ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 29

ฉันจัดการเอง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะประชุมไม้สักทองราคาแพงดังสนั่น จนผู้ถือหุ้นหลายคนสะดุ้งเฮือก แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้เกิดจากความเสียหายของตัวเลขในงบดุล แต่เกิดจากแรงอารมณ์ของคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ซึ่งแผ่รังสีอำมหิตออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องประชุมใหญ่ลดฮวบลงหลายองศา "ผมคิดว่าเอกสารชุดนี้ ชัดเจนพอที่จะทำให้ทุกคนเลิกตั้งคำถามไร้สาระได้เสียทีนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของคณินดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด ทายาทหนุ่มแห่งบริษัทยักษ์ใหญ่กวาดสายตาคมกริบมองรอบห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่พิมพรรณ อดีตคู่หมั้นสาวที่กำลังส่งยิ้มเยาะใส่ความพยายามของเขาอย่างไม่นึกเกรงกลัว "คุณณินกำลังใช้อารมณ์ตัดสินเรื่องนี้นะคะ มินตราทำความเสียหายให้โปรเจกต์หลักตั้งเท่าไหร่ หลักฐานการทุจริตก็ปรากฏชัดเจนบนหน้ากระดาษ... หรือเพราะเธอเป็น 'คนสนิท' ของคุณ ถึงทำให้คุณตาบอด มองไม่เห็นความจริงแบบนี้?" พิมพรรณจงใจเน้นเสียงคำว่า 'คนสนิท' ด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน เธอมั่นใจว่าเกมนี้เธอถือไพ่เหนือกว่า มินตราที่นั่งเงียบอยู่มุมหนึ่งของห้อง ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ็บใจระคนคับแค้น เธอไม่ใช่คนอ่อนแอและไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร แต่การถูกใส่ร้ายด้วยหลักฐานปลอมๆ ต่อหน้าบอร์ดบริหารโดยฝีมือของผู้หญิงคนนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนตบกลางหน้าฉาดใหญ่ ทว่า... ก่อนที่มินตราจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของเธอเอง ร่างสูงใหญ่ของคณินก็ลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง จนเก้าอี้ไม้ราคาแพงไถלถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดังครืด "คนของผม... ผมดูแลเอง" ประโยคสั้นๆ ห้วนๆ แต่ทรงพลังทำเอาทุกลมหายใจในห้องประชุมสะดุด คณินไม่ได้หันไปมองมินตรา สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่พิมพรรณด้วยความรังเกียจที่ปิดไม่มิด "คุณพิมพรรณกำลังสนุกกับการเล่นละครตบตาคนอื่นสินะครับ แต่อย่าลืมว่าเกมนี้ คนที่ถือไพ่เหนือกว่าจริงๆ คือผม... และถ้าใครยังบังaniตกลงมาแตะต้องมินตราอีกแม้แต่ปลายเล็บ ผมจะทำให้รู้ว่านรกบนดินที่แท้จริงมันเป็นยังไง!" "เฮียณิน!" มินตราอุทานออกมาเบาๆ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและพยายามเกราะกุมความรู้สึกตัวเองไว้เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพลักษณ์ของชายหนุ่มปากร้าย เอาแต่ใจ และชอบกวนประสาทเธอหายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยืนหยัดปกป้องเธอจากพายุร้ายโดยไม่สนว่าตัวเองจะต้องแลกด้วยอะไร "เงียบก่อนน่า... ยัยตัวแสบ" คณินปรายตามามองเธอแวบหนึ่ง แววตาที่มองผ่านมาไม่ได้มีความดุเหมือนเคย หากแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ร้อนแรงจนเธอกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ ปริ้นซ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ แอบยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก เพื่อนรักของเขาที่เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันยอมตกหลุมพรางความรักเด็ดขาด ตอนนี้กลับกลายร่างเป็นหมาโบ้คลั่งรักที่พร้อมจะแยกเขี้ยวใส่คนทั้งโลกเพื่อปกป้องผู้หญิงคนเดียวเสียแล้ว "คณิน! คุณกำลังทำลายชื่อเสียงของบริษัทเพื่อผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ!" บอร์ดบริหารอาวุโสคนหนึ่งท้วงขึ้นด้วยความตกใจ "ผมไม่ได้ทำลายบริษัทครับ... ผมกำลังกำจัดขยะต่างหาก" คณินหันไปตอบเสียงกร้าว นัยน์ตาดุดันกราดมองทุกคนในห้องจนไม่มีใครกล้าสบตา "เอกสารที่พวกคุณถืออยู่มันคือของปลอม และภายในสามชั่วโมงนี้ ผมจะลากตัวคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มาคุกเข่าขอโทษมินตรากลางห้องประชุมนี้ด้วยตัวเอง!" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่คำเดียว รังสีความเด็ดเดี่ยวและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวคณินในตอนนี้ ทำให้รู้ซึ้งว่าเขาไม่ได้กำลังขู่เล่นๆ พิมพรรณหน้าถอดสี รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอไม่คิดว่าคณินจะกล้าหักดิบและปกป้องมินตราถึงขนาดนี้ "คุณณิน... คุณกำลังหลงผู้หญิงจนหน้ามืดตามัว ระวังจะเสียใจทีหลังนะคะ!" "คนที่ควรระวังตัวไม่ใช่ผม... แต่เป็นคุณต่างหาก พิมพรรณ" คณินย่างสามขุมเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่พิมพรรณนั่งอยู่ ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้เธอในระยะประชิด กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำตมที่ได้ยินกันแค่สองคน "อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณแอบทำอะไรลับหลังผม ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของคุณต้องอับอายขายขี้หน้าจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ... ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน" ดวงตาของพิมพรรณเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เธอรู้จักคณินดี... ผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริงเสมอ หากเขาเอาจริงขึ้นมา เธอคงไม่เหลือแม้แต่ซากให้ยืนหยัดในสังคมไฮโซแห่งนี้ คณินไม่รอให้พิมพรรณได้ตอบโต้อะไร เขากลับหลังหันเดินตรงไปที่มินตรา คว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขา ก่อนจะกวาดสายตาประกาศกร้าวให้ทุกคนในห้องได้ยินอีกครั้ง "การประชุมวันนี้จบแค่นี้... ส่วนเรื่องสืบหาความจริง ผมจัดการเอง!" พูดจบ คณินก็ออกแรงดึงมินตราให้เดินตามออกจากห้องประชุมท่ามกลางความอึ้งงันของทุกคนทันที ทางเดินยาวหน้าห้องประชุมเงียบสงบ ไม่มีใครกล้าเดินผ่านแถวนั้น ทันทีที่พ้นจากสายตาผู้คน คณินก็ผลักร่างบางให้ชิดติดกับผนังห้องโดยมีมือหนาข้างหนึ่งยันกั้นไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหน แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มและตัดพ้อเล็กน้อย "ทีหลัง... ถ้ามีเรื่องแบบนี้ทำไมไม่บอกฉัน ห๊ะ? คิดว่าตัวเองเก่งมากหรือไงถึงแบกรับไว้คนเดียว?" คณินก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกับเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนมินตราต้องเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความหวั่นไหว "ปล่อยนะ... นายจะมาดุฉันทำไมเนี่ย" มินตราพยายามทำเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "ฉันจัดการเองได้น่า ไม่เห็นต้องให้..." "หยุดพูดคำว่า 'จัดการเอง' ออกมาจากปากเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ มินตรา!" คณินขัดขึ้นเสียงเข้ม แต่แววตาคู่คมกลับฉายความเจ็บปวดลึกๆ ที่เธอคาดไม่ถึง มือหนาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทางปากร้ายโดยสิ้นเชิง "รู้ไหมว่าตอนที่เห็นเธอนั่งเงียบอยู่ในห้องนั้น... ฉันแทบอยากจะพังทุกอย่างให้มันแหลกคามือ" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมฝีปาก คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากลมหายใจของกันและกัน "เธอทำให้ฉันกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว... ยัยตัวแสบ" มินตราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนซึนเดระอย่างคณิน เธอยกมือขึ้นหมายจะดันแผงอกกว้างออก แต่ปลายนิ้วกลับถูกมือหนาคว้าไปกุมไว้แนบอกซ้ายของเขาแทน จังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วด้านในนั้น... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ในโลก ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความคลั่งรัก ก่อนที่คณินจะโน้มใบหน้าลงมาหมายจะกดจริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธอเพื่อปิดปากคนดื้อรั้น ทว่า... เสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบพร้อมกับเสียงเรียกของปริ้นซ์ก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมทางเดิน "เฮียณิน! แย่แล้ว... คนที่เราส่งคนไปสืบเรื่องหลักฐานปลอมเมื่อกี้..." ปริ้นซ์ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนรักกับมินตราที่ยืนชิดติดกันชนิดแทบจะสิงร่าง "เอ่อ... กูขัดจังหวะไหมวะ? หรือให้กูเดินกลับไปตั้งหลักใหม่ก่อนดี?" คณินสบถในลำคออย่างหัวเสีย ก่อนจะผละออกจากมินตราด้วยความหงุดหงิด หันไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาน่ากลัว "มีอะไรก็พูดมา อย่าลีลา!" ปริ้นซ์กลืนน้ำลายเอื้อม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คณินและมินตราต้องหน้าถอดสี "คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้... ไม่ใช่พิมพรรณคนเดียว แต่มันคือ... คนใกล้ตัวที่พวกมึงคาดไม่ถึงที่สุด!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%