แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่น แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้กระดาษแผ่นบนสุดปลิวเผยให้เห็นหัวข้อ "รายงานวิเคราะห์ต้นทุนโครงการลับ 3.0" ที่เวลานี้กลายเป็นกระดูกชิ้นโตขวางคอบอร์ดบริหารชุดใหญ่
"คุณมินตรา อธิบายมาหน่อยสิครับ ว่าทำไมเอกสารลับระดับความปลอดภัยสูงสุดของโปรเจกต์นี้ ถึงไปอยู่ในมือของคู่แข่งได้"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้นจากประธานคณะกรรมการบริหาร ชายวัยกลางคนส่งสายตากดดันมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบติดลบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ร่างบางซึ่งยืนอยู่กลางห้อง
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองหน้าบรรดาบอร์ดบริหารทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างสูงของใครบางคนซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ริมสุด คณิน... แววตาของเขาเรียบนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความช่วยเหลือ ราวกับเขากำลังรอดูว่าเธอจะเอาตัวรอดจากข้อหานี้อย่างไร
"ฉันไม่ได้เป็นคนเอาออกไปค่ะ" มินตราเชิดหน้าขึ้น เลือดนักสู้ในตัวพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที "เอกสารชุดนี้มีสิทธิ์เข้าถึงแค่ไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือฉัน แต่ไม่ได้แปลว่าฉันจะเป็นคนทรยศบริษัท"
"หลักฐานมันคาตาอยู่นะครับคุณมินตรา ลายมือชื่อดิจิทัลในการเข้าถึงไฟล์ล่าสุดก็คือไอดีของคุณ แถมกุญแจเข้ารหัสสำรองยังถูกพบอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณอีกด้วย" เสียงคัดค้านดังขึ้นจากกรรมการอาวุโสคนหนึ่ง
มินตราหันขวับไปมองโต๊ะทำงานของเธอที่ถูกรื้อค้นจนยับเยินในภาพถ่ายหลักฐาน หัวใจกระตุกวูบ ใครบางคนจงใจจัดฉากใส่ร้ายเธออย่างแนบเนียน และเป้าหมายก็ชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร
"เป็นการใส่ร้ายค่ะ มีคนจงใจ..."
"พอได้แล้วครับ"
เสียงห้าวทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางวงสนทนา คณินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้ร่างบาง รังสีความกดดันรอบตัวเขาทำให้ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ น้อยใจ และคาดหวังว่าผู้ชายปากร้ายคนนี้จะยังพอมีเยื่อใยและเชื่อใจเธอบ้าง
แต่สิ่งที่คณินทำ กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกลงไปใน hḁll ทะเลน้ำแข็ง
"ในเมื่อหลักฐานชี้ชัดว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นจากฝั่งของหัวหน้าโครงการ" คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ สายตาคมกริบมองตรงมาที่มินตรา "บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร"
มินตราชาไปทั้งตัว คำพูดนั้นเชือดเฉือนหัวใจยิ่งกว่ามีดโกน "นี่คุณ... ฟังฉันก่อนสิเฮีย คุณคิดว่าฉันเป็นคนทำจริงๆ เหรอ" เธอเผลอหลุดเรียกชื่อเล่นที่ใช้เรียกกันเป็นประจำออกมาด้วยความลืมตัว
คณินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว เขาก็กลับมาตีสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกตามเดิม
"ผมตัดสินจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัวครับคุณมินตรา" เขาหันไปสบตากับบอร์ดบริหาร "ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารขอพักงานคุณมินตราไว้ก่อน จนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุดลงเชิญครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง มินตรายืนนิ่ง คราวนี้เธอไม่คิดจะแก้ตัวอะไรอีกต่อไป น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง เธอกวาดสายตามองคณินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ประตูห้องประชุมปิดลงพร้อมกับความอึดอัดที่ระเบิดออก
ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่ม บรรยากาศมืดสลัวเพราะคณินปฏิเสธที่จะเปิดไฟ เขา đứngทอดสายตามองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือแสงไฟของเมืองหลวงที่ระยิบระยับ แต่ในใจของเขากลับมืดมนยิ่งกว่ารัตติกาล
ปัง!
ประตูห้องทำงานถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ต้องเคาะ ปริ้นซ์เพื่อนสนิทหนุ่มเพลย์บอยก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมปลาบจ้องมองเพื่อนรักที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง
"แกทำบ้าอะไรลงไปวะไอ้ณิน!" ปริ้นซ์โพล่งขึ้นทันทีด้วยความเหลืออด "แกก็รู้ว่ายัยนั่นไม่ได้ทำ! เอกสารนั่นมันถูกขโมยไปจากระบบตั้งแต่วันที่แกกับฉันเช็กเซิร์ฟเวอร์แล้ว ทำไมแกถึงโบ้ยความผิดให้มินตรา แถมยังสั่งพักงานเธออีก!"
คณินไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเพื่อนรัก เขายังคงจ้องมองออกไปข้างนอก ขากรรไกรขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน "พวกมันก็จะขุดคุ้ยเรื่องของมินตราลึกลงไปอีก เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันไม่ใช่เอกสารโปรเจกต์ 3.0... แต่มันคือตัวมินตราเอง"
ปริ้นซ์ชะงักไป สีหน้าผ่อนคลายความเกรี้ยวกราดลงเล็กน้อยเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ "แกหมายความว่า..."
"ใช่" คณินหันกลับมา ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "มีหนอนในบอร์ดบริหารที่ต้องการเขี่ยเธอพ้นทาง และถ้าฉันแสดงออกว่าปกป้องเธอออกนอกหน้า ยัยดื้อนั่นก็จะตกเป็นเป้าโจมตีที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม การให้เธอถอยออกมาจากตรงนี้... คือวิธีเดียวที่จะปลอดภัยที่สุด"
"แล้วแกทนไหวเหรอวะ? สายตาที่ยัยนั่นมองแกเมื่อกี้... เหมือนอยากจะฆ่าแกให้ตายเลยนะเว้ย" ปริ้นซ์ถอนหายใจยาว
"ฉันยอมเป็นคนเลวในสายตาเธอก็ได้ ดีกว่าต้องเห็นเธอเจ็บตัวเพราะเกมสกปรกพวกนี้" คณินหลับตาลงชั่วขณะ ภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและหยาดน้ำตาคลอเบ้าของมินตราเมื่อครู่ยังคงกรีดแทะหัวใจเขาไม่หยุด
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตยื่นให้คณินทันที
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดนอกบริษัทถูกส่งตรงไปยังสำนักข่าวเศรษฐกิจ..."
คณินรับแท็บเล็ตมาเปิดดู ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเขาแทบสะดุด มันเป็นภาพตัดต่อของมินตรากำลังรับแฟ้มเอกสารจากชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ลานจอดรถเมื่อคืนก่อน ซึ่งดูราวกับว่าเธอกำลังขายความลับของบริษัทจริงๆ
ไม่เพียงแค่นั้น ข้อความพาดหัวข่าวยังรุนแรงจนบีบหัวใจคนอ่าน
*“แฉสนั่น! มือขวาคนสนิทผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ หักหลังองค์กรแอบขายข้อมูลลับให้คู่แข่ง!”*
คณินกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนหน้าจอแทบปริร้าว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานจนปริ้นซ์ยังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ไอ้พวกสารเลว..." คณินกัดฟันกรวด ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันน่ากลัว "มันเล่นแรงเกินไปแล้ว"
ในขณะเดียวกัน ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของบริษัท มินตรากำลังเก็บของใส่กล่องกระดาษลังด้วยมือที่สั่นเทา ความรู้สึกเคว้งคว้างเข้าเกาะกุมหัวใจ เธอนึกถึงคำพูดและแววตาไร้เยื่อใยของคณินเมื่อครู่แล้วความโกรธก็ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก
*ผู้ชายใจร้าย ปากแข็ง เย็นชาที่สุด! เธออุตส่าห์เชื่อใจเขา...*
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มินตราหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความหงุดหงิด แต่พอเห็นชื่อผู้ส่งและเนื้อหาข้างใน หัวใจของเธอก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ
*[เบอร์แปลก]: "ถ้าไม่อยากให้คณินพังพินาศไปพร้อมกับบริษัท... พรุ่งนี้เที่ยง มาหาฉันตามพิกัดนี้คนเดียว ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องดีลลับของเราถูกเปิดเผย"*
แนบมาพร้อมกับภาพถ่ายระยะประชิดของคณินในห้องทำงาน และพิกัดสถานที่นัดพบที่เป็นโกดังร้างนอกเมือง
มินตราบดกรามแน่น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความเดือดดาล เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่องอขาว เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความตอบกลับ แสงไฟหน้ารถยนต์คันหรูที่จอดลับตาอยู่มุมเสาของลานจอดรถก็สาดส่องเข้ามา ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ก้าวลงมา ท่ามกลางความมืดและเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"จะไปไหน... ดึกป่านนี้แล้ว ดื้อใหญ่นะครับคุณมินตรา"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 27
หลักฐานมัดตัว
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!