ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า•ตอนที่ 21

เปิดโปงความลับคอร์รัปชัน

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
“พวกคุณกำลังอ่านอะไรกันอยู่หรือครับ ทำไมหน้าตาถึงได้ซีดเผือดราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ แบบนั้นล่ะ?” เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าภายในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลโจว ลู่เฉินก้าวเท้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มบางเบาบนมุมปาก มือข้างหนึ่งสอดไว้ในกระเป๋ากางเกงสแล็คตัดเย็บอย่างประณีต ขณะที่อีกข้างโอบประคองเอวบางของหลินม่านม่านไว้อย่างทะนุถนอม สายตาของเขากวาดมองเหล่าคณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่หน้าจอแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนในมือ หน้าจอเหล่านั้นไม่ได้แสดงกราฟหุ้นธรรมดา แต่มันกำลังถ่ายทอดสดหน้าเว็บไซต์หลักของทางการ และแพลตฟอร์มข่าวกรองฮันเตอร์ระดับชาติ พร้อมด้วยเอกสารลับสุดยอดนับร้อยฉบับที่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชนแบบเรียลไทม์ ชื่อของ "ตระกูลโจว" กำลังถูกประจานด้วยมลทินสีดำสนิท! “ลู่... ลู่เฉิน! แกทำอะไรลงไป!” โจวฮ่าวผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ประธานด้วยความตกใจขีดสุด ใบหน้าที่เคยหยิ่งทะนงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ “แกแฮกเข้าระบบความปลอดภัยของกลุ่มบริษัทเราได้อย่างไร! เอกสารพวกนั้น... มันเป็นความลับระดับสูงสุด!” “ความลับหรือครับ?” ลู่เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ “สำหรับพวกคุณมันอาจเป็นความลับที่ใช้รีดไถและเหยียบย่ำคนอื่น แต่สำหรับผม... มันเป็นเพียงแค่ขยะชิ้นโตที่ผมยินดีจะกวาดทิ้งลงถังขยะสาธารณะต่างหากล่ะครับ” คำพูดนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของทุกคนในห้อง ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ในวันที่ลู่เฉินเป็นเพียงฮีลเลอร์แรงก์ F ที่ไร้ค่าและบาดเจ็บสาหัสจากการลงดันเจี้ยน โจวฮ่าวคือคนที่สั่งให้ลูกน้องถีบเขาออกจากกลุ่ม พร้อมทั้งยักยอกผลงานและเงินชดเชยทั้งหมดไปอย่างไร้ความปรานี พวกเขาคิดว่ามดปลวกตัวหนึ่งไม่มีวันลุกขึ้นมาสู้กลับได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลู่เฉินจึงอดทนรอคอย... รอคอยวันที่ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS และระบบมหาเศรษฐีจะตื่น และวันนี้ ก็คือวันที่บัญชีแค้นทั้งหมดต้องถูกชำระ “ดูนั่นสิครับคุณโจว...” ลู่เฉินปรายตาไปยังหน้าจอโทรทัศน์ขนาดมหึมาที่ติดอยู่บนผนังห้อง “หุ้นของบริษัทคุณในตลาดหลักทรัพย์ฮันเตอร์เปิดตลาดมาได้ไม่ถึงสิบนาที ตอนนี้ร่วงลงติดฟลอร์ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ มูลค่าบริษัทหายไปกว่าแปดหมื่นล้านในพริบตาเดียว ลูกค้าทุกรายยกเลิกสัญญา ธนาคารพันธมิตรต่างพากันแห่ถอนสินเชื่อ... อ้อ ทางสำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติคงกำลังส่งเจ้าหน้าที่มาเคาะประตูบ้านคุณอยู่ตอนนี้พอดี น่าสงสารเสียจริงครับ” “ไอ้สสารเลว! แกทำลายฉัน!” โจวฮ่าวสติหลุด เขากระโจนเข้าหาลู่เฉินพร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณธาตุไฟระดับสูงออกมาหมายจะเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุล ทว่า... ลู่เฉินแม้แต่จะชายตามองก็ยังไม่ทำ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ *เปรี้ยง!* คลื่นพลังกดดันระดับ SSS ที่ซ่อนเร้นไว้ระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลนั้นหนักหน่วงราวดอยสุเทพกดทับลงบนบ่า โจวฮ่าวที่พุ่งเข้ามายังไม่ทันถึงตัวก็ถูกแรงกระแทกซัดจนกระเด็นไปกระแทกกับโต๊ะประชุมไม้สักทองอย่างแรง กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ดวงตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่าช่องว่างระหว่างเขากับลู่เฉินนั้นกว้างใหญ่ราวฟ้ากับเหว “อย่าเอาความสกปรกของคุณมาเข้าใกล้ผมและภรรยาเลยครับ มันน่าสะอิดสะเอียน” ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แววตากลับเยือกเย็นไร้ก้นบึง หลินม่านม่านที่ยืนเคียงข้างมาตลอดเงยหน้ามองชายหนุ่ม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือหนาของลู่เฉินไว้แน่น ราจะบอกว่าไม่ว่าโลกใบนี้จะพังทลายลงอย่างไร เธอก็จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้ชายคนนี้เสมอ ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของกรรมการบริหารคนหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ง!* ชายวัยกลางคนผู้เป็นมือขวาของตระกูลโจวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาของเขาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นข้อความอีเมลล่าสุดจากสำนักงานใหญ่ของธนาคารกลางโลกเวทมนตร์ “ทะ... ท่านประธานครับ...” เขาหันไปมองโจวฮ่าวที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ธนาคาร... ธนาคารประกาศอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเราแล้วครับ! และ... และมีคำสั่งฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาข้อหากบฏต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วย... พวกเรา... พวกเราจบสิ้นแล้ว” โจวฮ่าวได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดเผือกเป็นกระดาษ สมองขาวโพลน เขารู้ทันทีว่าตระกูลโจวที่ยิ่งใหญ่มานานหลายชั่วอายุคน ได้ล่มสลายลงแล้วในชั่วข้ามคืนด้วยน้ำมือของผู้ชายที่เขาเคยเหยียบย่าญเหมือนมดปลวก “ทำไม... แกเป็นใครกันแน่ ลู่เฉิน... แกได้พลังระดับนี้มาจากไหน!” โจวฮ่าวตะโกนถามทั้งน้ำตาและเลือดที่มุมปาก ลู่เฉินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับอดีตคุณชายผู้ตกอับ เขายิ้มอ่อนโยน—รอยยิ้มที่เป็นมิตร ทว่ากลับทำให้โจวฮ่าวรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น “ผมก็แค่หมอธรรมดาคนหนึ่งครับ...” ลู่เฉินกระซิบเบาๆ ข้างหูของโจวฮ่าว “...หมอผู้สามารถชุบชีวิตคนตายได้ และก็เป็นคนที่สามารถส่งพวกคุณลงไปนรกได้ในคราวเดียวเช่นกัน” ทันใดนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากลานจอดดาดฟ้าด้านบน แรงลมพัดเข้ามาผ่านกระจกใสที่แตกละเอียด ร่างเงาของชายในชุดสูทสีดำนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าลู่เฉินพร้อมเพรียงกัน “นายท่านครับ... ทีมกฎหมายและหน่วยกวาดล้างพร้อมแล้วครับ จะให้จัดการขั้นเด็ดขาดกับทรัพย์สินที่เหลือของตระกูลโจวเลยไหมครับ” หัวหน้าบอดี้การ์ดก้มหัวถามด้วยความเคารพสูงสุด ลู่เฉินยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—บุคคลที่ถือครองอำนาจสูงสุดในสมาคมฮันเตอร์แห่งประเทศ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเบื้องหลังของตระกูลโจวมาโดยตลอด ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาและประกาศก้องว่า “ลู่เฉิน แกคิดว่าล้มตระกูลโจวได้แล้วจะจบงั้นรอด... แต่อย่าลืมว่าอำนาจที่แท้จริงในเมืองนี้ มันอยู่ในมือของฉัน!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%