ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า•ตอนที่ 22

วิกฤตการณ์ทางการเงินของตระกูลศัตรู

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
“ประกาศนียบัตรค้ำประกันวงเงินทั้งหมดถูกปฏิเสธครับท่านประธาน! ไม่ใช่แค่ธนาคารพาณิชย์ในเขตตะวันออก แต่รวมถึงกองทุนสำรองระหว่างประเทศและกลุ่มทุนนอกระบบด้วย ทุกแห่ง... ทุกแห่งต่างพร้อมใจกันขึ้นบัญชีดำตระกูลโจวแบบไม่มีกำหนดครับ!” เสียงรายงานของเลขาธิการหนุ่มสั่นระรัวจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ขณะยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีราคาแพงลิบลิ่ว โจวฮ่าวขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววหย่อมอวดดี บัดนี้กลับมีเส้นเลือดฝอยแดงฉานปะทุขึ้นทั่วเบ้าตา เอกสารสัญญาเงินกู้มูลค่าหลายพันล้านที่เขาเพิ่งเซ็นชื่อลงไป ถูกกำไว้แน่นจนยับยู่ยี่ในมือ “เป็นไปไม่ได้...!” โจวฮ่าวคำรามลอดไรฟัน เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ “ตระกูลโจวของเรามีเส้นสายระดับรากแก้วในตลาดการเงินมานานหลายสิบปี ธนาคารใหญ่พวกนั้นกินเปอร์เซ็นต์จากเราไปเท่าไหร่ ทำไมจู่ๆ ถึงกล้าตัดหางปล่อยวัดเราพร้อมกันทั้งหมดแบบนี้ ใคร... ใครเป็นคนสั่งเบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่?!” คำถามนั้นไร้ซึ่งคำตอบจากปากเลขาฯ เพราะแม้แต่ตัวโจวฮ่าวเองก็เริ่มตระหนักถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังบีบรัดลำคอเขาอยู่ เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ลู่เฉิน แกคิดว่าล้มตระกูลโจวได้แล้วจะจบงั้นรอด... แต่อย่าลืมว่าอำนาจที่แท้จริงในเมืองนี้ มันอยู่ในมือของฉัน!”* โจวฮ่าวเคยประกาศกร้าวไว้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมในค่ำคืนก่อนหน้า แต่ในยามนี้ คำพูดเหล่านั้นกลับกลายเป็นคมมีดที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนตัวเขาเองอย่างเจ็บแสบ เมื่อวานนี้ เขายังเป็นคุณชายผู้กุมชะตากรรมของเหล่าฮันเตอร์ระดับล่างและเหยียบย่ำคนอย่างลู่เฉินให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า แต่วันนี้... เพียงแค่ข้ามคืน จักรวรรดิธุรกิจที่ตระกูลโจวสั่งสมมาหลายชั่วอายุคนกำลังพังทลายลงราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ภายในห้องพักรับรองสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมเจ็ดดาว บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเงียบสงบที่ตัดกับความโกลาหลเบื้องล่างอย่างสิ้นเชิง ลู่เฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท แสงไฟนีออนยามค่ำคืนจากมหานครเบื้องล่างสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมคายและเยือกเย็น นัยน์ตาคู่คมจับจ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสของระบบ ซึ่งกำลังแสดงกราฟการเงินและการเคลื่อนไหวของตระกูลโจวแบบเรียลไทม์ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพนักพิงเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังเคาะประตูรอเวลาพิพากษา “ชาเขียวอุ่นๆ ค่ะ... เอ๊ด ไม่ใช่สครับ ลู่เฉินคะ... เอ่อ ลู่เฉินครับ” เสียงหวานใสที่เจือความประหม่าเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของหลินม่านม่านที่เดินถือถาดกระเบื้องเคลือบเข้ามาใกล้ เธอเพิ่งจะชินกับการต้องเปลี่ยนคำลงท้ายตามความเคยชิน แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มอบอุ่นที่มุมปากของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ลู่เฉินหันไปมองหญิงสาว ดวงตาที่เคยเย็นชาและไร้ความรู้สึกยามเผชิญหน้ากับศัตรู กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองเธอ เขารับถ้วยชามาถือไว้ พร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของเธอเอาไว้เบาๆ “ไม่ต้องรีบปรับตัวหรอกครับม่านม่าน... ไม่ว่าเธอจะพูดแบบไหน สำหรับผมแล้ว เธอก็คือคนเดียวที่ผมพร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเสมอ” คำพูดที่เรียบง่ายแต่จริงใจ ทำให้ใบหน้าเนียนใสของหลินม่านม่านขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มแห่งความสุข ความทรงจำในวันที่พวกเขาถูกตระกูลโจวเหยียดหยามและขับไล่ออกมาจากร้านอาหารหรูยังคงเด่นชัดในความทรงจำ วันนั้นเธอกุมมือเขาที่สั่นเทาด้วยความคับแค้นใจ แต่ในวันนี้... มือคู่นี้กลับกุมอำนาจที่สามารถบันดาลความร่ำรวยหรือทำลายล้างตระกูลใหญ่ให้พินาศภายในพริบตา “ฉัน... ฉันแค่คิดว่าทุกอย่างมันเหมือนความฝันเลยค่ะ... เอ๊ย ครับ” หลินม่านม่านหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเขินอาย ก่อนจะนั่งลงเคียงข้างเขา “คุณโจวฮ่าวคงกำลังคลั่งตายอยู่แน่ๆ ที่ธนาคารทุกแห่งปฏิเสธการปล่อยกู้” “เขาไม่ได้แค่คลั่งหรอกครับม่านม่าน” ลู่เฉินวางถ้วยชาลง เสียงทุ้มต่ำเอื้อn 1พพลางเหยียดรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก “สำหรับคนอย่างโจวฮ่าว การสูญเสียเงินทองมันยังเจ็บปวดไม่เท่ากับการสูญเสีย ‘อำนาจ’ ที่เขาคิดมาตลอดว่าตัวเองครอบครอง... ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ไม่ได้ให้แค่พลังในการรักษาชีวิตคน แต่ยังให้สิทธิ์ขาดในการกำหนดมูลค่าของทุกชีวิตและทุกธุรกิจในตลาดแห่งนี้ด้วย” ตึ้ง! เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวดังขึ้นขัดจังหวะ ลู่เฉินปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าเป็นข้อความด่วนจากผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกลางแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมลับของระบบ *“เรียนท่านประธานลู่... โจวฮ่าวส่งตัวแทนลูกน้องคนสนิทเข้ามาเจรจาขอเข้าพบเป็นการส่วนตัวแล้วครับ พวกเขาเสนอที่จะขายหุ้นทั้งหมดในเครือบริษัทขนส่งและอสังหาริมทรัพย์ในราคาถูกว่ามูลค่าจริงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อแลกกับการเปิดวงเงินกู้ฉุกเฉินเพียงห้าสพพ... เอ๊ย ห้าสิบล้านครับ”* ลู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ห้าสิบล้าน? สำหรับตระกูลโจวที่เคยมีมูลค่าทรัพย์สินนับหมื่นล้าน ตัวเลขแค่นี้ไม่ต่างอะไรกับการขอเศษเงินทานจากขอทานข้างถนน แต่ในยามนี้ แม้แต่เศษเงินจำนวนนั้น ลู่เฉินก็ไม่มีวันเมตตาให้ “ปฏิเสธไปครับ” ลู่เฉินออกคำสั่งผ่านกระแสจิตกับระบบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “บอกพวกเขาว่า ตระกูลโจวไม่มีเครดิตหลงเหลือให้อีกแล้ว และถ้าโจวฮ่าวอยากจะเจอผม ให้เขาเดินมาคุกเข่าอ้อนวอนด้วยตัวเองที่หน้าล็อบบี้โรงแรมนี้... ภายในเวลาสิบนาทีนี้เท่านั้น” ตัดกลับมาที่สำนักงานใหญ่ตระกูลโจว โจวฮ่าวแทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์มือถือทิ้งลงกับพื้นเมื่อได้ยินคำปฏิเสธจากปลายสาย ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัปยศอดสู “มันหยามกันเกินไปแล้ว! ลู่เฉิน! แกไอ้ฮีลเลอร์ชั้นต่ำ!” โจวฮ่าวตะโกนลั่นห้องจนลูกน้องด้านนอกต้องสะดุ้ง “เตรียมรถเดี๋ยวนี้! ฉันจะไปหาแกด้วยตัวเอง... ฉันจะไปดูให้เห็นกับตาว่าไอ้เศษสวะอย่างแกมันใหญ่มาจากไหนกันแน่!” ผ่านไปเพียงแปดนาที รถยนต์ลีมูซีนสีดำสนิทพุ่งเข้ามาจอดเทียบท่าที่หน้าโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว โจวฮ่าวผลุนผลายลงจากรถด้วยสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและใบหน้าโทรมสนิทจากการไม่ได้นอนมาทั้งคืน เขาวิ่งตะบ็งเข้ามาในล็อบบี้ ท่ามกลางสายตาของพนักงานและแขกไฮโซที่มองมาด้วยความตกตะลึง ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวขึ้นไปยังลิฟต์ ร่างของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสี่คนก็ก้าวเข้ามาขวางทางเอาไว้ทันที พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากมุมเสาหินอ่อน แปะ... แปะ... แปะ... ลู่เฉินก้าวเดินออกมาจากเงาสลัวของล็อบบี้ โดยมีหลินม่านม่านเดินเคียงข้างด้วยท่าทางสง่างามและเย่อหยิ่ง ชุดเดรสราตรีหรูหราที่เธอสวมใส่ขับเน้นออร่าของความเป็นคุณนายผู้สูงศักดิ์ จนโจวฮ่าวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความอิจฉาและริษยาที่พวยพุ่งขึ้นมาจนจุกอก “ยินดีต้อนรับครับ คุณชายโจว” ลู่เฉินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก “ได้ยินว่าคุณกำลังมองหาเงินทุนก้อนโตเพื่อพยุงอาณาจักรใกล้ตายของตระกูลอยู่อย่างนั้นเหรอครับ?” โจวฮ่าวหอบหายใจฮึกฮัก ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอาย เขาพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปหา แต่กลับถูกแรงกดดันอันมหาศาลจากออร่าของลู่เฉินกดทับจนเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น “ลู่... ลู่เฉิน! แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไง! พวกเราเคยเรียนรุ่นเดียวกัน! แกไม่มีสิทธิ์มาทำลายล้างตระกูลฉันแบบนี้!” โจวฮ่าวตะโกนเสียงหลง สภาพของเขาในตอนนี้ไม่เหลือเค้าโครงของคุณชายไฮโซผู้เย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ลู่เฉินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างช้าๆ โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น “สิทธิ์เหรอครับ?... ในวันที่คุณส่งคนไปกระทืบผมที่โรงพยาบาลและแย่งชิงทุกอย่างไปจากผม คุณเคยถามหาคำว่าสิทธิ์บ้างไหมครับ?” ลู่เฉินผละตัวออกเล็กน้อย รอยยิ้มเยдяสยะปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ตอนนี้... ตระกูลโจวถูกฟ้องล้มละลายอย่างเป็นทางการแล้ว และทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ ถูกโอนเข้าบัญชีของผมเรียบร้อยแล้วด้วยครับ” “วะ... ว่ายังไงนะ?!” โจวฮ่าวหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษ สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของลู่เฉินก็ปรากฏปุ่มสีแดงเด่นชัด พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของเขา *【ติ๊ง! ตรวจพบว่าเป้าหมายสูญเสียอำนาจและสถานะทางสังคมทั้งหมด ระบบเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษ: ‘การพิพากษาขั้นเด็ดขาด’ ท่านต้องการจะยึดสิทธิ์การเป็นฮันเตอร์ถาวรของโจวฮ่าวในทันทีหรือไม่?】* ลู่เฉินเหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขายื่นมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีวันหมดวงเงินขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างสบายใจ สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าที่กำลังจะแตกสลายของโจวฮ่าว “เพื่อเป็นการต้อนรับคุณสู่โลกของคนไร้ค่าอย่างแท้จริง...” ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน “...ผมขอรูดซื้อชีวิตที่เหลือของคุณไว้ทั้งหมด ณ วินาทีนี้ก็แล้วกันครับ” สิ้นเสียงคำพูดนั้น ลู่เฉินก็กดปลายนิ้วลงบนหน้าจอโฮโลแกรมพร้อมกับเสียงรูดบัตรเครดิตที่ดังขึ้นกังวานในความเงียบ... *แควกกก—!* --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสะใจใน1ก้าวนี้ด้วยกันนะครับ)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%