ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 30

ล่าตัวคนผิด

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้... ไม่ใช่พิมพรรณคนเดียว แต่มันคือ... คนใกล้ตัวที่พวกมึงคาดไม่ถึงที่สุด!" คำพูดของปริ้นซ์ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ แอร์ตัวใหญ่ส่งเสียงฮัมเบาๆ แต่บรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งเกาะกุม ข้อมูลชุดสุดท้ายที่ถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใสไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นบาง แต่มันคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายความไว้วางใจทั้งหมดให้พังครืนลงมาในพริบตาเดียว มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสลับกับใบหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนสนิทเจ้าของเรื่อง ปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สมองที่ทำงานอย่างรวดเร็วประมวลผลทุกความเป็นไปได้ แต่ไม่ว่าพยายามจะคิดสักกี่รอบ ชื่อของบุคคลที่ปรากฏบนหลักฐานดิจิทัลชิ้นล่าสุดก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าหน้า "นายแน่ใจนะปริ้นซ์ ว่าไฟล์นี้ไม่ได้ถูกตัดต่อ หรือมีใครจงใจป้ายสี?" มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความไม่มั่นใจลึกๆ คณินไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่ได้ยินประโยคช็อกโลกนั้น ร่างสูงใหญ่ที่เคยนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ กลับโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนเข่า แววตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาฉายแววดุดันและเยียบเย็นจนน่ากลัว สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือหนากำเข้าหาเป็นหมัดแน่นบนตัก เส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปนตามแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด "กูเช็คสิทธิ์การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์สามรอบแล้วมิน" ปริ้นซ์ถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นเสยผมอย่างหัวเสีย "ไอ้คนนี้มันฉลาด มันใช้บัญชีสำรองและคีย์การ์ดของแผนกไอทีที่หมดอายุไปแล้วแต่ยังไม่ได้ปลดล็อกออกจากระบบ เข้าไปก๊อปปี้ฐานข้อมูลลูกค้าและแผนงานโปรเจกต์ลับไปให้ฝ่ายคู่แข่ง... ถ้าไม่ใช่คนวงในที่รู้ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี ไม่มีทางทำได้เนียนขนาดนี้หรอก" "แล้วทำไม..." มินตราหันไปมองหน้าคณินที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหิน "เฮีย... เชื่อแล้วใช่ไหมว่าไม่ใช่แค่เรื่องเข้าใจผิด หรือเกมการเมืองระหว่างบริษัทธรรมดา" คณินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่ตวัดมองมาทางมินตราไม่ได้มีความโกรธเกลียดเธอเหมือนอย่างวันแรกที่เจอ แต่ตอนนี้มันคือความเจ็บปวดระคนแค้นเคืองที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเย็นชา "หึ... คนใกล้ตัวงั้นเหรอ" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ "ฉันเลี้ยงงูเห่าไว้ในบ้านมาตลอดหลายปี โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าพิษของมันร้ายกาจขนาดนี้" "แล้วเราจะเอายังไงต่อเฮีย จะให้ผมลากคอมึงมาเคลียร์ที่นี่เลยไหม" ปริ้นซ์ถามพร้อมหักนิ้วดังกร๊อบ เตรียมตัวบู๊เต็มที่ "ยังไม่ใช่ตอนนี้..." คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวมินตราที่ยังนั่งอยู่บนโซฟา มือหนาเอื้อมไปดึงแท็บเล็ตในมือเธอมาถือไว้ ก่อนจะก้มลงมองสบตาด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ "ในเมื่อมันอยากเล่นเกมซ่อนหา... เราก็ตามใจมันหน่อยเป็นไร แต่รอบนี้ กูจะเป็นคนล่าตัวมันออกมาเอง" มินตราเงยหน้าสบตากับคนตัวโต หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายไฟในแววตาของคณินที่สะท้อนความดุดันและคำว่า 'ปกป้อง' เจืออยู่ในนั้น แม้ปากเขาจะร้ายกาจและชอบออกคำสั่ง แต่ยามที่เกิดเรื่อง คณินไม่เคยปล่อยให้เธอยืนเผชิญหน้ากับพายุเพียงลำพังเลยสักครั้ง "แล้วถ้าหลักฐานในกล้องวงจรปิดตัวจริงล่ะ นายได้มาหรือยังปริ้นซ์?" มินตราเบนสายตาหนีความวับวามในดวงตาคู่นั้น หันไปถามเพื่อนหนุ่มเพลย์บอยเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจสั่น "ได้มาแล้วสิครับคุณมินตรา ระดับนี้แล้ว..." ปริ้นซ์ยักคิ้วหล่อเหลa คว้าแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทชูขึ้นเหนือหัว "นี่คือไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดมุมอับที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน ภาพชัดแจ๋วระดับโฟร์เค เห็นหน้าหราแบบไม่ต้องสืบเลยว่าใครเป็นคนเดินถือแฟลชไดร์ฟออกจากห้องเซิร์ฟเวอร์ในคืนเกิดเหตุ" คณินรับแฟลชไดร์ฟมาจากมือเพื่อนสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองมันนิ่งๆ ก่อนจะหันไปสั่งเสียงเฉียบขาด "ปริ้นซ์ แกจัดการเคลียร์ทางกับฝ่ายกฎหมายและประสานงานกับตำรวจเตรียมหมายค้นไว้ให้พร้อม ส่วนมิน..." ร่างสูงหันกลับมามองหญิงสาวที่ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา ปากบางเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ใคร "ฉันจะไปกับนายด้วย" มินตราเอ่ยแทรกขึ้นทันควันโดยไม่ต้องรอให้เขาออกคำสั่ง "อย่าแม้แต่จะคิดสั่งให้ฉันนั่งรออยู่ที่นี่เด็ดขาดเฮียณิน เรื่องนี้มันเริ่มต้นเพราะฉันมีเอี่ยวในดีลนี้ เพราะฉะนั้นฉันต้องรู้ความจริงทั้งหมดด้วยตัวเอง" คณินจ้องหน้าเธอนิ่ง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ "ดื้อด้าน..." เขาพึมพำลอดไรฟัน "อันตรายรู้ตัวบ้างไหม ยัยตัวแสบ" "ถ้าไม่ดื้อ ฉันคงไม่มานั่งเถียงกับคนปากร้ายอย่างนายจนถึงตอนนี้หรอกค่ะ" มินตราสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสุกสกาวทอประกายความท้าทาย "ตกลงตามนี้ เราจะไปกระชากหน้ากากคนทรยศพร้อมกัน" คณินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของคนตรงหน้าอย่างไม่มีทางเลือก มุมปากหยักกระตุกยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กมากุมไว้หลวมๆ "ตามใจ... แต่อย่าปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม" คำพูดห้วนๆ แต่แฝงความห่วงใยทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มินตราเม้มปากแน่น พยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่ยอมเถียงอะไรกลับไปอีก รถยนต์หรูพุ่งทะยานผ่านความมืดของค่ำคืนในเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองซึ่งเป็นที่กบดานของเป้าหมาย บรรยากาศภายในรถตึงเครียดและเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน เมื่อรถจอดสนิทที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน คณินดับเครื่องยนต์ หันมามองมินตราที่กำลังสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ นิ้วเรียวของเขาเอื้อมไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือสัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนผิดกับมาดดุดันเมื่อครู่ทำเอาหัวใจมินตระกระตุกวูบอีกรอบ "พร้อมนะ?" คณินเอถาม เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลกว่าปกติ "พร้อมค่ะ" มินตราพยักหน้า ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ก้าวลงจากรถ เดินเคียงข้างกันเข้าไปในตัวอาคารโดยมีปริ้นซ์และทีมรักษาความปลอดภัยตามสมทบอยู่ห่างๆ ลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนสุดอย่างรวดเร็ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปสร้างความกดดันให้หัวใจเต้นระส่ำ ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น ประตูโลหะสีเงางามค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินปูพรมหนานุ่มหน้าห้องพักเป้าหมาย คณินก้าวออกไปเป็นคนแรก ร่างสูงสง่าแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมารอบตัว มินตราเดินตามหลังมาติดๆ สายตาสอดส่องไปรอบบริเวณด้วยความระแวดระวัง คณินพยักหน้าให้ปริ้นซ์ที่ยืนถืออุปกรณ์สแกนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์อยู่ข้างประตู ปริ้นซ์กดแป้นรหัสผ่านสำรองที่ได้มาจากระบบบริหารอาคารเพียงไม่กี่วินาที เสียงปลดล็อกกลอนประตูก็ดังขึ้นเบาๆ คลิก... คณินใช้มือผลักบานประตูไม้เนื้อหนาให้เปิดออกช้าๆ ความมืดสลัวภายในห้องโถงกว้างทำให้ต้องหรี่ตามอง ความเงียบสงบผิดปกติปกคลุมไปทั่วห้อง ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ก้าวแรกที่คณินเดินเข้าไปในห้อง เท้าหนากลับสะดุดเข้ากับบางสิ่งบนพื้นพรม มินตราที่เดินตามหลังมาเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟผนังใกล้ประตูทันที แสงไฟสีส้มอบอุ่นสว่างวาบขึ้นทั่วห้องโถง เผยให้เห็นสภาพข้าวของที่กระจัดกระจายระเกะระกะราวกับเพิ่งผ่านการรื้อค้นอย่างรุนแรง และที่กลางห้อง... ร่างของใครคนหนึ่งกำลังนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดสีแดงฉานอยู่กับพื้น! มินตราบีบแขนคณินแน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด คณินรีบดึงเธอเข้าหาตัวเพื่อบังไว้ด้านหลัง สองตากวาดมองรอบห้องอย่างระแวดระวัง ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้สติบนพื้นช้าๆ "ปริ้นซ์! โทรเรียกตำรวจกับรถพยาบาลด่วน!" คณินตะโกนสั่งเสียงดังลั่น เขาย่อตัวลงใช้มือพลิกร่างนั้นหงายขึ้นช้าๆ เพื่อดูใบหน้าชัดเจน และในวินาทีที่แสงไฟตกกระทบใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดของคนเจ็บ มินตราก็หลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจจนแทบสิ้นสติ เพราะคนที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่พวกเขากำลังตามหาตัวเพื่อจะมาเค้นความจริง และเป็นคนเดียวกับที่ยืนยันเสียงแข็งมาตลอดว่า 'บริสุทธิ์ใจ' ที่สุดในบริษัท! "พะ... พิมพรรณ?!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปมปริศนาร่วมกันครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%