"วางดาบของนายลงซะ เอส... ความแค้นที่นายแบกไว้มันหนักเกินกว่าจะใช้หั่นมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนระดับนี้ได้หรอกนะ"
เสียงทุ้มต่ำของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้เอสสะดุ้งไหว เขายังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้างของ 'วิหารแห่งการล่มสลาย' กลิ่นอายของมานาที่ปั่นป่วนจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นหลักฐานชั้นดีว่าการปะทะครั้งใหญ่เพิ่งจบลงไปเมื่อครู่ บนพื้นหินเย็นเยียบ ร่างของมอนสเตอร์ระดับบอสที่เคยเป็นความหวาดกลัวของเหล่าผู้เล่นนับร้อยนอนแน่นิ่งไร้วิญญาณ
เอสเลิกคิ้วมอง 'คาเอล' อดีตสหายร่วมสาบานที่ปัจจุบันกลายเป็นสุนัขรับใช้ของกิลด์ที่เคยหักหลังเขา มือขวาของเอสกำด้ามดาบ 'God-Slayer' จนข้อนิ้วขาวซีด เลือดสีดำเหนียวข้นของบอสยังคงหยดจากปลายคมดาบลงสู่พื้นดัง ติ๋ง... ติ๋ง... เป็นจังหวะที่เงียบงันจนน่าอึดอัด
"นายมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้งั้นเหรอ คาเอล?" เอสถามเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นอ่านทะลุเข้าไปถึงสันดานดิบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเกราะประดับยศ "หรือว่าหัวหน้ากิลด์ขี้ขลาดของนายไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้ามาเผชิญหน้ากับฉันด้วยตัวเอง?"
ลิลลี่ที่ยืนอยู่ข้างกายเอส ขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย แสงสีฟ้าจางๆ จากร่างโฮโลแกรมของเธอวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่กำลังสู้กับกระแสลม "เอสคะ... ไม่ใช่สิ เอสครับ ระบบแจ้งเตือนว่ามีจุดผิดปกติในเน็ตเวิร์กที่นี่ คาเอลไม่ได้มาคนเดียว เขาเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหลักของกิลด์ผ่านสายเคเบิลใต้ดินนั่น"
เอสไม่ได้หันไปมองคู่หูของเขา แต่รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "งั้นเหรอ... การขโมยข้อมูลของระบบเพื่อสร้างทางลัดสินะ นี่คือวิธีที่พวกนายใช้ไต่เต้าขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งงั้นหรือ?"
คาเอลแค่นหัวเราะ ก่อนจะกดปุ่มบนแผงควบคุมที่ข้อมือ ทันใดนั้นกำแพงรอบด้านของวิหารก็เริ่มสั่นสะท้าน ตัวเลขรหัสพิกเซลสีแดงเลือดพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของผนังหินราวกับน้ำท่วมฉับพลัน ดันเจี้ยนที่เคยเป็นเขตปลอดภัยกำลังถูกดัดแปลงให้กลายเป็น 'คุกดิจิทัล' ที่ไม่มีทางออก
"ฉันไม่ได้มาเพื่อสู้กับนาย เอส" คาเอลกล่าวพลางก้าวถอยหลังสู่เงามืด "ฉันมาเพื่อยืนยันว่าจุดจบของนายจะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเกมนี้ในฐานะ 'บั๊ก' ที่ต้องถูกกำจัดทิ้ง... ข้อมูลทุกอย่างที่นายรวบรวมมา อาวุธระดับตำนานที่นายภูมิใจ ทั้งหมดจะถูกลบหายไปพร้อมกับชื่อของนาย"
"ลิลลี่ เตรียมกระบวนท่า 'System Overwrite' ไว้" เอสสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ในขณะที่เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางพายุข้อมูลที่กำลังกัดกินทุกสรรพสิ่งรอบตัว
"แต่นั่นจะทำลายตัวตนของฉันไปด้วยนะคะ... ของผมนะครับ!" ลิลลี่ตะโกนตอบ น้ำเสียงของเธอดูกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เอสหยุดกึก หันไปมองคู่หูที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานาน สายตาของเขาอ่อนลงเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ เราก็ต้องตายด้วยมือของพวกมันทั้งคู่ ลิลลี่... ในฐานะที่ฉันเป็นคนปลดปล่อยเธอจากคำสาป ฉันขอสั่งให้เธอทำตามที่ฉันบอก นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่นี่คือหนทางรอดเดียวของเรา"
อากาศรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือนด้วยคลื่นความถี่สูง คาเอลที่กำลังจะจากไปหันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "สายเกินไปแล้วเอส ระบบได้ทำการล็อคดาวน์เซิร์ฟเวอร์หลักแล้ว ทุกอย่างกำลังจะรีเซ็ต... หายไปซะ"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่แสงสีขาวจะกลืนกินทุกอย่าง เอสกลับทิ้งดาบในมือลงกับพื้น เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาคาเอล แต่เขากลับวางมือลงบนแผงข้อมูลที่กำลังพังทลาย ลิลลี่เบิกตากว้างเมื่อเข้าใจแผนการของเขา เอสไม่ได้คิดจะทำลายระบบ แต่เขาคิดจะ 'แทรกซึม' เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมัน
"ลิลลี่ เชื่อมต่อกับฉัน..." เอสกระซิบ พลังชีวิตและค่าความแข็งแกร่งของเขากำลังถูกถ่ายโอนเข้าไปในระบบผ่านทางพอร์ตเชื่อมต่อที่เขาจงใจให้ถูกแฮ็ก
หน้าจอสถานะของเอสเริ่มพร่าเลือน ชื่อไอเทมในตำนานของเขาค่อยๆ กลายเป็นสีเทา แต่ทว่า... พลังงานที่เขาส่งเข้าไปกลับไม่เหมือนกับข้อมูลทั่วไป มันคือพลังแค้นที่กลั่นกรองจากความทรงจำทั้งหมดที่ถูกกิลด์เก่าทรยศ มันเริ่มกัดกินโครงสร้างของวิหารจากภายใน
ทันใดนั้น คาเอลที่กำลังมั่นใจก็หน้าถอดสี ร่างกายของเขาสั่นกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อข้อมูลที่เขาถือครองเริ่มไหลย้อนกลับ "นี่... นี่มันอะไรกัน! ทำไมฉันถึงควบคุมมันไม่ได้!?"
"เพราะนายเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง คาเอล" เอสพูดพลางแสยะยิ้ม ทั้งที่ใบหน้าของเขาเริ่มจางหายไปจนเกือบจะโปร่งแสง "สิ่งที่นายเรียกว่าบั๊กน่ะ... แท้จริงแล้วมันคือจิตวิญญาณที่ระบบไม่สามารถคำนวณได้ต่างหากล่ะ"
วินาทีนั้นเอง แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากใจกลางห้องโถง มันไม่ใช่แสงจากการระเบิด แต่มันคือแสงจากการ 'รีบูต' ครั้งใหญ่ พื้นดินใต้เท้าของเอสและคาเอลแยกออกเผยให้เห็นรอยแยกของมิติที่เชื่อมต่อสู่โลกความเป็นจริงที่อยู่นอกเหนือหน้าจอเกม
ทันทีที่แสงจางลง ร่างของคาเอลหายไป เหลือเพียงเอสที่ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ทว่าเขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดเบื้องหลังบัลลังก์ที่ว่างเปล่า เงาร่างนั้นคือชายผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากเหล็ก ซึ่งเป็นคนที่เอสตามหามาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเล่นเกมนี้... ชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของกิลด์เขาเมื่อสามปีก่อน
"นายมาถึงจุดนี้ได้ไวกว่าที่ฉันคิดนะ... เอส" ชายคนนั้นกล่าวพลางวางมือบนไหล่ของเอส แรงกดดันมหาศาลทำให้เอสรู้สึกราวกับกระดูกกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ "แต่ก็น่าเสียดายนะ เพราะเกมนี้มันจบลงตั้งแต่ตอนที่นายตัดสินใจจะก้าวเข้ามาหาคำตอบที่นายไม่มีวันรับมือได้ไหวนี่ล่ะ"
เอสเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาที่เย็นเยือกของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย แต่ทว่า... ความจริงที่ชายคนนั้นเพิ่งเอ่ยออกมา ทำให้หัวใจของเอสหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"ไม่ต้องมองหาลิลลี่หรอกนะ เพราะตั้งแต่วินาทีนี้ไป... เธอไม่ใช่คู่หูของนายอีกแล้ว แต่เธอคือ 'ระบบ' ที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อขังนายไว้ในนี้ตลอดกาลยังไงล่ะ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 39 กับผมนะครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน•ตอนที่ 39
บทที่ 39
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!