ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 26

แผนการร้ายของพิมพรรณ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
ฝุ่นปูนคละคลุ้งจนแสบจมูก เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดออดยังคงดังเป็นระยะจากโครงสร้างที่เสียหาย แต่โสตประสาทของคณินกลับดับเสียงรอบข้างทั้งหมดเหลือเพียงเสียงเต้นในอกที่รัวเร็วจนน่าเจ็บ ร่างสูงในชุดสูทที่ตอนนี้เปื้อนคราบฝุ่นขาวโพลนพุ่งฝ่าแนวกั้นเทปสีเหลืองดำของหน่วยกู้ภัยอย่างไร้สติ ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความตระหนกที่เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะแสดงมันออกมาให้ใครเห็น "เฮีย! อย่าเพิ่งเข้าไปข้างในครับ โครงสร้างมันยังไม่เสถียร!" ปริ้นซ์ตะโกนลั่นพร้อมกับพยายามพุ่งตัวเข้าไปยื้อแขนเพื่อนสนิทไว้ แต่กลับถูกสะบัดออกอย่างไม่ใยดีด้วยแรงมหาศาล "ถอยไป!" คณินคำรามเสียงต่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งการเพียงอย่างเดียวว่าคนตัวเล็กที่ปากเก่งใส่เขาเมื่อเช้า จะต้องปลอดภัย "มินตราอยู่ข้างใน! กูบอกให้ถอย!" เขากัดฟันกรอด ก้าวฉับๆ เข้าไปในเขตก่อสร้างโซนหลักที่พังถล่มลงมาบางส่วน ท่ามกลางเสียงตะโกนห้ามของวิศวกรคุมงานและเจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่ไม่มีใครกล้าขวางรัศมีอำนาจและความบ้าคลั่งที่แผ่ออกมาจากตัวทายาทหนุ่มในนาทีนี้ ลับตาจากผู้คนไม่ไกลนัก ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ร่างเพรียวบางในชุดทำงานหรูของพิมพรรณยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่เงียบๆ มุมปากเคลือบลิปสติกสีแดงเข้มยกยิ้มขึ้นอย่างสมเพชระคนสะใจ ดวงตาคู่คมมองตามแผ่นหลังหนาที่วิ่งหายเข้าไปในซากตึกด้วยความรู้สึกหลากหลาย *วิ่งเข้าไปสิ... ยิ่งลึกเท่าไหร่ แกก็ยิ่งโง่เท่านั้น* พิมพรรณไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพแผนการที่เธอร่วมมือกับหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อคนสนิทซ้อนแผนสับเปลี่ยนแบบแปลนโครงสร้างชั่วคราวผุดขึ้นในหัว ทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างดิบดีเพื่อให้คานเหล็กรับน้ำหนักผิดพลาดในช่วงเวลาที่มินตราต้องเข้าไปตรวจหน้างานพอดี เป้าหมายแรกคือการเขี่ยผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าคนนั้นให้ออกไปจากชีวิตคณินอย่างถาวร ส่วนเป้าหมายที่สอง... คือการทำให้บอร์ดบริหารเห็นว่ามินตราไร้ความสามารถจนสร้างความเสียหายระดับร้อยล้าน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสั่นเบาๆ พิมพรรณกดรับด้วยใบหน้าเรียบเฉย "จัดการเรียบร้อยดีใช่ไหมครับคุณพิม" ปลายสายคือเสียงทุ้มต่ำของสมุนมือขวาที่เธอใช้เป็นสะพานเชื่อม "อืม ทุกอย่างเป็นไปตามแผน..." พิมพรรณกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ทำให้แน่ใจว่าหลักฐานการอนุมัติแบบแปลนรอบนี้ถูกโยงไปที่ยัยมินตราคนเดียว ไม่มีชื่อฉันหลุดรอดไปเด็ดขาดเข้าใจไหม" "เรียบร้อยครับ เอกสารลายเซ็นปลอมถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณมินตราเรียบร้อยแล้ว ต่อให้รอดตายออกมา เธอก็ไม่มีทางล้างมลทินนี้ได้แน่นอนครับ" พิมพรรณกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอตัดสายทิ้งแล้วเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิมอย่างใจเย็น ราวกับว่าเหตุการณ์โกลาหลตรงหน้าเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เธอเป็นผู้กำกับ ในขณะเดียวกัน ภายในซากตึกโซนลึกที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยฝุ่นควัน "แค๊กๆ..." เสียงไอแห้งๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มินตราพยายามขยับตัวแต่หัวคิ้วขวาต้องขมวดมุ่นด้วยความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าซ้าย แผ่นปูนขนาดกลางล้มพิงกับซากเสาเหล็กกลายเป็นโพรงแคบๆ ที่ช่วยชีวิตเธอไว้จากการถูกทับร่างแหลกสลาย โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทดับสนิทไร้สัญญาณเพราะเสาสัญญาณบริเวณนี้เสียหาย "มีใครอยู่ข้างนอกไหมคะ!" มินตราตะโกนสุดเสียงเท่าที่แรงจะเหลืออยู่ แม้ลำคอจะแสบแห้งจากฝุ่นปูนก็ตาม "มิน!" เสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรนดังแว่วเข้ามาผ่านเศษซากปูน แม้จะฟังดูแหบพร่าและเจือความตื่นตระหนก แต่เธอกลับจำน้ำเสียงหงุดหงิดนั้นได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงอะไร "เฮีย...?" มินตราพึมพำกับตัวเอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่เชื่อหู คนปากร้ายอย่างคณินเนี่ยนะจะวิ่งเข้ามาในสถานที่อันตรายแบบนี้เพื่อเธอ? "มินตรา! ได้ยินเสียงฉันไหม!" เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเคาะโลหะหนักๆ และเสียงก้อนอิฐที่ถูกรื้อออก "ทางนี้ค่ะ! ฉันอยู่ตรงนี้!" มินตราตะโกนตอบกลับพร้อมกับใช้มือปัดป่ายฝุ่นตรงหน้าเพื่อให้มีอากาศหายใจสะดวกขึ้น พรึบ! แสงสว่างจากไฟฉายแรงสูงส่องลอดเข้ามาผ่านช่องว่างของซากปูนที่ถูกรื้อออก ตามด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นผง ดวงตาคมกริบที่เคยหยิ่งผยองและมองเธอด้วยความรำคาญ บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความโล่งอกปนเปกับความเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว คณินใช้สองมือเปล่าๆ ดันแท่งเหล็กและเศษปูนหนักอึ้งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต แม้ฝ่ามือหนาจะถูกบาดจนเลือดซึมไหลหยดลงพื้นเขาก็ไม่ยอมปริปากบ่นสักคำ "เธอโง่หรือไงวะ! ใครใช้ให้เดินเข้ามาตรงนี้!" ประโยคแรกที่หลุดออกจากปากคนปากแข็ง ไม่ใช่คำหวานซึ้ง แต่เป็นการดุด้วยความโมโหที่ซ่อนความห่วงใยไว้จนล้นปรี่ มินตราเม้มปากแน่น ความรู้สึกน้อยใจที่สะสมมาทั้งวันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที แม้จะดีใจที่เห็นหน้าเขา แต่วาจาของเขามันน่าหมั่นไส้เป็นบ้า "แล้วใครใช้ให้เฮียเดินตามเข้ามาเล่า! บ้าหรือไง ตึกจะถล่มอยู่แล้วยังจะวิ่งเข้ามาหาเรื่องตาย!" "เออ! ฉันมันบ้า!" คณินกระชากเสียงใส่ ทันทีที่ช่องว่างกว้างพอ เขาก็สอดตัวเข้ามาประคองร่างเธอไว้ทันที สองมือแข็งแกร่งโอบอุ้มเธอเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นรอยขีดข่วน แม้ปากจะบ่นไม่หยุด "ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ฉันจะเอาปีศาจที่ไหนมาคอยเถียงฉันทุกวันวะ!" คำพูดนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของซากตึก แต่มินตราก็ยังคงเป็นมินตรา เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากแซะเขากลับ กึก! เสียงโครงสร้างด้านบนลั่นเปรี๊ยะเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและก้อนปูนขนาดเล็กโปรยปลงมาราวกับหิมะ "เฮียระวัง!" มินตราอุทานลั่นด้วยความตกใจ สองมือเรียวคว้าคอเสื้อสูทของเขาแล้วออกแรงกระชากลงมาแนบอกเพื่อบังร่างให้ พริบตานั้น คณินพลิกตัวกลับเอาหลังบังเธอไว้พร้อมกับใช้แขนแกร่งโอบรัดศีรษะเธอเข้ากับอกอุ่นของตัวเอง แนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของกันและกัน โครม! เศษปูนก้อนใหญ่ร่วงลงมาทับโครงเหล็กเหนือหัวพวกเขาห่างไปเพียงคืบเดียว ฝุ่นตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ ใบหน้าของคณินอยู่ห่างจากริมฝีปากเธอนิดเดียว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนก หัวใจของคณินเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธ ความกลัว และความห่วงใยหลอมรวมกันจนเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ใบหน้าคมโน้มลงไปใกล้เรื่อยๆ ริมฝีปากหนากำลังจะทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มเพื่อยืนยันว่าเธอยังปลอดภัย แต่ทว่า... ปัง! เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแสงไฟสาดส่องเข้ามาทางช่องทางออกฉุกเฉินทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ใยดี "คุณคณินครับ! คุณมินตรา! อยู่แถวนี้ไหมครับ!" คณินชะงัก เปลือกตาคมหลับลงอย่างหัวเสียก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขายังไม่ทันได้จัดการคนดื้อในอ้อมแขนให้หายพยศด้วยซ้ำ มินตราหน้าแดงก่ำรีบดันอกแกร่งออกเบาๆ แม้ในใจจะแอบเสียดายบรรยากาศเมื่อครู่ไม่น้อย แต่ปากก็ยังไม่วายหาเรื่องแก้เขิน "ปล่อยได้แล้วค่ะ เฮียจะกอดฉันไปถึงไหน" "กลับไปคอนโด เธอโดนฉันคิดบัญชีแน่... ยัยตัวแสบ" คณินขบกรามกรอด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกเพื่อพาเดินฝ่าฝุ่นควันออกไปยังทางออก ด้านนอกแสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้าเคร่งเครียดของบอร์ดบริหารอาวุโสหลายคนที่ยืนรออยู่หน้าไซต์งาน ทันทีที่เห็นคณินอุ้มมินตราออกมา ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่ทั้งคู่ทันที แต่คนที่สีหน้าเปลี่ยนไปมากที่สุด... คือพิมพรรณ เธอยืนอยู่ข้างกลุ่มผู้บริหาร สีหน้าที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงเมื่อเห็นว่ามินตราบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและยังมีชีวิตรอดออกมาได้ แถมคณินยังแสดงท่าทีปกป้องออกนอกหน้าขนาดนั้น *รอดมาได้ยังไงกัน...* พิมพรรณจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือตัวเองจนเจ็บ จังหวะนั้นเอง หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อที่ร่วมมือกับพิมพรรณก็เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือด้วยสีหน้าเลิกลั่ก "คุณพิมครับ แย่แล้ว... ตำรวจกองปราบปรามเศรษฐกิจกับชุดตรวจสอบภายในของบริษัท มาถึงที่เกิดเหตุแล้วครับ พวกเขาบอกว่า... ได้รับแจ้งเบาะแสเรื่องการทุจริตแบบแปลนโครงสร้าง และเอกสารทั้งหมดถูกระบุว่า... ลงนามอนุมัติโดยคุณมินตราครับ!" พิมพรรณหันขวับไปมองหน้าลูกน้องคนสนิท รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติราวกับคนตกใจกับข่าวร้าย "ห헲... แบบนั้นก็แย่สิคะ" พิมพรรณพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยพองาม "ในฐานะคู่หมั้นของเฮียณิน... ฉันคงต้องเป็นคนเดินเข้าไปยื่นหลักพวกนั้นให้คุณอาและคณะกรรมการตรวจสอบเอง... เพื่อความยุติธรรมของบริษัทเรา" เธอก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปยังกลุ่มผู้บริหารและคณินที่เพิ่งวางมินตราบลงบนเปลสนามของหน่วยกู้ภัย "เฮียคะ..." พิมพรรณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรนแสร้งทำเป็นห่วงใย ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กับคณินที่กำลังยืนเช็ดคราบเลือดที่มือ "พิมเสียใจด้วยนะคะกับเรื่องอุบัติเหตุ... แต่ว่า... มีเรื่องใหญ่อีกเรื่องที่เฮียต้องรู้ค่ะ" คณินขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองซองเอกสารด้วยความหงุดหงิด "เรื่องอะไรของเธอพิมพรรณ ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระ" "มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระค่ะเฮีย..." พิมพรรณกวาดสายตามองมินตราที่นั่งหน้าซีดอยู่บนเปลสนามด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปสบตากับคณินตรงๆ "หลักฐานการทุจริตงบประมาณก่อสร้าง และการเปลี่ยนแบบแปลนโครงสร้างที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุตึกถล่มครั้งนี้... ถูกเซ็นอนุมัติโดย... **คุณมินตรา** ค่ะ!" บรรยากาศรอบบริเวณไซต์งานพลันเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา สายตาทุกคู่หันขวับไปมองหน้ามินตราเป็นตาเดียว มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขาสั่นเทาพยายามลุกขึ้นยืนแต่ถูกคณินหันขวับมามองด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนผิดหวัง (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เฮียณินกับยัยตัวแสบมาจนถึงตอนนี้ สัญญาว่าปมร้อนๆ นี้จะถูกคลี่คลายอย่างสะใจแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%