กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน•ตอนที่ 5

พันธมิตรในเงามืด

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมกรุ่นลอยอลวนอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงติดตรึงอยู่ปลายนาสิกของสืออวี้ได้เลย เสียงโซ่ตรวนกระทบพื้นศิลาในคุกหลวงดังระงมก้องกังวาน ขับเน้นความหนทึบของบรรยากาศยามวิกาลให้ยิ่งกดดันจนแทบหยุดหายใจ ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์นั่งนิ่งสงอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า ท่าทางของนางสง่างามราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำชาในตำหนักหยก มิใช่ผู้ต้องหาคดีลอบสังหารราชครูซ่งที่กำลังรอวันประหารแม้แต่น้อย "เจ้าช่างใจกล้าเสียจริง คุณหนูสือ..." น้ำทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอกดังขึ้นจากมุมมืดของห้องขังอับชื้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีนิลสนิทก้าวล่วงออกมาจากม่านเงา แสงตะเกียงวับแวมสาดกระทบโครงหน้าคมคายดั่งเทพเซียนสลักเสลา ทว่านัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับคมปลาบดุจใบมีดซ่อนในฝัก องค์ชายสี่—เฟิงอวี้หลาง ยืนมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่กึ่งประหลาดใจกึ่งทึ่งระคนกัน ในขณะที่คนอื่นกำลังตัวสั่นงกด้วยความหวาดกลัวต่อเงื้อมมือของอัครเสนาบดีหลี่ แต่นางกลับนั่งรอเขาอยู่ที่นี่ด้วยรอยยิ้มราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท สืออวี้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ ชั่วขณะนั้นประกายปัญญาในดวงตาคู่สวยวับวายไหวราwithดวงดาวในคืนเดือนมืด นางไม่ได้ลุกขึ้นถวายพระพร เพียงแต่แย้มโอษฐ์น้อยๆ อย่างผู้กุมความเหนือกว่า "หม่อมฉันเพียงแต่มั่นใจว่า... องค์ชายสี่ผู้ปรีชาสามารถ จะไม่ปล่อยให้หมากตัวสำคัญบนกระดานนี้ต้องหลุดมือไปง่ายๆ เพคะ" เสียงหวานใสก้องกังวานกังวาลในความเงียบ ขับไล่ความน่ากลัวของคุกใต้ดินให้มลายสิ้น เฟิงอวี้หลางแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านเข้ามาในระยะอันตราย พระองค์โน้มพระวรกายลงมาเล็กน้อย ใช้ดวงเนตรคมกริบพินิจพิเคราะห์ดวงหน้าหวานล้ำที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือหนายื่นออกไปแตะปลายคางมนแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของผิวเนื้อที่ผ่านการผ่านตายมาแล้วครั้งหนึ่ง "ปากคอเราะรายนักนะสืออวี้ เจ้าก็รู้ว่าการยื่นมือเข้าช่วยเจ้าในยามนี้ เท่ากับเป็นการประกาศสงครามเปิดเผยกับตาแก่หลี่ผู้นั้น... ราชสำนักกำลังจะลุกเป็นไฟ เหตุใดข้าต้องเอาอนาคตของราชบัลลังก์มาเดิมพันกับสตรีที่เพิ่งหนีตายมาจากความตายเล่า?" สืออวี้ไม่หลบสายตา นางปล่อยให้พระองค์สำรวจความนิ่งงันของตน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำราวกับตอกลิิ่มลงในใจของบุรุษผู้ทะเยอทะยาน "เพราะตาแก่หลี่ไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตหม่อมฉันเพคะ... แต่เขาต้องการตัดแขนตัดขาของพระองค์ ทีละก้าว ทีละน้อย จนกระทั่งวันหนึ่ง องค์ชายจะตระหนักได้ว่า บนกระดานนี้ไม่มีที่ยืนให้ผู้ที่ถือความเมตตาอีกต่อไป การตายของราชครูซ่งเป็นฝีมือของคนตระกูลหลี่ที่ต้องการโยนความผิดให้หม่อมฉัน เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงทางเหนือของพระองค์ต่างหากเล่าเพคะ" สิ้นคำกล่าว รอยยิ้มสำราญบนพระพักตร์ของเฟิงอวี้หลางก็พลันเลือนหายไป แววตาคมปลาบฉายประกายอันตรายวูบหนึ่ง ข้อมูลเรื่องเส้นทางลำเลียงเสบียงทางเหนือเป็นความลับสุดยอด มีเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ แต่นางกลับล่วงรู้มันอย่างทะลุปรุโปร่ง—มิหนำซ้ำยังวิเคราะห์แผนการของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแม่นยำรากับตาเห็น สตรีผู้นี้... อันตรายยิ่งนัก แต่นางก็เย้ายวนใจให้ร่วมมือด้วยเสียเหลือเกิน "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว สืออวี้..." องค์ชายสี่กระซิบชิดริมหู นางสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดพวงแก้ม "คนฉลาดเช่นนี้ มักอายุไม่ยืน" "หม่อมฉันตายไปครั้งหนึ่งแล้วเพคะ... ความตายจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป สิ่งเดียวที่หม่อมฉันปรารถนาในยามนี้ คือการเห็นตระกูลหลี่พินาศย่อยยับคาตา และหากการร่วมมือกับองค์ชายคือหนทางเดียวที่จะเหยียบย่ำพวกมันลงใต้ฝ่าเท้า... หม่อมฉันก็ยินดีถวายวิญญาณดวงนี้ให้พระองค์ใช้สอยตามอัธยาศัย" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วอึดใจใหญ่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยไอสังหารที่ทั้งสองฝ่ายต่างแผ่ซ่านออกมา เฟิงอวี้หลางจ้องมองนัยน์ตากลมโตที่สะท้อนเงาของพระองค์เอง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความแค้นอันล้ำลึกที่ถูกหลอมรวมเข้ากับสติปัญญาอันเฉียบคมจนกล ายเป็นอาวุธที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด มุมโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและอำนาจอันเบ็ดเสร็จ "ดี... เช่นนั้นเรามาทำสัญญากัน สืออวี้ เจ้าเป็นกุนซือของข้า เริ่มจากวันนี้เป็นต้นไป ทุกก้าวเดินของเจ้าคือคำสั่งของข้า และทุกอำนาจของข้าก็คือโล่คุ้ม กันให้เจ้า... จนกว่าพวกมันจะชดใช้ด้วยเลือด" สืออวี้คลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มรากับดอกไม้พิษที่เบ่งบานท่ามกลางกองเพลิง นางย่อกายลงถวายบังคมด้วยกิริยาที่เพียบพร้อมงดงามตามกฎระเบียบราชสำนักทุกประการ "รับด้วยเกล้าเพคะ... นายท่าน" ทว่า ในวินาทีที่ข้อตกลงลับถูกผนึกด้วยสายตาอันลึกล้ำ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดินนอกห้องขัง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของขันทีเฝ้าประตู "ใต้เสด็จ! ฝ่าบาททรงมี... พระราชโองการด่วนที่สุด! ให้ปล่อยตัวคุณหนูสืออวี้ทันที พร้อมทั้ง... อ้างเชิญตัวองค์ชายสี่เข้าเฝ้าท้องโรงพระโรงหลวง ณ บัดนี้เพคะ!" เฟิงอวี้หลางขมวดพระขนงเข้าหากันทันที แววตาคมกริบกวาดมองไปที่สืออวี้ซึ่งยังคงรักษารอยยิ้มราบเรียบไว้บนใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับนางล่วงรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น —และก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ขันทีชราผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้ากรงขัง พร้อมกับม้วนพระราชโองการสีทองอร่ามที่สั่นเทาในมือ และรอยยิ้มอันลึกลับที่ซ่อนเร้นความพินาศไว้เบื้องหลัง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและชิงไหวชิงพริบไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกใน1บทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%