"อย่าเพิ่งใจร้อนไป เอส... ค่าสถานะของศัตรูในระยะสายตาไม่ใช่มนุษย์ แต่มันคือบั๊กที่ซ้อนทับด้วยข้อมูลมหาศาล"
เสียงของลิลลี่สั่นเครือเล็กน้อยอยู่ในช่องสื่อสารลับ เธอไม่ได้ปรากฏตัวออกมาในรูปแบบโฮโลแกรมเหมือนเคย เพราะการเคลื่อนไหวของศัตรูเบื้องหน้ามันซับซ้อนเกินกว่าที่ระบบตรวจจับพื้นฐานจะรับมือได้
ผมกระชับดาบ 'อีเทอร์นอล วอยด์' ในมือแน่นจนสนับมือขึ้นสีขาว ควันสีดำทะมึนเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นดินที่แตกร้าว ไอเวทมนตร์กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายโชยเข้าปะทะจมูก ศัตรูที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผมไม่ใช่ร่างแยกที่ผมเพิ่งทำลายไป แต่มันคือ 'เงา' ของผมเอง... ร่างกายที่สะท้อนทักษะ อุปกรณ์ และกระทั่งวิธีคิดแบบที่ผมใช้สังหารศัตรูมาตลอดเส้นทาง
"ลิลลี่ คำนวณอัตราความสำเร็จให้ที" ผมถามพลางขยับเท้าถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อหาจุดสมดุล
"เป็นศูนย์... เอส ร่างเงาตัวนั้นไม่ได้เลียนแบบแค่ค่าสถานะ แต่มันกำลังดึง 'ไฟล์ข้อมูลความแค้น' จากกิลด์เก่าของคุณมาประมวลผลเป็นสกิลพิเศษ มันรู้ว่าคุณจะหลบไปทางไหนก่อนที่คุณจะตัดสินใจเสียอีก"
ผมเหยียดยิ้มที่มุมปาก เย็นเยือกและสมเพชตัวเองในคราวเดียวกัน กิลด์ 'อีลิท การ์เดียน' ช่างสรรหาวิธีทรมานผมได้ล้ำลึกจริง ๆ พวกเขาไม่ได้แค่ต้องการฆ่าผมในเกม แต่พวกเขาต้องการให้ผมตายด้วยมือของตัวผมเอง ในพื้นที่ที่ผมเชื่อมั่นที่สุดว่าไม่มีใครเข้าถึง
ร่างเงานั้นขยับดาบในท่าเตรียมพร้อมเหมือนกับที่ผมมักจะทำก่อนพุ่งเข้าปะทะ มันก้าวเท้าเข้ามา จังหวะการลงน้ำหนักนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของการลังเล
"ถ้ารู้ว่าผมจะขยับไปทางไหน งั้นเรามาลองดูว่ามันจะรับมือกับสิ่งที่ผมไม่ได้ 'วางแผน' ไว้ยังไง"
ผมทิ้งดาบลงพื้นดิน เสียงโลหะกระทบหินดังก้องไปทั่วโถงดันเจี้ยนชั้นที่ 99 ผมไม่ได้หยิบอาวุธสำรองขึ้นมา แต่กลับคว้า 'เศษอัญมณีแห่งการสูญสลาย' ที่ดรอปมาจากบอสก่อนหน้าขึ้นมาแทน
"เอส! นั่นมันไอเทมที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ ระบบเกมจะดีบัฟคุณทันทีถ้าคุณใช้มันโดยไม่มีสกิลรองรับ!" ลิลลี่ร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก
"ช่างหัวระบบสิ ลิลลี่ ในเมื่อความเที่ยงธรรมของเกมนี้มันพังไปตั้งแต่ไอ้พวกกิลด์สารเลวนั่นแทรกแซงโค้ดแล้ว การทำลายกฎคือกฎใหม่เพียงอย่างเดียวที่ผมยึดถือ"
ร่างเงาพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้ ปลายดาบของมันหวังจะเสียบทะลุหัวใจผม แต่ผมกลับไม่หลบ ผมเหวี่ยงเศษอัญมณีเข้าใส่พื้นดินเบื้องหน้าร่างนั้นพร้อมกับปลดปล่อยพลังงานมานาทั้งหมดที่เหลืออยู่ในตัว
*เปรี้ยง!*
ระเบิดมานาสีครามขยายตัวออกเป็นวงกว้าง ทัศนวิสัยของโถงดันเจี้ยนบิดเบี้ยวเหมือนกระจกที่ถูกกระแทกแรงๆ ร่างเงาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นั่นก็เพียงพอที่ผมจะพุ่งเข้าไปประชิดตัว ผมไม่ได้ใช้ดาบ แต่ผมใช้ความเร็วที่เหนือกว่าการคำนวณของ AI กระแทกฝ่ามือเข้าไปที่กลางอกของมัน
ความเจ็บปวดพุ่งพล่านเข้าสู่แขนผมราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด
"ลิลลี่... แทรกซึมเข้าไปในแกนกลางของมันตอนนี้! ฉันจะเปิดช่องโหว่ให้!"
"รับทราบค่ะ... พลังงานกำลังพุ่งเข้าสู่พอร์ตเชื่อมต่อแล้ว 3... 2... 1... เชื่อมต่อสำเร็จ!"
เสียงกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างเงานั้นดังลั่นเหมือนเสียงของเครื่องจักรที่กำลังจะระเบิด ทันใดนั้น ร่างเงาก็หยุดนิ่ง ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับเปล่งประกายสีแดงก่ำ แล้วจู่ๆ มันก็หันมามองผมด้วยแววตาที่คุ้นเคย แววตาของคนคนหนึ่งที่ผมเคยไว้ใจที่สุด... ก่อนที่เขาจะหักหลังผมในสงครามกิลด์เมื่อสามปีก่อน
"นาย... กลับมาแล้วเหรอ เอส?" เสียงที่ดัดแปลงจนแหบพร่าหลุดออกมาจากร่างเงานั้น มันไม่ใช่เสียงของเอไอ แต่มันคือเสียงของ 'คาร์ล' อดีตเพื่อนสนิทที่เป็นหัวหน้ากิลด์อีลิท การ์เดียน
ผมชะงักไป ความแค้นที่สั่งสมมานานพุ่งขึ้นสู่สมองจนข้อมือสั่นระริก "คาร์ล? แกมาทำอะไรในร่างนี้?"
"ที่นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนทั่วไป เอส... นี่คือเซิร์ฟเวอร์สำรองที่พวกเราใช้ขังความทรงจำของแกไว้ เพื่อรีดเค้นหาวิธีการควบคุมไอเทมในตำนานชิ้นนั้น... และตอนนี้ ถึงเวลาที่แกจะต้องคืนมันให้เรา"
จังหวะที่คาร์ลพูดจบ ผนังดันเจี้ยนที่ทำจากหินแกรนิตก็เริ่มลอกออก เผยให้เห็นหน้าจอคำสั่งระบบสีทองอร่ามที่เรียงรายอยู่เบื้องหลัง ร่างของคาร์ลในเกมเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ร่างเดียว แต่มีอีกนับร้อยร่างที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดของหน้าจอเหล่านั้น ทั้งหมดมีใบหน้าของเพื่อนที่ผมเคยร่วมสู้มาด้วยกัน... ทั้งหมดถืออาวุธระดับตำนานที่ผมเป็นคนช่วยหามาให้เองกับมือ
"ล้อมมันไว้ อย่าให้มันหนีไปไหนได้" เสียงคาร์ลสั่งการดังก้องไปทั่วห้อง
ผมมองไปรอบๆ ตัวเองที่ตอนนี้ถูกล้อมด้วยเพื่อนเก่าที่กลายเป็นศัตรู ระบบดันเจี้ยนที่ผมพยายามพิชิต กลับกลายเป็นคุกที่ขังผมไว้เพื่อดึงเอาตัวตนของผมไปใช้ประโยชน์ ลิลลี่เงียบไปแล้ว เหมือนกับว่าสัญญาณของเธอถูกตัดขาดจากภายนอก
ในวินาทีที่ดูเหมือนสิ้นหวัง ผมก้มมองเศษอัญมณีในมือที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านไขสันหลังไปสู่ปลายนิ้ว
ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำลายคุกนี้... แม้จะต้องลบตัวละครนี้ทิ้งไปพร้อมกับพวกมันทั้งหมดก็ตาม
ผมกำอัญมณีแน่นจนมันแตกคามือ เลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นเกม สัญลักษณ์ที่ไม่ได้มีอยู่ในระบบโผล่ขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าของผม มันคือรอยแยกของบั๊กขนาดมหึมาที่ผมซ่อนไว้เป็นไพ่ตายใบสุดท้าย
ทว่า... ก่อนที่ผมจะได้ลงมือ ประตูห้องโถงด้านหลังคาร์ลกลับเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ผมไม่ควรจะได้พบที่นี่ เธอก้าวผ่านร่างเงาเหล่านั้นเข้ามาอย่างเฉยเมย ราวกับพวกมันเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าผมแล้วยื่นมือออกมา
"มากับฉัน เอส... ถ้าคุณอยากจะรู้ว่าทำไมระบบถึงยอมให้กิลด์พวกนั้นขังคุณไว้ที่นี่"
เธอยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่ผมเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ บนโต๊ะทำงานของผมในโลกแห่งความเป็นจริง... รอยยิ้มของน้องสาวที่ควรจะตายไปพร้อมกับอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนสำคัญนี้กับผมนะครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน•ตอนที่ 38
บทที่ 38
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!