"พวกแกกำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไรกันวะ!"
เสียงกระแทกแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนในเลานจ์วีไอพีของสมาคมฮันเตอร์ดังสนั่น หยดของเหลวสีแดงฉานกระเซ็นเปรอะเปื้อนเสื้อสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสนของ โจวฮ่าว ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเดือดดาลที่สุมอกจนแทบระเบิด
ฮันเตอร์ระดับสูงสามคนที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะต่างพากันสะดุ้งเฮือก หลบสายตากลัวเกรงอำนาจตระกูลโจว แต่ความจริงที่เพิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยเมื่อครู่มันชวนให้ขนหัวลุกเกินกว่าจะเก็บ1ไว้ในใจ
"คุณชายโจวครับ... พวกผมไม่ได้กุเรื่องขึ้นมาเองนะ" ฮันเตอร์สายแทงก์ร่างยักษ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เมื่อวานนี้ ทีมเงาอัสนีเกือบยกทีมไปดับอนาถในดันเจี้ยนระดับ SSS แขนของหัวหน้าทีมขาดกระวิ่น อวัยวะภายในแหลกเหลว... แต่พวกเขารอดมาได้เพราะ 'ฮันเตอร์ลึกลับ' คนหนึ่ง"
"เหลวไหล! ดันเจี้ยนระดับ SSS บาดเจ็บขนาดนั้น ต่อให้เป็นฮีลเลอร์แรงก์ A สมาคมระดับประเทศก็ยังต้องใช้เวลาเยียวยาเป็นเดือน! จะมารักษาหายภายในพริบตาได้ยังไง!" โจวฮ่าวคำรามลั่น ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ภาพของ 'ลู่เฉิน' อดีตฮีลเลอร์แรงก์ F ที่เขาเคยเหยียบย่ำและถีบหัวส่งเมื่อหลายเดือนก่อนแวบเข้ามาในหัวโดยไม่ได้รับเชิญ แต่เขาปัดมันทิ้งทันที 'ไม่มีทาง ไอสวะนั่นมันเป็นแค่กากเดน ไม่มีทางทำได้!'
"แต่นั่นคือเรื่องจริงครับคุณชาย..." ฮันเตอร์อีกคนแทรกขึ้นด้วยสีหน้าซีดเผือด "ตอนนี้ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ววงการฮันเตอร์แล้วว่า มี 'หมอเทวะ' ผู้กุมพลังฮีลเลอร์ระดับ SSS ปรากฏตัวขึ้น ค่ารักษาของเขาไม่ใช่เงินสด แต่เป็น... สิทธิ์ในการสั่งการและการจ้างงานแบบไร้เงื่อนไข ตอนนี้ตระกูลใหญ่ๆ ทั้งสมาคมการค้าและกองกำลังใต้ดินต่างส่งคนออกตามหาตัวแทบพลิกแผ่นดิน ถ้าใครได้ตัวเขามาร่วมกิลด์ เท่ากับกุมอำนาจความเป็นความตายของฮันเตอร์ทั้งประเทศเลยนะครับ!"
โจวฮ่าวชะงักค้าง สมองที่มึนงงด้วยแอลกอฮอล์ตื่นตัวขึ้นมาทันที
พลังระดับนั้น... ถ้าตระกูลโจวของเขาได้ครอบครองล่ะ? อำนาจที่เขาสูญเสียไปในช่วงหลังจากการลงทุนผิดพลาด จะต้องกลับคืนมาอย่างยิ่งใหญ่แน่!
"สืบ! ไปสืบมาให้ได้ว่าไอ้หมอเทวะนั่นมันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ใช้เงินเท่าไหร่ก็ซื้อตัวมันมาให้ได้!" โจวฮ่าวออกคำสั่งเสียงกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความโลภและความกระหายอำนาจ โดยไม่รู้เลยว่า เป้าหมายที่เขากำลังตามล่าแทบพลิกแผ่นดินนั้น กำลังนั่งอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ช่วงตึก
ในขณะเดียวกัน ณ คาเฟ่หรูริมกระจกใสที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืนได้
บรรยากาศรอบตัวของ ลู่เฉิน แตกต่างจากความวุ่นวายในเลานจ์ของโจวฮ่าวอย่างสิ้นเชิง เขากำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำอุ่นๆ อย่างใจEเย็น สายตาคมกริบมองดูหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่แสดงสถานะของระบบหมอเทวะแรงก์ SSS และยอดบัญชีธนาคารที่มีตัวเลขศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนน่าตกใจ
[ติ๊ง! ภารกิจลับสำเร็จ: เผยแพร่ชื่อเสียง 'หมอเทวะ' สู่ระดับภูมิภาค]
[รางวัล: แต้มประสบการณ์ +50,000, สิทธิ์ปลดล็อก 'หอคอยโอสถสวรรค์', และเงินสดเข้าบัญชี 100 ล้านเครดิต]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว ลู่เฉินเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเหนือกว่า เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับเงินร้อยล้านหรือชื่อเสียงที่กำลังโด่งดังเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่อยู่ในความสนใจของเขาในตอนนี้ คือหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม
หลินม่านม่าน กำลังก้มหน้าก้มตาเลือกดูแคတาล็อกเครื่องประดับอัญมณีหายากจากแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าหวานละมุนมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่ แม้ว่าในอดีตเธอจะต้องเผชิญกับความยากลำบากเคียงข้างเขามาโดยตลอด แต่ในเวลานี้ ไม่มีความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่บนใบหน้านั้นอีกแล้ว มีเพียงความสุขและความอบอุ่นที่ลู่เฉินตั้งใจมอบให้เธอกลบลบความขมขื่นในอดีตจนหมดสิ้น
"ม่านม่าน..." ลู่เฉินเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม น้ำเสียงที่ใช้พูดกับเธอนั้นแตกต่างจากเวลาที่เขาพูดกับคนอื่นราวฟ้ากับเหว เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและทะนุถนอม
หลินม่านม่านเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตสบมองเขาด้วยความรักใคร่ "คะ? พี่ลู่เฉิน มีอะไรหรือเปล่า หรือว่ากาแฟจะรสชาติไม่ถูกปากคะ?"
ลู่เฉินส่ายหน้าเบาๆ เขายื่นมือไปกุมมือเรียอบางของเธอไว้บนโต๊ะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านกันและกัน "เปล่าหรอก... แค่อยากมองหน้าเธอน่ะ ช่วงนี้เธอเหนื่อยมามากแล้ว ต่อจากนี้ไป ไม่มีใครหน้าไหนกล้าดูถูกพวกเราอีกแล้วนะ"
หลินม่านม่านระบายยิ้มกว้าง ดวงตาคลอหน่วยด้วยความซาบซึ้ง เธอรู้ดีว่ากว่าที่พวกเขาจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความเจ็บปวดมากมายแค่ไหน แต่ลู่เฉินในวันนี้ไม่ใช่ฮีลเลอร์แรงก์ F ที่ไร้ทางสู้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาคือราชาผู้กุมอำนาจและเงินตราที่คนทั้งเมืองต้องสยบยอม
"ม่านม่านเชื่อใจพี่เสมอค่ะ..." เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบaแต่หนักแน่น
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความหวานชื่นนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังขึ้นที่ทางเข้าคาเฟ่ ขัดจังหวะความสงบสุขอย่างกะทันหัน
"หลบไปนะเว้ย! ฉันคุนชายโจวแห่งตระกูลโจว วันนี้ฉันเหมาที่นี่ ใครขวางทางโดนดีแน่!"
เสียงตะקโกนเย่อหยิ่งที่คุ้นเคยดีดังแว่วมา ลู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขายังไม่ต้องเดินไปหาตัวปัญหาเลยด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าสุนัขตัวเดิมตัวนั้น จะวิ่งเข้ามาหาความตายถึงที่เองเสียแล้ว
โจวฮ่าวเดินนำบอดี้การ์ดร่างยักษ์สามคนเข้ามาในคาเฟ่ด้วยท่าทางกร่าง สายตากวาดมองหาที่นั่งที่ดีที่สุดก่อนจะสะดุดเข้ากับร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวที่นั่งอยู่ริมกระจก
ทันทีที่เห็นใบหน้าของลู่เฉิน โจวฮ่าวก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวผสมผสานระหว่างความตกใจและความดูถูกเหยียดหยามที่ฝังรากลึก
"แก... ไอ้สวะลู่เฉิน! แกเอาเงินที่ไหนมานั่งคาเฟ่หรูระดับนี้วะ หรือว่าแอบไปขโมยเงินใครมา!"
โจวฮ่าวพุ่งตรงเข้ามาที่โต๊ะของลู่เฉินทันที พร้อมกับใช้มือตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ดึงดูดสายตาของแขกทุกคนในร้านให้หันมามองเป็นตาเดียว
ลู่เฉินยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่ง ไม่แม้แต่จะชายตามองโจวฮ่าวด้วยซ้ำ เขารินกาแฟใส่ถ้วยอย่างใจเย็น ราวกับว่าคุณชายตระกูลโจวเป็นเพียงแค่อากาศธาตุที่น่ารำคาญเท่านั้น
การกระทำที่เมินเฉยเช่นนั้น ยิ่งทำให้โจวฮ่าวสติหลุด เขาชี้หน้าลู่เฉินด้วยความโกรธเกรี้ยว "ไอ้หนู! แกกล้าเมินฉันเหรอ! แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ถึงได้มานั่งทำท่าทางกร่างใส่ฉัน ห๊ะ! ม่านม่าน... เธอยังทนคบกับไอ้ฮีลเลอร์กากเดนไม่มีอนาคตคนนี้อยู่อีกเหรอ มาอยู่กับฉันดีกว่า ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ!"
หลินม่านม่านขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรังเกียจ เธอปรายตามองโจวฮ่าวราวกับมองเศษขยะ "คุณโจว กรุณาให้เกียรติพวกเราด้วยค่ะ และช่วยเอาความทุเรศของคุณออกไปไกลๆ ด้วย"
"ปากดีนักนะอีผู้หญิงหน้าเงิน!" โจวฮ่าวหน้าชาด้วยความอับอายที่มีคนมองดูเหตุการณ์อยู่เยอะ เขาตวัดสายตากลับมาที่ลู่เฉินด้วยความอาฆาตมาดร้าย "แกมันก็แค่ฮีลเลอร์ชั้นต่ำที่ฉันจะกระทืบเมื่อไหร่ก็ได้ วันนี้ถ้าแกไม่กราบเท้าขอโทษฉันแล้วคายความลับเรื่องเงินทองของแกออกมา แกไม่ได้ออกจากที่นี่แน่!"
ลู่เฉินค่อยๆ วางถ้วยกาแฟลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับทรงพลังราวกับเสียงระฆังมรณะที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของลู่เฉินจนบอดี้การ์ดของโจวฮ่าวถึงกับผงถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความหวาดผวาโดยสัญชาตญาณ
ลู่เฉินก้าวเข้าไปประชิดตัวโจวฮ่าว ดวงตาสนิทสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับกำลังมองดูซากศพเดินได้
"แกเรียกใครว่าสวะนะ... โจวฮ่าว?" ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่ากลัวเสียจนโจวฮ่าวรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอของเขาไว้จนหายใจไม่ออก
"แก... แกกล้าดียังไง..." โจวฮ่าวพยายามเค้นเสียงขู่กลับ แม้ขาเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงสันหลัง
ลู่เฉินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบ 'บัตรเครดิตสีดำสนิท' ที่สลักลวดลายทองคำแท้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมหาเศรษฐีผู้กุมระบบ SSS ออกมาอย่างไร้ความเร่งรีบ
เขายกบัตรใบนั้นขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่แก้มของโจวฮ่าวทีละครั้ง
"แกตามหา 'หมอเทวะ' คนนั้นไม่ใช่เหรอ?" ลู่เฉินกระซิบเสียงต่ำข้างหูของโจวฮ่าว "ตาสว่างหรือยัง... ว่าคนที่แกกำลังเหยียบย่ำเมื่อกี้ คือคนที่สามารถซื้อตระกูลโจวทั้งตระกูลได้ด้วยการรูดบัตรเพียงครั้งเดียว?"
สิ้นคำพูดนั้น ลู่เฉินก็ปรายตามองเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของทางคาเฟ่ที่พนักงานถือหน้าซีดตัวสั่นด้วยความตกใจอยู่ไม่ไกล
เขากดบัตรเครดิตสีดำลงบนเครื่องรูดทันทีโดยไม่ต้องมองจำนวนเงิน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของโจวฮ่าวเย็นเฉียบลงถึงขีดสุด—
"รูดซื้อตระกูลโจว... หักเงินสดไปเลย เจ็ดพันล้านเครดิต"
(ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจในครั้งนี้นะครับ)
ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า•ตอนที่ 5
ฮีลเลอร์แรงก์ F กลายเป็นที่ต้องการ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!