงสาวหน้าตาคุ้นเคยกำลังยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมอยู่ตรงโซฟา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าเพลย์บอยทันทีก่อนที่เขาจะส่งเสียงแซวออกมาเสียงดัง
"โอ๊ะโอ... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย... น้องมินตราก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 5
อุบัติเหตุริมโต๊ะทำงาน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!