กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมแบรนด์ดังเจือจางอยู่ในอากาศภายในห้องโดยสารของรถยุโรปคันหรู แต่บรรยากาศรอบตัวกลับอึมครึมเสียจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องยนต์คำรามเบา ๆ ยามติดไฟแดงตัดกับความเงียบงันที่น่าอึดอัด คณินกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน เส้นเลือดที่ขมับปูดเต้นตุบ ๆ ฟ้องถึงระดับความอดทนที่เดินทางมาถึงขีดจำกัด
ปัง!
เสียงล็อกประตูรถอัตโนมัติยังดังก้องในความรู้สึก ทันทีที่มินตราเหวี่ยงตัวขึ้นมานั่งบนเบาะข้างคนขับ ปลายทางที่ทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าไปคือคอนโดมิเนียมของเธอ แต่ดูท่าว่าระยะทางสั้น ๆ นี้คงยาวนานเสียยิ่งกว่าขับรถข้ามจังหวัด
"นั่งเงียบทำไม พูดอะไรออกมาสิ!"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด คณินตวัดสายตาคมกริบมองหญิงสาวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้า ปากหนาเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงราวกับโลกใบนี้ติดหนี้เขาสามร้อยล้าน
มินตราไหวไหล่เบา ๆ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับหันไปมองวิวข้างทางด้วยท่าทีลอยชาย ราวกับสิ่งที่เฮียณินกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี
"จะให้พูดอะไรล่ะคะ... อ้อ ไม่ใช่ จะให้พูดอะไรล่ะครับ เฮียอยากฟังเรื่องไหนล่ะ เรื่องที่เฮียหน้ามืดตามัวเดินไปกระชากแขนฉันกลางงาน หรือเรื่องที่เฮียทำตัวเป็นเด็กอนุบาลหวงของเล่นจนเพื่อนแซวกันทั้งงานดีล่ะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เจือแววเย้าแหย่จงใจยั่วโมโหทำเอาคณินเกือบเหยียบเบรกกะทันหัน เขาหันขวับมามองเธอทันที ดวงตาดุร้ายคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ถูกสุมจนลุกโชน
"มินตรา! เธอเล่นสนุกมากใช่ไหมกับการทำตัวสนิทสนมกับไอ้ปริ้นซ์ หรือกับไอ้ผู้ชายหน้าอ่อนโต๊ะริมกระจกนั่น หืม? ยิ้มจนเหงือกแห้งขนาดนั้น อยากได้นามบัตรมันมากนักหรือไง ทำไม ไม่พอใจกับดีลของเราแล้วรึไงถึงต้องออกไปหาตลาดใหม่!"
ประโยคหลังกระแทกกระทั้นด้วยความประชดประชัน รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนอุณหภูมิในรถลดฮวบลง คณินไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบของเขาได้มากขนาดนี้ แค่เห็นเธอยิ้มให้ผู้ชายอื่น หัวใจเขาก็เหมือนมีไฟมาสุม ร้อนรุ่มจนแทบคลั่งตาย
แต่มินตรากลับไม่ยี่หระ เธอยกมือขึ้นกอดอก เอียงคอมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะกวนประสาท แววตาดื้อรั้นฉายชัดไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด
"อ้าว เฮียพูดงี้ก็ไม่ถูกนะ ฉันจะยิ้มให้ใคร จะคุยกับใคร มันก็สิทธิของฉันป่ะคะ เราทำสัญญาแค่เรื่องธุรกิจส่วนตัว ไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นทาสในเรือนเบี้ยสักหน่อย อีกอย่าง... ผู้ชายโต๊ะนั้นเขาทั้งหล่อ ทั้งสุภาพ แถมเวลาพูดด้วยก็ไม่มีหางเสียงกระโชกโฮกฮากใส่เหมือนใครบางคนด้วยนะ ฟังแล้วเจริญหูเจริญตาดีแท้"
กึก!
คณินหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดเทียบฟุตบาทหน้าคอนโดมิเนียมของเธออย่างแรงจนล้อเบียดขอบถนนเกิดเสียงดังเอี๊ยด เขาดึงเบรกมือเสียงดังสนั่นแล้วหันมาประจันหน้ากับเธอเต็มตา ร่างสูงใหญ่โน้มเข้ามาใกล้จนมินตราต้องเอนหลังไปชิดติดประตูรถ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน
ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต คณินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวหน้าทำให้หัวใจของมินตรากระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังฝืนทำเป็นใจดีสู้เสือ เชิดหน้าสู้สายตาดุคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้
"ปากเก่งนักนะ... อยากลองดีกับฉันใช่ไหมมินตรา" คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความกดดัน "เธอคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอหรือไง ถึงได้กล้าท้าทายอำนาจมืดอย่างฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"อำนาจมืดอะไรของเฮีย เลิกEgoสูงแล้วยอมรับความจริงเถอะค่ะว่าเฮียแค่... หึง"
คำพูดที่จี้ใจดำโป๊ะเชะทำเอาคณินชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกันที่ดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
มินตราแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อตระหนักว่าตอนนี้ตัวเองเข้าใกล้ 'เขตอันตราย' มากเกินไปแล้ว รังสีความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายของคณินกำลังแผ่ขยายออกมาราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
"หึงเหรอ..." คณินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนน่ากลัว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิด ๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเต็มไปด้วยความอันตราย "ใช่... ฉันหึง แล้วไงต่อล่ะ เด็กแสบอย่างเธอจะรับผิดชอบความรู้สึกฉันยังไง หึ?"
จังหวะที่หัวใจของมินตรากำลังเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก และเธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่เริ่มตีตื้นขึ้นมา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งคณินและมินตราต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก
คณินสบถออกมาอย่างหัวเสียสุดขีดด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากระชากประตูรถเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงหมายจะไล่ตะردไอ้ตัวดีที่กล้ามาขัดเวลาสำคัญ แต่ทว่า... เมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังบุคคลที่ยืนยันตัวอยู่ข้างรถ ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงระคนตกใจในเสี้ยววินาที
รอยยิ้มหวานหยดที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงทักทายที่ดังขึ้นทำเอาเลือดในกายของคณินเย็นเฉียบ
"อ้าว, พี่ณินคะ... บังเอิญจังเลย ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่"
มินตราที่ขยับตัวกลับมานั่งตรง ชะโงกหน้ามองผ่านไหล่กว้างของชายหนุ่มออกไป และเมื่อเธอเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ชัดเจน ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
พิมพรรณ... คู่หมั้นเก่าที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ กลับมายืนยันตัวตนอยู่ตรงหน้าคอนโดของเธอในยามวิกาลนี้ได้อย่างไร!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความสนุกมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 9
คำเตือนจากเฮีย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!