ชื่อ 'พิมพรรณ' ที่ลอยละลิ่วเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว เปรียบเสมือนก้อนกรวดที่ถูกโยดลงไปในผืนน้ำนิ่งสนิท แรงกระเพื่อมแผ่ขยายออกไปจนสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ร่างสูงของคณินชะงักกึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบสีนิลตวัดหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที สันจَมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่มินตราค้างมือที่ถือปากกาไว้กลางอากาศ ปลายนิ้วเรียวชะงักงัน หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำด้วยความระแวงระวังผสมกับความอยากรู้อยากเห็นในเวลาเดียวกัน
"เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ
ประตูไม้เนื้อดีเปิดอ้าออก เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูป ใบหน้าแต่งแต้มอย่างประณีตบรรจงและรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อย พิมพรรณก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วบรรยากาศ เธอกวาดสายตาคมปลาบมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของมินตราแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ชายหนุ่มเจ้าของห้องด้วยท่าทีสนิทสนมเกินกว่าคนทั่วไป
"ณินคะ แย่จัง... โทรหาทำไมไม่รับสายเลยล่ะคะ พิมก็เลยต้องแวะมาหาที่บริษัทเองซะเลย" น้ำเสียงหวานหยดเอื้อiนเอ่ยพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน คณินขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าของเขาเรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่แววตาไหววูบชั่วขณะที่มินตราสังเกตเห็นได้ทำให้เธอหรี่ตามองด้วยความจับผิด
*คู่หมั้นเก่าเหรอ... ดูท่าทางแล้วเรื่องนี้คงจะไม่จบลงง่ายๆ สินะ* มินตราคิดในใจ พลางวางปากกาลงบนโต๊ะเบาๆ อย่างจงใจให้เกิดเสียงกระทบเพื่อเรียกสติคนทั้งคู่
"ถ้าคุณพิมมีธุระเรื่องงาน ก็เชิญนัดผ่านเลขาผมนะครับ แต่ถ้าเรื่องส่วนตัว... ช่วงนี้ผมไม่ว่าง" คณินตอบเสียงเรียบ หางตาเหลือบมองมินตราที่นั่งไขว่ห้างตีหน้าตายอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่มีทีท่าว่าจะลุกหนีไปไหน
พิมพรรณปรายตามองมินตราอีกครั้ง คราวนี้สายตาฉายแววเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง "อ๋อ... นี่สินะคะ เลขาคนใหม่ที่ใครๆ เขาพูดถึงกัน หน้าตาดูท่าทางฉลาดเป็นกรอบเป็นกำดีนี่คะ แต่ไม่รู้ว่าฝีมือจะเก่งเหมือนปากหรือเปล่า ถึงได้กล้ามานั่งอยู่ในห้องส่วนตัวกับคุณณินสองต่อสองแบบนี้"
มินตราเม้มปากเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเสื้อสูทเข้ารูปให้เข้าที่ ก่อนจะสบตากับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็น 'คู่หมั้นเก่า' อย่างไม่มีความเกรงกลัว
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณพิม ส่วนเรื่องฝีมือ... พอดีเฮีย... เอ๊ย ท่านประธานเขายังพิสูจน์ไม่จบกระบวนความค่ะ พอดีเรากำลังเคลียร์ 'ดีลสำคัญ' กันอยู่พอดี ถ้าคุณพิมมีธุระด่วนจริงๆ เชิญรอก่อนนะคะ หรือถ้าไม่สะดวก จะกลับไปตั้งหลักแล้วค่อยมาใหม่ก็ได้ค่ะ ทางเรายินดีต้อนรับเสมอ... ในฐานะแขกผู้มาเยือน"
ประโยคท้ายเน้นย้ำชัดถ้อยชัดคำจนพิมพรรณหน้าเสีย รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธเคืองที่ไม่คิดว่าพนักงานธรรมดาจะกล้าต่อปากต่อคำด้วยขนาดนี้
คณินที่นั่งเงียบอยู่นาน แอบลอบยิ้มมุมปากกับความแสบสันของคนตรงหน้า ความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกขันปนมันเขี้ยวเล็กๆ ที่ยัยตัวแสบกล้าประกาศศักดาต่อหน้าอดีตคู่หมั้นของเขาอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน
"ได้ยินชัดแล้วนะครับคุณพิม ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญครับ" คณินเอ่ยไล่ทางอ้อมน้ำเสียงเฉียบขาด พิมพรรณเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอกำมือถือในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ก็ได้ค่ะณิน พิมไว้ค่อยมาคุยกับคุณใหม่... หวังว่าเลขาคนนี้จะอยู่ต้อนรับพิมจนถึงวันนั้นก็นะคะ" เธอกระแทកเสียงใส่ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องอย่างไม่สบอารมณ์ เสียงประตูปิดลงดังปังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แตบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้า มินตราทรุดตัวลงนั่งที่เดิม ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี เธอกอดอกมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งมองเธอนิ่งๆ
"มองทำไมคะ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" มินตราเลิกคิ้วถามเสียงสะบัด
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก "ปากเก่งดีนี่... เก่งได้ตลอดรอดฝั่งเถอะแม่ตัวดี" เขายื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทเล่มหนามาตรงหน้าเธอ "ไหนๆ ก็เคลียร์แขกไม่ได้รับเชิญไปเรียบร้อยแล้ว เรามาคุย 'ดีลลับ' ของเราต่อให้จบดีกว่า"
มินตราก้มมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง "ดีลอะไรของคุณอีก ฉันบอกเงื่อนไขของฉันไปหมดแล้วนะ"
"นี่ไม่ใช่เงื่อนไขของเธอ แต่นี่คือ 'กฎเหล็ก 3 ข้อ' ที่เธอต้องทำตาม ถ้าอยากให้โปรเจกต์ของครอบครัวเธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของฉัน" คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มที่ทำให้มินต้ารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าเธอกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดรอไว้
"กฎเหล็กอะไรของคุณ ว่ามาสิ ฉันฟังอยู่" มินตราเชิดหน้าขึ้น ท้าทายสายตาเขา
คณินโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางพาดบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน สายตาคมกริบจดจ้องใบหน้าเนียนใสอย่างพิจารณา "ข้อแรก... ห้ามขัดคำสั่งฉันไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ข้อสอง... ต้องสแตนด์บายรับสายและรายงานตัวกับฉันทุกครั้งที่ฉันต้องการตลอด 24 ชั่วโมง และข้อสาม..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ห้ามตกหลุมรักฉันเด็ดขาด"
มินตราถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเหลืออด "ฮอะ! ห้ามตกหลุมรักคุณเนี่ยนะ? นี่คุณเอาสมองส่วนไหนคิดคะเฮียณิน คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไง คนอย่างมินตราไม่มีวันพิศวาสผู้ชายปากร้าย เอาแต่ใจอย่างคุณหรอกค่ะ วางใจได้เลย!"
"ดีปากดีแบบนี้ คอยดูเถอะว่าเธอจะรอดไปได้สักกี่น้ำ" คณินยักไหล่กวนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอนั่ง โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนมินตราต้องเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก
"ใกล้เกินไปแล้วนะ ถอยไปเลยไอ้...!"
ยังไม่ทันที่มินตราจะได้ต่อว่า ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่น พร้อมกับเสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของเพื่อนสนิทตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะในวินาทีเป็นวินาทีตาย
"เฮ้ยณิน! กูได้ข่าวว่ายัยพิมมาอาละวาด... อุ๊ปส์! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนหรือเปล่าเนี่ย?" ปริ้นซ์ยืนค้างเติ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนขบขันเมื่อเห็นภาพสหายสนิทกำลังยืนคร่อมร่างเลขาคนสวยในระยะประชิดติดริมฝีปาก
คณินถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย เขาผละตัวออกจากร่างบางช้าๆ ปรายตามองเพื่อนรักด้วยสายตาดุๆ ที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ขณะที่มินตราหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนความโกรธ เธอลุกพรวดขึ้นผลักอกแกร่งของคณินออกห่างทันที
"ไอ้ปริ้นซ์... มึงตายนายแน่!" คณินคำรามในลำคอด้วยความหงุดหงิดสุดขีด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ เมทริกซ์ซีโร่
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก 3 ข้อ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!