Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน•ตอนที่ 26

ฝึกฝนในมิติเวลา

ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
“คำพูดพวกนั้น... นายจะปล่อยให้มันกัดกินหัวใจไปถึงเมื่อไหร่กัน?” เสียงใสของลูน่าแว่วผ่านเข้ามาในความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องจำลองมิติเวลา ร่างจิ๋วของภูติสาวบินวนอยู่รอบไหล่ของผม แสงสีทองจางๆ จากปีกของเธอสะท้อนกับพื้นผิวโลหะสีดำสนิทที่ไร้จุดสิ้นสุดในมิติแห่งนี้ ผมไม่ได้ตอบกลับทันที นิ้วมือขยับกริชเล่มยาวในมือเป็นวงกลมก่อนจะกระชับมันแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน “ความตายที่ฉันเห็นในตอนนั้น... มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตา ลูน่า แต่มันคือความเป็นจริงที่ฉันยังก้าวข้ามไม่ได้” ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าภายในกลับขุ่นมัวเหมือนตะกอนที่ถูกกวน ผมก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างจำลองของผู้เล่นระดับท็อปจากกิลด์พันธมิตรทรยศก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า มันไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีถึงห้าคน—อาชีพที่สมดุล ทั้งแทงค์เกอร์ที่ถือโล่ยักษ์ ฮีลเลอร์ที่เตรียมร่ายมนตร์ และแอสซาซินที่พร้อมจะฉีกกระชากลำคอผมจากเงามืด นี่คือห้องจำลองระดับ ‘นรก’ ที่ผมตั้งค่าไว้เพื่อเค้นเอาขีดจำกัดสุดท้ายของร่างกายและสมองออกมา “ถ้ามัวแต่จมปลักกับอดีต นายก็เป็นได้แค่ศพที่เดินได้ในเกมนี้เท่านั้นแหละ!” ลูน่าตะโกน พร้อมกับสะบัดละอองแสงใส่หน้าผม “อย่าลืมสิว่าเป้าหมายของนายไม่ใช่การย้อนกลับไปแก้ตัว แต่มันคือการทำลายไอ้ระบบที่บิดเบี้ยวนี้ลง!” ผมไม่รอให้เธอพูดจบ พุ่งตัวเข้าหาศัตรูคนแรกด้วยความเร็วสูง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นโลหะดังสนั่น ‘สเต็ป’ ที่ผมฝึกฝนมานับพันครั้งเริ่มแสดงผล ผมเบี่ยงตัวหลบคมหอกที่พุ่งเข้าใส่เพียงแค่เสี้ยววินาทีจนปลายหอกเฉียดผ่านแก้มไป กลิ่นอายความเย็นเยียบของเหล็กกล้าปลุกเร้าสัญชาตญาณโปรเพลเยอร์ในตัวผมให้ตื่นเต็มที่ คมกริชในมือผมวาดเป็นวงโค้งที่สมบูรณ์แบบ มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การสังหารทันที แต่เป็นการตัดเส้นประสาทที่เท้าของแอสซาซินตรงหน้า เสียงร้องโอดครวญของร่างจำลองดังขึ้น แต่ผมไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ผมพลิกตัวกลับหลัง มือข้างซ้ายคว้าเอาขวดน้ำยาเพิ่มความเร็วซัดเข้าที่ข้อมือของฮีลเลอร์ที่กำลังร่ายเวทมนตร์ ปัดจังหวะการร่ายให้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง “ช้าไป” ผมพึมพำกับตัวเอง ในวินาทีที่ผมกำลังคุมจังหวะการต่อสู้ สายตาผมเหลือบไปเห็นเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในโล่ของแทงค์เกอร์ศัตรู แววตาในเงานั้น... มันดูว่างเปล่าและโดดเดี่ยวเกินกว่าจะเป็นแววตาของคนที่กำลังจะกลายเป็นตำนาน มันคือแววตาของคนที่สูญเสียทุกอย่าง *‘แกจะไม่มีวันเปลี่ยนมันได้’* เสียงของอดีตสหายที่หักหลังผมดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงจากก้นบึ้งของความทรงจำ ผมหยุดชะงัก การตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีเปิดโอกาสให้แทงค์เกอร์กระแทกโล่ใส่หน้าอกผม แรงปะทะมหาศาลทำให้ผมปลิวไปกระแทกกับกำแพงมิติ ร่างกายรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แม้จะเป็นเพียงการฝึกฝน แต่ความรู้สึกของระบบประสาทที่เชื่อมต่อกับเกมนั้นสมจริงจนน่ากลัว “เอส! ตื่นสิ! อย่าให้ภาพหลอนพวกนั้นคุมสติ!” ลูน่าร้องเรียกอย่างร้อนรน ผมกัดฟันกรอด ข่มความเจ็บปวดและกลิ่นคาวเลือดที่แตะปลายลิ้น ผมยันกายลุกขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปที่กลุ่มศัตรูที่กำลังรุมล้อมเข้ามา ความโกรธแค้นที่เคยกัดกินใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แหลมคม ผมเริ่มมองเห็นวิถีดาบและจังหวะการหายใจของพวกมัน ถ้าการแก้แค้นคือความตาย ผมก็จะสร้างความตายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นให้พวกมันดู ผมทิ้งกริชในมือลงข้างหนึ่ง ก่อนจะเปิดใช้งานสกิลลับที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ไอเทมตำนาน ‘เศษเสี้ยวแห่งเวลา’ ที่ผมคราฟต์ขึ้นด้วยตัวเองส่องแสงวาบที่ใจกลางหน้าอก แรงกดดันมหาศาลม้วนตัวรอบร่างผมเหมือนพายุทอร์นาโดสีดำ ศัตรูทั้งห้าที่พุ่งเข้ามาหยุดชะงักเหมือนเวลาถูกทำให้ช้าลง ผมก้าวเดินผ่านพวกมันไปอย่างช้าๆ ทว่าในทุกย่างก้าวที่ผมเดินผ่าน ร่างกายของพวกมันก็เริ่มแตกร้าวเหมือนกระจกที่ถูกทุบ “จงดูให้ดี” ผมกระซิบ “นี่คือการเดินทางที่ฉันเลือกเอง” ผมพุ่งผ่านร่างสุดท้ายไป ก่อนจะหันกลับมามองพวกมันที่ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองข้อมูล จังหวะหัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงและไร้ซึ่งความลังเล *ระบบแจ้งเตือน: การฝึกฝนเสร็จสิ้น – ปลดล็อกสกิลใหม่: ‘วิถีสังหารข้ามมิติ’* ผมถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหาลูน่าที่ยืนมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้ซุกซนเหมือนทุกครั้ง แต่ในดวงตาคู่เล็กนั้นมีความเลื่อมใสที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน “เอส... นายเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ” ผมเก็บอาวุธและเตรียมตัวจะออกจากห้องจำลอง ทว่าในวินาทีที่ประตูมิติสีขาวกำลังจะเปิดออก เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางที่ไม่ได้มาจากห้องจำลองกลับดังขึ้นแทรกมาเสียก่อน มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนตั้งแต่วันที่เริ่มเล่นเกมนี้ [ประกาศฉุกเฉิน: ผู้เล่น ‘เอส’ ตรวจพบร่องรอยการแทรกแซงจากไอดีต้องห้าม... กำลังเปิดประตูมิติเชื่อมต่อจากภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต] ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งตัว ประตูมิติเบื้องหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวจากสีขาวบริสุทธิ์กลายเป็นสีม่วงคล้ำที่น่าสะอิดสะเอียน ร่างเงาสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น เงาที่คุ้นเคยเกินกว่าที่ผมจะลืมได้ลง ชายที่ควรจะตายไปแล้วในความทรงจำของผม... ชายที่ถือดาบเล่มเดียวกับที่สังหารผมในโลกเก่า ก้าวข้ามมิติออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันราวกับจะบอกว่า ‘ฉันรอแกอยู่นานแล้ว’ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเอสมาจนถึงบทนี้ด้วยหัวใจนะครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%