กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน•ตอนที่ 7

ลมหนาวพัดผ่านตำหนักใน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"หากสนมเอกซูประสงค์จะรักษาพระเกียรติในตำหนักบูรพา ย่อมต้องตระหนักว่า 'หมาก' ตัวใดที่หมดประโยชน์แล้ว ควรปล่อยให้มันร่วงหล่นจากกระดานไปเสียเอง มากกว่าจะเก็บไว้สร้างรอยด่างพร้อยให้ระคายเคืองพระเนตรพระกรรณนะคะ" สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์แพรไหมปักลายหงส์ทองดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักอวี้คุน ตำหนักในที่ทรงอิทธิพลที่สุดเวลานี้ กลิ่นกำยานไม้กฤษณาอบอวลผสมผสานกับไอเย็นยะเยือกของฤดูเหมันต์ที่เริ่มคืบคลานเข้ามา สืออวี้ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีครามเข้ม นั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้เบาะกำมะหยี่ แววตาคู่คมดั่งหงส์กวาดตามองการจัดวางเครื่องเรือนและการตกแต่งที่บ่งบอกถึงรสนิยมอันสูงส่งและอำนาจที่ล้นพ้นของสตรีผู้ครองบัลลังก์รองจากฮองเฮา พระสนมเอกซูเซียนหยาง ชายสตรีผู้มีใบหน้างดงามหยาดเยิ้มทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นดุจพญาเหยี่ยว ชะงักปลายนิ้วเรียวงามที่กำลังบรรจงเล็บทองคำยาวโค้งเคาะลงบนโต๊ะหยกขาว นางหรี่ตาลงพินิจสตรีตรงหน้า ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสตรีผู้ชาญฉลาดเกินวัย และเป็นคนที่องค์ชายสี่—เฟิงอวี้หลาง—ทรงให้ความไว้วางใจสูงสุด "สืออวี้... เจ้าช่างกล้ามนัก" ซูเซียนหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงแรงกดดันมหาศาล "บัง-อาจ-ก้าว-เข้ามา-ใน-ตำหนัก-ของ-เรา แล้วยังกล้าเสนอตัวเป็น 'ผู้ชี้ทาง' ให้แก่เราผู้เป็นสนมเอกผู้กุมอำนาจฝ่ายในอย่างนั้นหรือ? เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่า ข้าจะร่วมมือกับคนขององค์ชายสี่ ผู้ซึ่งตอนนี้กำลังเพลี่ยงพล้ำในสนามอำนาจภายนอก?" สืออวี้มิได้สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและซ่อนคมดาบไว้ในคราเดียวกัน นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าของสนมเอกซูที่เริ่มฉายแววระแวดระวัง "หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อโน้มน้าวให้พระสนมทรงเลือกข้างด้วยความเห็นใจ... แต่หม่อมฉันนำ 'ผลประโยชน์' ที่จะทำให้พระสนมทรงรักษาตำแหน่งและอำนาจนี้ไว้ได้ตลอดกาล มาวางไว้ตรงหน้าต่างหากเพคะ" สืออวี้ขยับตัวเล็กน้อย ท่าทางสง่างามไร้ที่ติ "อัครเสนาบดีหลี่กำลังแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาในวังหลัง พระสאิที่ท่านซ่องสุมกำลังไว้ที่ชายแดนตะวันตก แท้จริงแล้วกำลังถูกบีบให้จนมุมด้วยฎีกาปลอมที่ตระกูลหลี่กำลังจะทูลเกล้าฯ ถวายในอีกสามวันข้างหน้า... หากพระสนมยังทรงนิ่งเฉย เกรงว่าตระกูลซูของท่านพี่ จะกลายเป็นเพียงเศษซากกระดานหมากที่ถูกอัครเสนาบดีหลี่กวาดลงพื้นเพื่อปูทางให้บุตรสาวของตนก้าวขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งของพระองค์นะเพคะ" คำพูดนั้นราวกับเข็มนับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้าจุดตาย ซูเซียนหยางหน้าถอดสีวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความลับเรื่องกองกำลังที่ชายแดนตะวันตกของตระกูลซู เป็นสิ่งที่นางปกปิดไว้มิดชิดยิ่งกว่าสิ่งใด เหตุไฉนสตรีผู้นี้จึงล่วงรู้ได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้? "เจ้า... รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?" ซูเซียนหยางผุดลุกขึ้นยืนโดยพลัน ไอสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างของสนมเอกผู้กุมอำนาจ ข้าราชบริพารและนางกำนัลในห้องต่างก้มหน้าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ทว่าสืออวี้ยังคงนั่งนิ่งราวน้ำค้างบนยอดหญ้า ดื่มด่ำกับรสชาติชาอุ่นที่เพิ่งรินลงในจอกหยก "โลกนี้ไม่มีความลับใดที่ไร้ร่องรอย... และไม่มีหมากตัวใดที่ไร้ราคา หากพระสนมทรงเลือกที่จะร่วมมือกับองค์ชายสี่ใน 'เกม' นี้ ฎีกาฉบับนั้นจะมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย และตระกูลซูจะยังคงค้ำจุนราชสำนักต่อไปอย่างมั่นคง แลกกับการที่พระสนมทรงใช้พระเนตรพระกรรณในวังหลังนี้ คอยเป็นหูเป็นตาและเปิดทางให้หม่อมฉันจัดการกับ 'หนอนบ่อนไส้' ที่องค์ฮ่องเต้ทรงไว้ใจ" สืออวี้เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ประกายตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและมั่นคงดั่งหินผา ทว่าแฝงความอ่อนโยนล้ำลึกที่ผูกพันกับใครบางคนไว้ในห้วงคำนึง—เฟิงอวี้หลาง... บุรุษผู้ที่นางยอมเดิมพันทั้งชีวิตและวิญญาณเพื่อส่งเขาขึ้นสู่บัลลังก์มังกร ซูเซียนหยางจ้องมองสืออวี้เนิ่นนาน บรรยากาศภายในตำหนักอวี้คุนตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ เสียงลมหนาวพัดกระหน่ำหน้าต่างกระดาษสาจนเกิดเสียงดังระรัว ราวกับเสียงกู่ร้องของสงครามชิงอำนาจที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ มุมปากของสนมเอกซูค่อยๆ ยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม นางกลับมานั่งลงอย่างสง่างามดังเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงครึ่งส่วน "ช่างเป็นสตรีที่น่ากลัวเสียจริง... สืออวี้ เจ้าทำให้ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดองค์ชายสี่จึงทรงยอมยกอำนาจครึ่งหนึ่งในมือให้เจ้าตัดสินใจ" ซูเซียนหยางหยิบจอกชาขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "ตกลง ข้าตกลงร่วมมือกับพวกเจ้า แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อน... หากก้าวนี้พลาดพลั้ง ข้าจะลากพวกเจ้าลงนรกไปพร้อมกับข้าด้วยอย่างแน่นอน" สืออวี้แย้มยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ นางยกจอกชาขึ้นคารวะสนมเอกซูเพื่อเป็นการทำสัญญาลับที่สั่นสะเทือนไปถึงบัลลังก์ทอง ทว่า... ในวินาทีที่สืออวี้กำลังจะจรดริมฝีปากลงบนจอกชาอุ่น ประตูบานใหญ่แกะสลักลายวิจิตรของตำหนักอวี้คุนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำเข้ามาพร้อมกับร่างสูงโปรดของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักฮ่องเต้ ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดและเนื้อตัวสั่นเทา "พระสนมเอก! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงแทบพื้น น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "องค์ฮ่องเต้... องค์ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการด่วน... สั่งปลดองค์ชายสี่จากการควบคุมกองทัพพิทักษ์เมืองหลวง และ... และมีรับสั่งให้จับกุมตัวท่านอ๋องไปคุมขังไว้ที่คุกหลวงทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" จอกชาในมือของสืออวี้ร่วงหล่นลงกระทบพื้นหยกแตกกระจาย น้ำชาอุ่นสีชาดไหลนองราดรดพื้นราวกับหยาดโลหิต นัยน์ตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นและคำนวณทุกย่างก้าวอย่างแม่นยำ บัดนี้กลับไหววูบลงอย่างรุนแรง หัวใจกระตุกวูบราถูกค้อนเหล็กทุบซ้ำ ...นี่ไม่ใช่หมากที่นางคำนวณไว้... มีใครบางคนกำลังเดินเร็วกว่านางหนึ่งก้าว และคนผู้นั้นกำลังจะบดขยี้หัวใจของนางให้แหลกสลายคามือ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินเกมอำนาจและลุ้นระทึกไปกับความรักอันมั่นคงในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%