"ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากให้ช่องเก็บของของแกกลายเป็นสุสานของไอเทมไร้ค่า"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารดังขึ้นเหนือหัวผม เอส กวาดสายตาผ่านหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงค่าสถานะของกลุ่มคนหกคนตรงหน้า กิลด์ 'จอมราชันย์' พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา พวกเขามาเพื่อยึดครองพื้นที่ฟาร์มมอนสเตอร์ระดับบอสที่ผมใช้เวลาแกะรอยมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม
ผมไม่ได้เงยหน้ามองทันที แต่เลือกที่จะบรรจงเช็ดคราบเลือดมอนสเตอร์ออกจากใบมีดของดาบ 'เขี้ยววายุ' อย่างใจเย็น ลูน่าที่เกาะอยู่บนไหล่ผมขยับปีกสั่นระริกด้วยความโกรธ เธอส่งเสียงกระซิบข้างหูผมเบาๆ "เอส พวกนี้มันเลวร้ายยิ่งกว่ามดปลวกอีกนะ ระดับเลเวลก็แค่พวกกะโหลกหนาที่ใช้จำนวนเข้าข่ม... เราสั่งสอนพวกมันเลยไหม?"
ผมยกมือขึ้นห้ามภูติตัวจิ๋วพลางยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายร่างยักษ์ผู้สวมเกราะทองอร่ามที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม
"พื้นที่ตรงนี้ไม่มีป้ายชื่อจองของใครไว้นะครับ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้งขึ้นทันตา "และอีกอย่าง... การที่พวกคุณใช้กำลังข่มขู่ผู้เล่นอื่นเพื่อแย่งชิงสิทธิ์การตีบอส มันไม่ได้ช่วยให้กิลด์ของพวกคุณดูยิ่งใหญ่ขึ้นหรอกครับ มันแค่ทำให้โลกนี้รู้ว่า พวกคุณไร้ความสามารถในการหาทรัพยากรด้วยตัวเอง"
"แก... ไอ้สวะ!" ชายร่างยักษ์กัดฟันกรอด นิ้วของเขาแตะที่ด้ามดาบจนข้อนิ้วขาวซีด "แกคงไม่รู้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร นี่คือเขตอิทธิพลของกิลด์จอมราชันย์ ใครก็ตามที่เหยียบเข้ามาต้องจ่ายภาษี 70% ของไอเทมที่ดรอปได้ หรือไม่... ก็กลายเป็นศพทิ้งไว้ที่นี่"
ผมขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ รัศมีความเย็นเยือกแผ่ออกมาจากตัวผมจนเหล่าสมาชิกกิลด์จอมราชันย์เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกถูกหักหลังในโลกเก่าไหลย้อนกลับมาเตือนใจผมเสมอว่า ในโลกของเกมออนไลน์ ความเมตตาคือสิ่งที่ราคาถูกที่สุดหากเราไม่รู้จักปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง
"70% งั้นหรือครับ?" ผมแค่นหัวเราะในลำคอ "น่าเสียดายที่กฎของผมน่ะ... ไม่เคยจ่ายภาษีให้ใคร นอกจากความตาย"
ผมกดเปิดโหมดต่อสู้ทันที ร่างกายของผมเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ตาเห็น ดาบเขี้ยววายุตวัดเป็นวงโค้งบังเกิดประกายไฟสีฟ้าคราม ผมไม่ได้พุ่งเป้าไปที่หัวหน้ากลุ่มที่กำลังอวดเบ่ง แต่พุ่งเข้าหาจอมเวทที่ยืนอยู่แนวหลังสุดอย่างแม่นยำ
*เคร้ง!*
เสียงอาวุธปะทะกันดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ลูน่าบินว่อนรอบตัวผม คอยโปรยละอองเวทมนตร์ลดทอนความแม่นยำของศัตรู ผมหลบคมดาบที่พุ่งเข้าใส่จากด้านข้างได้อย่างฉิวเฉียด จังหวะก้าวเท้าของผมเป็นไปตามสัญชาตญาณอดีตโปรเพลเยอร์ที่ถูกฝังลึกในกะโหลกศีรษะ
"พวกแกทำอะไรอยู่! ล้อมมันไว้! อย่าให้มันใช้สกิลหลบหลีกได้!" ชายร่างยักษ์ตะโกนสั่งการอย่างบ้าคลั่ง
แต่สายเกินไปแล้ว...
ผมเหวี่ยงดาบเข้าที่จุดตายของนักธนูฝ่ายตรงข้ามจนค่าเลือดลดฮวบลงเกินครึ่ง การต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะด้วยเลเวล แต่มันคือเรื่องของการอ่านเกม ผมจำรูปแบบการโจมตีของพวกเขาได้ตั้งแต่ประโยคแรกที่พวกเขากล่าวออกมา ความฮึกเหิมของพวกเขาไร้ระเบียบ และนั่นคือช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด
ผมอาศัยจังหวะที่หัวหน้ากลุ่มพุ่งเข้ามาด้วยสกิล 'พายุคลั่ง' ก้าวหลบเข้าหาจุดบอดด้านซ้ายของเขา ก่อนจะกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกชัน "ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดของพวกคุณ... คือการคิดว่าผมมาที่นี่คนเดียว"
ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งผ่านม่านหมอกมาอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่ผู้เล่นคนอื่น แต่เป็นร่างอวตารของบอสประจำพื้นที่ที่ผมล่อให้ตามมาด้วยสกิล 'เสียงเรียกจากแดนไกล' ที่ผมแอบกดใช้ไปเมื่อครู่ เสียงคำรามของอสูรกายดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่า ร่างของมันพุ่งเข้ากระแทกกลางวงล้อมกิลด์จอมราชันย์จนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
ความชุลมุนเกิดขึ้นในพริบตา ผมอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังตกใจหันไปรับมือกับบอส หลบหลีกตัวออกมาอยู่บนโขดหินสูง มองดูภาพความพินาศที่ค่อยๆ บังเกิดขึ้น ลูน่าเกาะไหล่ผมแน่น ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความสะใจ
"นั่นไงล่ะครับ ผลของการอวดเบ่งเหนือผู้เล่นอื่น" ผมกล่าวกับตัวเองเบาๆ
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับเพื่อฉวยโอกาสชิงไอเทมที่บอสจะดรอปหลังการตาย เงาสีดำเข้มข้นสายหนึ่งกลับปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผมอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับไอพลังที่กดดันรุนแรงกว่ากลุ่มผู้เล่นเมื่อครู่อย่างเทียบไม่ติด
ชายในชุดคลุมสีเงินยาวจรดพื้น ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กฉลุลายประหลาด เขาขวางทางผมไว้ พร้อมกับยื่นมือออกมาขวางทางราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง "เจ้าก้าวล่วงเขตแดนที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้แล้ว เอส... หรือว่าข้าควรจะเรียกเจ้าว่า 'ผู้ท้าทายตำนาน' ดี?"
ผมชะงักฝีเท้าทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยสัญชาตญาณเตือนภัยที่ดังรัวราวกับกลองศึก คนคนนี้ไม่ใช่ผู้เล่น... และไม่ใช่บอสทั่วไป นี่คือตัวตนที่ผมไม่เคยพบเจอมาก่อนในฐานข้อมูลไอเทมและมอนสเตอร์ทั้งหมดที่มี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเอสนะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน•ตอนที่ 12
เผชิญหน้ากลุ่มผู้เล่นอิทธิพล
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!