“ถ้าเจ้ากดใช้งานมันตอนนี้… ร่างกายของเจ้าจะถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดีนะ เอส!”
เสียงแหลมเล็กของลูน่าแผดขึ้นข้างหู ในเสี้ยววินาทีที่มังกรนิลกาฬพุ่งเข้าหา รัศมีสีดำทมิฬบดบังท้องฟ้าจนมืดมิด ความกดอากาศมหาศาลทำให้ปอดของผมแทบฉีกขาด แต่ในจังหวะที่กรงเล็บมหึมาจะขยี้ร่างผมให้แหลกลาญ ผมกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ผมไม่กดใช้งานไอเทมลับ แต่ทิ้งตัวลงสู่เหวลึกเบื้องล่างพร้อมกับระเบิดควันพรางตาที่คราฟต์ขึ้นจากขยะไร้ค่า!
ตูม!
แรงปะทะจากมังกรนิลกาฬกระแทกเข้ากับหน้าผาหินจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เสียงกัมปนาทสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์ ทิ้งให้ร่างของผมร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แต่ทว่า... จิตใจของผมกลับสงบนิ่งดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว ผมไม่ได้หนี แต่นี่คือกลยุทธ์ ผมต้องกลับไปที่ ‘ฐานบัญชาการ’ เพื่อรวบรวมขุนพลที่เหลืออยู่ ก่อนที่โลกใบนี้จะกลายเป็นเถ้าถ่าน
***
สามชั่วโมงต่อมา ณ ห้องโถงใต้ดินลับของกิลด์ 'Mythic Breaker'
บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด กลิ่นอายของความพ่ายแพ้และความกดดันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ สมาชิกหลักของกิลด์นั่งรวมตัวกันอยู่รอบโต๊ะกลยุทธ์ที่ทำจากหินออบซิเดียน ผมกวาดสายตามองแต่ละคน—ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับมีเพียงแววตาแห่งความหวาดหวั่น
“เราสูญเสียแนวหน้าไปเกินครึ่ง” เรน นักรบคลั่งประจำกิลด์เอ่ยขึ้น เขาปาขวานยักษ์ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น “บอสตัวนั้นไม่ใช่แค่สัตว์อสูรระดับตำนาน แต่มันคือบั๊กของระบบ! เอส นายจะให้เราเอาอะไรไปสู้กับสิ่งที่แม้แต่การโจมตีปกติยังสะท้อนกลับมาได้?”
ผมไม่ได้ตอบในทันที แต่ค่อยๆ วางแผนที่จำลองสนามรบลงกลางโต๊ะ ลูน่าที่เกาะอยู่บนไหล่ผมขยับปีกบินว่อนไปมาด้วยความตึงเครียด
“บั๊กของระบบงั้นหรือ?” ผมทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเรน “ไม่มีอะไรในเกมนี้ที่เป็นบั๊กสำหรับผม ถ้ามันมีค่าพลังป้องกันที่ไร้เทียมทาน นั่นก็แปลว่ามันมีช่องโหว่ที่ถูกซ่อนไว้ใน ‘ดาเมจประเภทดีบัฟ’ ที่พวกเรายังไม่ได้ลอง”
“แต่นายก็เห็นแล้วนี่!” เซรีน่า จอมเวทสาวที่นั่งเงียบมาตลอดพุ่งตัวขึ้นยืน “ฉันร่ายเวทสายฟ้าลงไปเต็มกำลัง แต่มันกลับดูดกลืนพลังงานพวกนั้นไปฟื้นฟูเลือดตัวเองด้วยซ้ำ! นายต้องการให้พวกเราฆ่าตัวตายหรือไง?”
“ผมต้องการให้พวกเรา ‘ล่า’ ไม่ใช่ ‘ฆ่า’” ผมขยับนิ้วชี้ไปที่จุดแดงบนแผนที่ ซึ่งเป็นตำแหน่งหัวใจของมังกรนิลกาฬ “พวกคุณจำได้ไหมว่าทำไมเราถึงสร้างกิลด์นี้ขึ้นมา? ไม่ใช่เพื่อเป็นที่หนึ่งในตารางคะแนน แต่เพื่อเป็นกลุ่มคนที่กล้าท้าทายสิ่งที่พระเจ้าในเกมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังเราไว้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ผมไม่ได้ต้องการคำปลอบประโลมหรือความเห็นใจ สิ่งที่ผมต้องการคือ ‘เขี้ยวเล็บ’ ของสมาชิกแต่ละคน
“ลูน่า” ผมเรียกสั้นๆ
ภูติตัวจิ๋วโยนพิมพ์เขียวไอเทมชิ้นหนึ่งออกมากลางโต๊ะ มันคือ 'โซ่ตรวนแห่งการดับสูญ' ไอเทมระดับตำนานที่ต้องใช้วัตถุดิบจากการสละเลเวลของผู้เล่นระดับสูงถึงสิบคน
“ฉันจะรับหน้าที่ดึงความสนใจของมันไว้ที่ใจกลางหุบเขาแห่งความเงียบ” ผมประกาศก้อง “เรน นายต้องใช้สกิลยั่วยุขั้นสูงเพื่อให้มันเผยจุดอ่อนที่ใต้ปีกซ้าย ส่วนเซรีน่า... เตรียมเวทมนตร์ปิดผนึกไว้ที่นั่น หากพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียว กิลด์เราจะถูกลบชื่อออกจากเซิร์ฟเวอร์ทันที”
“เอส...” เรนมองหน้าผม สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความยอมรับ “ถ้าเราตาย... นายจะยอมรับไหมว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว?”
ผมมองไปยังรอยแผลที่ไหล่ซ้าย—รอยแผลที่เกิดจากการที่ผมเกือบจะใช้ไอเทมลับนั้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน “ในโลกของผม... คำว่า ‘ดีที่สุด’ ไม่มีอยู่จริง มีแต่คำว่า ‘รอด’ หรือ ‘ตาย’ เท่านั้น”
การวางแผนดำเนินต่อไปจนล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาล ทุกคนต่างแยกย้ายไปเตรียมตัว ผมเดินออกมาที่ระเบียงมองดูท้องฟ้าที่บัดนี้ไร้ซึ่งหมู่ดาว มีเพียงเมฆหมอกสีดำที่ก่อตัวขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ ราวกับว่าบอสตัวนั้นกำลังรอคอยการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับผม
“เอสครับ” ลูน่ากระซิบข้างหู น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากความร่าเริงเป็นความจริงจัง “ถ้าหากว่า... การล่าครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อไอเทม แต่เป็นเพื่อดึงใครบางคนออกมาจากเงามืดล่ะ?”
ผมชะงัก สายตาจับจ้องไปที่บุคคลปริศนาที่กำลังเดินเข้ามาจากเงามืดหลังกำแพงปราสาท ร่างนั้นสวมผ้าคลุมสีเทาปกปิดใบหน้ามิดชิด แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้น... ผมจำมันได้แม่นยำ มันคือกลิ่นอายของสหายร่วมทีมที่หักหลังผมในโลกเก่า คนที่ควรจะติดอยู่ในคุกดิจิทัลไปตลอดกาล
“ดูเหมือนว่า ‘บอส’ ที่แท้จริงของงานนี้ จะไม่ได้มีแค่ตัวเดียวสินะ” ผมพึมพำขณะควักดาบสั้นออกมาจากฝัก
บุคคลปริศนานั้นหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้ากับผมพร้อมกับเสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “นานแล้วนะเอส ที่ไม่ได้เจอกัน... เกมนี้มันสนุกขึ้นเยอะเลยใช่ไหมล่ะ?”
ความผิดพลาดประการเดียวของผมคือการคิดว่านี่คือเกมล่าบอสธรรมดา แต่ในวินาทีที่ชายคนนั้นดึงหน้ากากออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ชายที่ทำลายชีวิตผม... ผมจึงตระหนักได้ว่า สงครามจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่นี่ ไม่ใช่ในสนามรบ แต่คือการแก้แค้นที่ผมรอคอยมาตลอดชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านการเดินทางของผมมาจนถึงจุดเดือดนี้นะครับ
Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน•ตอนที่ 19
วางแผนล่าบอสโลก
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!