"ถ้าพลาดครั้งนี้ นายก็ไม่เหลืออะไรแล้วนะ เอส"
ลูน่าไม่ได้พูดเล่น ภูติตัวจิ๋วที่ปกติมักจะร่าเริงร่าเริงอยู่บนไหล่ของผม ตอนนี้เธอกำลังกอดอกแน่น แสงสีฟ้าอ่อนจากร่างกายของเธอหม่นแสงลงจนเกือบกลายเป็นสีเทา ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่แท่นตีเหล็กโบราณใจกลางมหาวิหารลอยฟ้า
ผมไม่ตอบโต้ แต่กระชับ 'ดาบพิฆาตอสูรนิลกาฬ' ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด โลหะเย็นเยียบของตัวดาบสั่นไหวเบาๆ ราวกับมันกำลังรับรู้ถึงชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น นี่ไม่ใช่การตีบวกธรรมดา แต่มันคือการแลกเปลี่ยนด้วยหยาดเลือดและไอเทมระดับตำนานที่ผมเพิ่งแลกมาด้วยชีวิตในตอนที่แล้ว
"ผมรู้ครับ" ผมตอบกลับสั้นๆ น้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าภายในใจนั้นกลับเต้นรัวราวกับกลองศึกที่รอเวลาประจัญบาน
"ถ้านายมั่นใจขนาดนั้น ก็เริ่มเลย... แต่อย่าลืมนะ ว่าระบบนี้มันไม่มีคำว่า 'ปรานี' ถ้าดาบเล่มนี้แตก นายจะไม่มีอาวุธคู่กายไปตบหน้าพวกกิลด์หมาป่าสีเงินในวันพรุ่งนี้หรอกนะ"
ผมเดินไปที่แท่นวาง ไอเทมวัตถุดิบชิ้นสำคัญถูกวางลงเคียงข้างดาบ นั่นคือ 'หัวใจมังกรเพลิงนิรันดร์' ที่ยังคงส่งไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความทรงจำตอนที่ถูกเพื่อนร่วมทีมเก่าหักหลังฉายชัดเข้ามาในหัวอีกครั้ง... ความรู้สึกที่ไร้อาวุธ ความรู้สึกที่ถูกทิ้งให้ตายอยู่กลางดงบอส นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเรียนรู้ว่า 'ความเชื่อใจ' ในโลกนี้มีราคาแพงกว่าทองคำ
ผมวางมือลงบนค้อนเทพเจ้าที่วางอยู่ข้างๆ พลังงานสีแดงฉานเริ่มไหลทะลักออกจากตัวดาบและหัวใจมังกรเข้าสู่ร่างกายของผม มันร้อน... ร้อนจนรู้สึกเหมือนเส้นเลือดกำลังจะระเบิดออก
"เอส! ค่าความเสถียรลดลงเหลือ 40% แล้ว! ถ้านายไม่คุมกระแสพลังเวทตอนนี้ ทุกอย่างจะพังพินาศ!" เสียงของลูน่าสั่นเครือ
ผมขบกรามแน่น กัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ผมไม่ได้มองไปที่หน้าต่างสถานะ แต่ผมมองที่เนื้อเหล็กของดาบที่เริ่มเปลี่ยนสีจากนิลกาฬเป็นสีขาวโพลนแห่งเปลวเพลิง ผมตัดสินใจเทพลังเวททั้งหมดที่มีลงไปในค้อน ก่อนจะเหวี่ยงมันลงไปที่ตัวดาบด้วยความเร็วสูงสุด
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานไปทั่วโถงมหาวิหาร คลื่นกระแทกสีแดงกระจายตัวออกไปจนผนังหินรอบด้านร้าวเป็นทางยาว ผมเห็นภาพซ้อนของตัวเลขที่ลอยขึ้นมาบนอากาศ... 80%... 85%... 90%...
"มันกำลังจะสำเร็จ..." ลูน่าพึมพำ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เปลวเพลิงที่ควรจะสยบยอมกลับปะทุรุนแรงขึ้น ดาบในมือของผมเริ่มสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะหลุดออกจากกรงขัง มันไม่ใช่แค่การตีบวก แต่มันคือการพยายามสยบจิตวิญญาณของมังกรโบราณที่สิงสถิตอยู่ในไอเทม
"เอส! ข้างหลังนาย!" ลูน่าแผดเสียงเตือน
ผมสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เย็นเยียบจากทางด้านหลัง เงาร่างสีดำทะมึนปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า มันไม่ใช่มอนสเตอร์ แต่มันคือคน! คนที่ผมคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าใคร คนที่เคยสัญญากับผมว่าจะไม่ทิ้งกัน
"ไง... เอส ไม่เจอกันนานเลยนะ"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของ 'คาร์ล' อดีตรองหัวหน้ากิลด์ของผมดังขึ้น มือของเขาถือดาบเล่มหนึ่งที่สะท้อนแสงสีเงินวาววับ มันเล็งมาที่กลางหลังของผมพอดี หากผมหันกลับไป ดาบในแท่นตีเหล็กจะพังพินาศทันที แต่ถ้าผมไม่หันไป... ผมก็จะเป็นเพียงซากศพไร้ค่าที่โดนแทงทะลุหัวใจ
ผมยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่มือยังคงกดค้อนลงบนดาบอย่างไม่ลดละ
"แกมาช้าไปก้าวหนึ่งนะ คาร์ล"
ในวินาทีที่ดาบของคาร์ลกำลังจะจิ้มเข้าที่แผ่นหลังผม ดาบพิฆาตอสูรนิลกาฬที่อยู่บนแท่นก็เปล่งแสงสีม่วงดำสว่างวาบจนตาพร่า ทุกอย่างรอบตัวผมหยุดนิ่ง ราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ไอเทมที่ถูกอัปเกรดเสร็จสิ้นกระเด็นเข้าสู่มือผมอย่างรวดเร็ว ผมหมุนตัวกลับหลังหันพร้อมกับเหวี่ยงดาบที่เพิ่งตีเสร็จสดๆ ร้อนๆ ปะทะกับคมดาบของคาร์ลอย่างรุนแรง
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะทำให้พื้นหินที่ผมยืนอยู่แตกกระจายลงไปชั้นล่าง คาร์ลกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกตะลึง แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนคมดาบของผม ไม่ใช่แค่เปลวเพลิง แต่มันกลับมีละอองไอสีดำที่ดูดกลืนแสงรอบข้างเอาไว้
"แก... แกทำอะไรลงไป?" คาร์ลถามด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่เขาสังเกตเห็นว่าชุดเกราะของเขากำลังถูกไอสีดำนั้นกัดกิน
ผมมองไปที่ดาบของตัวเอง ความรู้สึกนี้มันไม่ใช่แค่พลังมหาศาล แต่มันคือคำสาปที่ผมยินดีจะรับไว้
"ก็นี่คืออาวุธที่แกช่วยสร้างให้ไงล่ะ คาร์ล" ผมกล่าวพลางย่างก้าวเข้าหาเขา "ในเมื่อแกหักหลังฉันเพื่อ 'ความแข็งแกร่ง' วันนี้ฉันก็จะทำให้แกเห็นว่า คนที่แกทิ้งไปน่ะ... เขาจะกลับมาทวงทุกอย่างคืนอย่างไร"
คาร์ลกำดาบแน่น ใบหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและประหลาดใจ แต่ก่อนที่ใครจะได้ลงมือกันอีกครั้ง ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นกลางวงระหว่างเราสองคน
นั่นคือหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวล้วนที่ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากทองคำ เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ กระแสพลังงานมหาศาลก็กดทับพวกเราสองคนจนแทบทรุดลงพื้น เธอหันมามองที่ผมด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับมองมดปลวก
"การอัปเกรดอาวุธตำนานในพื้นที่ต้องห้าม... มีโทษถึงตายนะ เอส"
ผมมองหน้าหญิงสาวปริศนาคนนั้น ก่อนจะก้มลงมองดาบในมือที่ยังคงสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด... ผมรู้ตัวดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้ได้เปลี่ยนชะตาชีวิตของผมไปตลอดกาลแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและรออ่านตอนต่อไปนะครับ
กิลด์มาสเตอร์เอส
Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน•ตอนที่ 15
อัพเกรดอาวุธ
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the Mythic Breaker: ผ่าพิภพเกมเทพเจ้าไอเทมตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!