"ผมว่าคุณปริ้นซ์ตาฝาดไปหน่อยนะครับ... หรือไม่ก็สมองอาจจะเริ่มเสื่อมตามอายุที่เพิ่มขึ้น"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานกระจกใสถูกผลักเปิดออก ปริ้นซ์ไม่เพียงแต่ไม่สะทกสะท้านกับสายตาดุราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อของคณิน แต่เพื่อนรักตัวดีกลับยักคิ้วกวนประสาทส่งให้ พร้อมกับกวาดสายตามองสำรวจรอบห้องที่อบอวลไปด้วยความเงียบงันผิดปกติระหว่างเจ้านายกับเลขานุการสาว
มินตรายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่าทางสงบเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ปลายนิ้วเรียวที่ประสานกันไว้หน้าลำตัวกลับจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอส่งยิ้มหวานหยดแบบที่ถ้าคณินเป็นปลา คงติดเบ็ดตายสนิทตั้งแต่สามวินาทีแรก
"ตาฝาดอะไรกันครับคุณเพื่อนรัก ก็เมื่อกี้ผมเห็นจะๆ ว่า..." ปริ้นซ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ แกล้งทำเป็นกวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของคณิน "โอ๊ะ หรือว่าผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญจริงๆ ระหว่างท่านประธานกับเลขาฯ คนเก่งเข้าล่ะเนี่ย?"
"ถ้าว่างมากนัก งานโปรเจกต์ท่าเรือฝั่งตะวันออก ผมยินดีโยนให้คุณไปรับผิดชอบคนเดียวทั้งหมดนะครับ ปริ้นซ์" คณินกดเสียงต่ำ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทเข้ารูปแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนอุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดลงไปหลายองศา
"โหดร้ายกับเพื่อนร่วมหุ้นได้ลงคอ... โอเคๆ ผมยอมแพ้ครับคุณชายณิน พอดีผมแค่วแวะเอาเอกสารสรุปยอดบัญชีไตรมาสนี้มาให้เซ็น แล้วกะว่าจะมาชวนเลขามินตราไปทานกาแฟข้างล่างสักหน่อย ไม่คิดว่าจะเจอ บรรยากาศอบอุ่น ชวนฝัน ขนาดนี้" ปริ้นซ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระแทกเสียงเบาๆ แล้วหันไปขยิบตาให้มินตรา "ไปนะครับน้องมินตรา ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องสูตรกาแฟลับ... ที่ผมได้กลิ่นแปลกๆ ลอยมาจากในห้องนี้"
ประโยคหลังของปริ้นซ์ทำให้มินตรารู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาที่ใบหน้า เธอแอบเหลือบมองแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะของคณิน แก้วที่เธอเพิ่งบรรจง "ปรุง" เป็นพิเศษด้วยความรัก (และเกลือป่นกับน้ำปลาอีกนิดหน่อยเพื่อตัดเลี่ยน)
เมื่อร่างของปริ้นซ์ลับตาไปพร้อมกับเสียงปิดประตูกระจกสนิท ความเงียบงันที่กดดันกว่าเดิมก็กลับมาเยือนอีกครั้ง คณินหันขวับกลับมามองหญิงสาวที่ยังคงลอยหน้าลอยตาท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณปริ้นซ์เขาก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะท่านประธาน หรือว่า... ท่านประธานกลัวว่าความลับที่เราตกลงกันไว้จะรั่วไหลเหรอคะ?" มินตราเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มพริ้มเพรา น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในอก
คณินไม่ตอบทันที เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาจนมินตราต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสารด้านหลังอย่างไร้ทางหนี แววตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของเขาตื่นตัวอย่างประหลาด
"ปากเก่ง..." คณินพึมพำเบาๆ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน มินตรากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "กล้าดีนักนะที่กล้าต่อปากต่อคำกับผมทุกเรื่อง... คิดว่าผมไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ ของคุณหรือไง หืม?"
"เล่ห์เหลี่ยมอะไรกันคะ ฉันแค่อุตส่าห์มีน้ำใจ ชงกาแฟชั้นดีมาให้ท่านประธานดื่มแก้เครียดต่างหาก" มินตราเถียงเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างแค่คืบ "ถ้าไม่ชอบใจ ก็ไม่ต้องดื่มสคะ ฉันไม่ได้บังคับสักหน่อย"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมก้มลงมองแก้วกาแฟสีดำบนโต๊ะที่ส่งกลิ่นแปลกประหลาดโชยออกมาจางๆ หากคนอื่นอาจจะไม่ทันสังเกต แต่สำหรับวิศวกรผู้รอบคอบและช่างสังเกตอย่างเขา มีหรือจะพลาดความผิดปกตินี้
"กาแฟชั้นดีเหรอ..." คณินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์ "กาแฟอะไรใส่เกลือป่นครึ่งช้อนชาแถมด้วยซอสปรุงรสอีกสองหยด... สูตรลับเฉพาะของเลขามินตราสินะครับ?"
มินตราเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปรับสีหน้าแทบไม่ทัน "คุณ... คุณรู้ได้ยังไง!"
"ผมไม่ได้ตาบอด และจมูกก็ไม่ได้ใช้งานแค่หายใจนะครับ" คณินผละตัวออกห่างเล็กน้อย แต่มือหนายังคงกราบโต๊ะกักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นทำให้เขายิ่งดูหล่อร้ายจนน่าหมั่นไส้ "อยากลองดีกับผมมากใช่ไหม มินตรา?"
"ก็คุณมันน่าแกล้งนี่คะ ปากร้าย ใจดำ แถมยังชอบเอาอำนาจมาขู่คนอื่น ฉันเป็นแค่เลขาฯ ตัวเล็กๆ จะเอาอะไรไปสู้คุณได้ นอกจากวิธีนี้ล่ะค่ะ" มินตราเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ไม่ยอมลดละความพ่ายแพ้แม้แต่น้อย ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
คณินมองท่าทางพยศเหมือนลูกแมวป่าตัวน้อยแล้วก็ได้แต่ขบกรามแน่น ความรู้สึกหมั่นไส้ผสมปนเปกับความเอ็นดูพุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบของเขาอย่างเหลือเชื่อ ตั้งแต่เธอเข้ามาในชีวิต ระบบระเบียบที่เขาเคยควบคุมได้ทั้งหมดก็พังทลายลงไม่เป็นท่า
"งั้นเหรอ..." คณินยื่นมือออกไป ช้าๆ จนมินตราเผลอเกร็งตัว ปลายนิ้วแข็งแรงเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟเจ้าปัญหาขึ้นมาถือไว้ "ในเมื่อคุณอุตส่าห์ตั้งใจชงให้ผมด้วย 'ความใส่ใจ' ขนาดนี้ ผมจะปฏิเสธความหวังดีของคุณได้ยังไงล่ะครับ"
มินตรามองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา "นี่คุณ... จะดื่มมันจริงๆ เหรอ? มันกินไม่ได้หรอกนะ!"
"ทำไมจะไม่ได้..." คณินสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทาย "ถ้าคนชง ยอมรับสารภาพผิดแต่โดยดี และขอโทษผมซะดีๆ บางที... ผมอาจจะเปลี่ยนใจเทมันทิ้ง"
"ฝันไปเถอะค่ะ!" มินตราปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ไม่มีทางที่เธอจะยอมก้มหัวให้เขาเด็ดขาด "อยากดื่มนักก็เชิญเลยค่ะ! ถ้าร่างกายคุณรับพิษสวาทแก้วนั้นไม่ไหว ฉันนี่แหละจะโทรเรียกรถพยาบาลให้เอง!"
คณินหัวเราะหึๆ ในลำคอ นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน เขาไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าหวานที่กำลังง้ำงอด้วยความขัดเคืองแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกแก้วกาแฟขึ้นจรดริมฝีปากอย่างไม่ลังเล ทำท่าเหมือนจะจิบมันจริงๆ จนมินตราร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจและเผลอยื่นมือไปคว้าข้อมือเขาไว้ตามสัญชาตญาณ
"เฮייהณิน! อย่าดื่มนะ!"
วินาทีที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนข้อมืออุ่นของเขา คณินชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าคมคายค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลึกล้ำและอบอุ่นขึ้นอย่างกะทันหัน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มให้ช้าลง เสียงรอบข้างเงียบงัด เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างน่าประหลาด
มินตราชะงักค้างเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแสดงความห่วงใยออกไป เธอรีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหู "ฉัน... ฉันแค่ไม่อยากโดนข้อหาฆาตกรโดยเจตนาแค่นั้นแหละค่ะ!"
คณินมองท่าทางเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยการเชิดหน้าหนี เขาววางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะตามเดิมโดยไม่คิดจะดื่มมันจริงๆ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง จนมินตราต้องหลังติดกำแพงอย่างจำยอม
"เป็นห่วงผมเหรอครับ?" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนมินตราขนลุกซู่
"ใครเป็นห่วงคุณกัน อย่าหลงตัวเองน่า..." มินตราเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่ทว่าอ้อมแขนที่กักตัวเธอไว้นั้นมั่นคงเสียยิ่งกว่ากำแพงเหล็ก
ก่อนที่คณินจะได้เอื้อnคำพูดใดโต้ตอบกลับไป เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"ณินคะ! แย่แล้วค่ะ คุณป้าท่านเพิ่งโทรมาบอกว่า..."
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดแฟชั่นแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวอย่างถือวิสาสะ มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของแขกผู้มาใหม่ชัดเจน—พิมพรรณ อดีตคู่หมั้นผู้เพียบพร้อมที่ประกาศกร้าวว่าจะกลับมาทวงทุกอย่างของเธอคืน!
คณินขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ ดวงตาคมกริบหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นชาสุดขีด ขณะที่มินตราซึ่งยืนอยู่ชิดติดอกเขาในระยะประชิดกลับกลายเป็นเป้าสายตาที่พิมพรรณมองมาด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ทันที
"นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะณิน?" พิมพรรณชะوกมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ปนความโกรธเกรี้ยวที่แล่นพล่านขึ้นมาบนใบหน้าสวย "ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาอยู่ในห้องคุณ ในสภาพ... ชิดกันขนาดนี้!"
คณินไม่ตอบคำถาม เขาเหลือบมองพิมพรรณแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูมินตราด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"อย่าเพิ่งไปไหน... เรื่องของเรายังเคลียร์กันไม่จบ"
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้เฮียณินและยัยตัวแสบของเรานะครับ!
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 6
กาแฟแก้วนั้น
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!