กลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้ลอยวนอวลอยู่ในตำหนักแปดทิศ ทว่ากลับไม่สามารถกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่สืออวี้ยังคงสัมผัสได้ในความทรงจำ
นิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อผ้าต่วนปักลายเถาอิงฮวาบรรจงวางหินหยกสีดำลงบนกระดานไม้จันทน์อย่างแผ่วเบา เสียง "แปะ" เบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงรับรอง
หมากตระกูลนี้...นางเดินนำหน้าอัครเสนาบดีหลี่ไปสามก้าวแล้ว ในชาติก่อน นางคือผู้โง่เขลาที่ยอมใช้มันสมองทั้งหมดถักทอเส้นทางสู่อำนาจให้ตระกูลหลี่เหยียบย่ำ แต่ในชาตินี้ หินหยกสีดำทุกเม็ดคือหนามแหลมที่จะย้อนกลับไปทิ่มแทงผู้บงการให้ดิ้นรนอย่างทรมาน
"คุณหนูสือ... ฝีมือการเดินหมากของท่าน ช่างเยือกเย็นจนน่ากลัวยิ่งนัก"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบของสายลมฤดูใบไม้ร่วงดังขึ้นจากเบื้องหลัง ม่านมุกถูกปัดออกด้วยเรียวนิ้วยาวสง่างามของบุรุษผู้หนึ่ง สืออวี้ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงช้อนสายตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มบางเบาระบายขึ้นบนเรียวปากดั่งกลีบดอกท้อที่ผנותแย้มยามเหมันต์ แต่ดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม
องค์ชายสี่—เฟิงอวี้หลาง
พระองค์เสด็จมาเยือนเรือนพักส่วนตัวของนางในยามวิกาลอย่างไร้ซุ่มเสียง อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายมังกรห้าเล็บซ่อนลวดลายด้วยดิ้นเงินสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม พระเนตรคมปลาบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจ้องมองนาง ราวกับต้องการทะลวงผ่านผิวเนื้อเข้าไปสำรวจจิตวิญญาณที่แปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายความตาย
"หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีในห้องหอ ไฉนเลยจะกล้าเทียบชั้นกับกลยุทธ์ล้ำลึกขององค์ชายสี่เพคะ" สืออวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ น้อมกายลงทำความเคารพอย่างงดงามไร้ที่ติ ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกเจืออยู่ในแววตาแม้แต่น้อย
เฟิงอวี้หลางสาวพระบาทเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษสูงศักดิ์ผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีโชยปะทะนาสิก พระองค์ก้มลงทอดพระเนตรกระดานหมากเบื้องหน้า ก่อนจะแย้มพระสรวลออกมา รอยยิ้มนั้นระคนไปด้วยความขบขันและความระแวงสงสัยในคราเดียวกัน
"สตรีในห้องหอหรือ? มีสตรีในห้องหอผู้ใดกัน ที่กล้าใช้แผน 'ยืมดาบฆ่าคน' ซ้อนถึงสามชั้นเพื่อจัดการตระกูลซุนในค่ำคืนเดียว? แถมยังทิ้งเบาะแสให้กรมอาญาตามสืบจนสาวไปถึงคลังลับของเสนาบดีหลี่ได้อย่างแนบเนียนเช่นนี้"
หัวใจของสืออวี้กระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางยังคงควบคุมสีหน้าให้สงบนิ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ แผนการที่นางวางไว้รัดกุมยิ่งนัก เหตุใดพระองค์จึงมองทะลุปรุโปร่งได้รวดเร็วถึงเพียงนี้?
นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรกับพระองค์โดยตรง ไม่หลบเลี่ยง "องค์ชายตรรัสสิ่งใด หม่อมฉันโง่เขลาเบาปัญญา ย่อมไม่เข้าใจความหมายของคำว่ายืมดาบฆ่าคนหรอกเพคะ"
เฟิงอวี้หลางโน้มพระวรกายลงมาจนพระพักตร์อยู่ห่างจากนางเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม พระองค์ยื่นพระหัตถ์ไปหยิบหหินหยกสีขาวขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ระหว่างนิ้ว
"เจ้าซ่อนคมเขี้ยวไว้ใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน ซ่อนความแค้นไว้ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยม... สืออวี้ เจ้าช่างน่าสนใจเสียจริง" พระองค์กระซิบชิดริมหู นางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกจากแหวนหยกมันหมูบนนิ้วของอีกฝ่าย "แต่เจ้าควรจำไว้ให้ดี หมากตระกูลหลุมพรางที่เจ้ากำลังเดินอยู่นี้ หากพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียว หัวบนบ่าของเจ้าจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่หลุดร่วง แต่หมายถึงชีวิตของคนทั้งตระกูลสือด้วย"
คำเตือนนั้นแฝงไปด้วยไอสังหารอันทรงพลัง แต่มันกลับทำให้สืออวี้จุดประกายความท้าทายขึ้นในอก นางไม่ถอยร่น กลับขยับกายเข้าหาเล็กน้อย รอยยิ้มบนเรียวปากลึกซึ้งขึ้นจนกลายเป็นรอยยิ้มที่แท้จริง—รอยยิ้มของปีศาจที่ตื่นจากการหลับใหล
"หากไม่มีความกล้าที่จะเดิมพันด้วยชีวิต หม่อมฉันคงไม่บังอาจปีนขึ้นมาบนกระดานอำนาจนี้หรอกเพคะ... และหม่อมฉันเชื่อว่า องค์ชายเองก็คงไม่ทรงรังเกียจที่จะถือหินหยกสีดำร่วมกระดานกับหม่อมฉันหรอกกระมัง?"
เฟิงอวี้หลางทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา พระองค์ไม่เคยพบสตรีใดที่มีความเด็ดเดี่ยวและสายตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาทแต่กลับเยือกเย็นได้ถึงเพียงนี้ ภายใต้ความบอบบางราวกับกิ่งหลิว ทว่าจิตใจกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า นางไม่ได้เกรงกลัวพระองค์เลยแม้แต่น้อย กลับพยายามดึงพระองค์ลงมาเป็นหมากในเกมแค้นของนางอย่างออาจหาญ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองจ้องตากันราวกับเสือสองตัวที่กำลังประเมินพละกำลังของกันและกันในอาณาเขตอันตราย
กระทั่งเฟิงอวี้หลางระเบิดพระสรวลออกมาเบาๆ แววตาพญาเหยี่ยวฉายประกายความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด พระองค์ทรงวางหินหยกสีขาวลงบนกระดาน ปิดล้อมทางรอดของหมากสีดำของนางจนมุมในพริบตา
"ดี... ในเมื่อเจ้ากล้าท้าทายเป้า and เล่นเกมอันตรายเช่นนี้ เปิ่นหวางก็จะยอมเป็นผู้ร่วมวงกับเจ้าดูสักตั้ง" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ เต็มไปด้วยความท้าทายและอำนาจที่กดดัน "แต่จำไว้ สตรีของเปิ่นหวาง... หากเจ้าคิดจะหักหลังหรือเล่นตลกอันใดกับข้า เตรียมตัวรับโทษทัณฑ์จากเตียงหยกอุ่นในตำหนักของข้าได้เลย"
สืออวี้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามนั้น ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง นางกำลังจะเอ่ยปากโต้แย้ง ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีประจำพระองค์ก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วผิดปกติ
"ทูลรายงานองค์ชาย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชครูซ่งถูกพบเป็นศพอยู่ที่ศาลาริมน้ำ สภาพศพ... สภาพศพถูกควักหัวใจออกไปสดๆ และในมือมีจดหมายเลือดจารึกชื่อของคุณหนูสืออวี้พ่ะย่ะค่ะ!"
เฟิงอวี้หลางหรี่พระเนตรลงทันที ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากวรกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน พระองค์หันกลับมาทอดพระเนตรสืออวี้ที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับไหววูบด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก
ยังไม่ทันที่สืออวี้จะได้ตั้งตัว ประตูตำหนักก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยกำลังภายในอันรุนแรง กองกำลังองครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิตพรูเข้ามาล้อมรอบพวกนางไว้ในพริบตา พร้อมกับร่างของแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจทหารครึ่งประเทศ—ศัตรูหัวใจคนสำคัญในอดีตชาติ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและราชโองการลับสีทองอร่ามในมือ!
"คุณหนูสืออวี้... เจ้าถูกกล่าวหาว่าลอบสังหารราชครูซ่ง โทษฐานนี้มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะชำระล้างได้!"
กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน•ตอนที่ 4
รอยยิ้มที่ซ่อนคมมีด
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!