“อย่าปล่อยให้ความแค้นบดบังทัศนวิสัย เอส... ถ้ามือนายสั่น ดาบในมือก็ไม่มีวันตัดผ่านเกราะของมันได้!”
เสียงของลูน่าแหลมเล็กแทรกผ่านเสียงพายุหิมะบนยอดเขาฟรอสต์ไพค์ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมหันกลับไปมอง ภายในดวงตาของผมมีเพียงภาพของชายสวมหน้ากากที่ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นศิลาเบื้องหน้า รอยแผลเป็นรูปกากบาทพาดผ่านดวงตาซ้ายนั่น... มันคือตราประทับแห่งความอัปยศที่สลักลึกลงในความทรงจำของผมมาตลอดห้าปี
ผมกระชับด้ามดาบ 'Mythic Breaker' แน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ชายผู้นั้น... 'วาคาสะ' อดีตเพื่อนร่วมทีมที่หักหลังผมในรอบชิงแชมป์โลกกำลังเหยียดยิ้ม รอยยิ้มเดิมที่ผมเคยเห็นก่อนที่โลกใบเก่าของผมจะพังทลายลง
“มาถึงจุดนี้ได้ก็นับว่าพัฒนาขึ้นนะ เอส” วาคาสะเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงเสียดสีของโลหะที่กระทบกัน “แต่น่าเสียดายที่ที่นี่ไม่ใช่สนามแข่งอีสปอร์ตที่คุณคุ้นเคย... นี่คือจุดจบของไอ้ขี้แพ้”
ผมไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำ ผมก้าวเท้าออกไปบนพื้นน้ำแข็งที่เปราะบาง แรงกดดันมหาศาลจากออร่าของบอสระดับตำนานกระจายตัวออกมาจนอากาศรอบกายดูเหมือนจะบิดเบี้ยว สมาชิกในกิลด์ของผมอีกเก้าคนยืนคุมเชิงอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ ทุกคนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่อบอวล
“ลูน่า ปรับค่าสถานะเกราะกิลด์ให้สูงสุด” ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกจากอก
“รับทราบ! แต่เอส... ถ้าเราใช้พลังเวททั้งหมดไปกับการตั้งรับ เราจะไม่มีพลังงานเหลือพอสำหรับการปิดฉากนะ!” ลูน่าตะโกนตอบ พลางร่ายคาถาบัฟเกราะแสงสีทองคลุมร่างพวกเราไว้
วาคาสะหัวเราะร่วน เขากระแทกหอกสีดำสนิทลงกับพื้นศิลา ทันใดนั้น เงาสีทมิฬก็พุ่งขึ้นจากพื้นดิน กลายเป็นอสุรกายรูปร่างบิดเบี้ยวห้าตัวที่ล้อมรอบพวกเราไว้ นี่ไม่ใช่แค่บอสตัวเดียว แต่มันคือการเรียก 'ฝูงองครักษ์เงา' ออกมา นี่คือกลยุทธ์ที่ต้องใช้ความร่วมมือของทั้งกิลด์ถึงจะเอาชนะได้
“แทงค์! ดึงความสนใจฝั่งซ้าย! สายเวทเตรียมร่ายสกิลวงกว้าง!” ผมตะโกนสั่งการ ก้าวพุ่งเข้าหาวาคาสะด้วยความเร็วสูง ดาบในมือผมแผ่รังสีสีฟ้าสว่างจ้า
เราปะทะกันกลางอากาศ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นจนหิมะบนยอดเขาร่วงกรูลงมาดั่งสายฝน แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะทำให้แขนของผมชาหนึบ วาคาสะไม่ได้แค่แข็งแกร่ง แต่มันอ่านทางผมออกทุกจังหวะเหมือนกับที่เขาเคยทำในอดีต
“นายยังใช้ท่าเดิมๆ อยู่เลยนะ เอส! การคาดเดาคือจุดอ่อนที่สุดของนาย!”
วาคาสะหมุนตัวหลบคมดาบของผมก่อนจะใช้สันหอกกระแทกเข้าที่ท้องผมจนตัวผมกระเด็นไปกระแทกกับก้อนหิน รสคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ แต่ผมไม่ยอมปล่อยให้ดาบหลุดมือ ผมยันกายลุกขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปที่รอยแผลเป็นนั้น
“ถูก... นายเดาทางฉันได้ เพราะเราเคยเป็นทีมเดียวกัน” ผมเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะเผยยิ้มที่เย็นเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งบนยอดเขา “แต่ในโลกใบใหม่นี้ ฉันไม่ได้สู้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว”
ผมส่งสัญญาณมือลับๆ ที่ตกลงกันไว้กับสมาชิกในกิลด์ ทันใดนั้น สายเวทสามคนก็ร่ายสกิล 'โซ่ตรวนแห่งกาลเวลา' พุ่งเข้าล็อกร่างของวาคาสะจากสามทิศทาง องครักษ์เงาที่กำลังจะเข้าถึงตัวผมถูกกับดักระเบิดเวทที่ผมวางไว้ล่วงหน้าสกัดเอาไว้จนกระจัดกระจาย
วาคาสะเบิกตากว้าง เขาสะบัดตัวหนีโซ่ตรวนนั่น แต่ผมไม่เปิดโอกาสให้เขาหายใจ ผมกระโจนเข้าหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่การฟันแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ไร้ระเบียบแบบแผนที่ผมเพิ่งค้นพบจากการผจญภัยในโลกใบนี้
“นี่คือสิ่งที่คุณไม่มีวันคาดเดาได้... การเติบโตของคนที่คุณเคยเหยียบย่ำยังไงล่ะ!”
ดาบของผมฟันฉับผ่านเกราะหน้าอกของเขาจนเกิดประกายไฟ วาคาสะกระเด็นถอยหลังไปจนเกือบถึงขอบเหว เขามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าในวินาทีที่ผมกำลังจะเผด็จศึก เสียงระฆังเตือนภัยจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของทุกคนพร้อมกัน สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงเข้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์เกมนี้
พื้นที่บนยอดเขาเริ่มร้าวเป็นวงกว้าง ท้องฟ้าเหนือศีรษะเปลี่ยนเป็นสีเลือด อสูรกายตัวสุดท้ายที่ผมเพิ่งจัดการไปกลับเริ่มรวมร่างกันใหม่ กลายเป็นเงาร่างยักษ์ที่มีใบหน้าซ้อนทับกันหลายชั้น... มันไม่ใช่แค่บอสที่ถูกเขียนขึ้นโดยโปรแกรม แต่มันคือสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น
วาคาสะหันมามองผม รอยยิ้มของเขาจางหายไป เหลือเพียงความหวาดกลัวที่สั่นสะท้านอยู่ในดวงตา “นายคิดว่าฉันเป็นบอสใหญ่ของเรื่องนี้งั้นหรือ? เอส... นายคิดผิดมหันต์ นายไม่ได้แค่กำลังเล่นเกม แต่นายกำลังก้าวเข้ามาในห้องทดลองของใครบางคน และตอนนี้...”
เขากลืนน้ำลายลงคอพลางชี้ไปที่เงายักษ์เบื้องหลังผม “...เจ้าของห้องทดลองนั่น กำลังจะมาถึงเพื่อทำลายข้อมูลทิ้งทั้งหมด”
เงาร่างยักษ์ขยายตัวจนบดบังแสงอาทิตย์ และในวินาทีที่มันง้างหมัดลงมานั้นเอง เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาดก็ดังก้องขึ้นมาจากความว่างเปล่า เป็นเสียงหัวเราะที่ผมจำได้ขึ้นใจ... เสียงของ 'คน' ที่ผมเคยคิดว่าตายไปแล้วในโลกแห่งความเป็นจริงคนนั้น
กิลด์มาสเตอร์เอสขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมมาจนถึงจุดนี้ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะครับ!
Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน•ตอนที่ 20
ศึกตัดสินบนยอดเขา
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!