กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน•ตอนที่ 2

กลิ่นอายโลหิตที่คุ้นเคย

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายโลหิตยังคงติดอยู่ที่ปลายเล็บของข้า... แม้กาลเวลาจะหมุนย้อนกลับมาให้ข้าได้ยืนอยู่ ณ เรือนรับรองสกุลสือแห่งนี้อีกครา อาภรณ์ปักดิ้นทองลายหงส์เพลิงที่สวมใส่อยู่ให้สัมผัสเย็นเยียบ ทว่าความแค้นที่สุมอยู่ในอกกลับแผดเผาร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง "คุณหนูเจ้าคะ รายชื่อบ่าวไพร่ที่เพิ่งถูกซื้อตัวเข้ามาใหม่ในช่วงสามเดือนนี้... ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ" เสียงกระซิบอันสั่นเทาของ 'ชุน Hua' สาวใช้คนสนิทดังขึ้นเบาๆ นางวางสมุดบัญชีเล่มบางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างระมัดระวัง สืออวี้ปรายตาลงมองตัวอักษรหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกชั้นเลว ปลายนิ้วเรียวดุจหยกสลักพลิกกระดาษแต่ละหน้าอย่างเชื่องช้า แววตาคู่คมกริบฉายประกายเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ในชาติภพก่อน ข้าโง่เขลาเบาปัญญา ไร้ซึ่งสายตาแหลมคม จนมองไม่เห็นหนอนบ่อนไส้ที่ตระกูลหลี่ส่งเข้ามาเป็นหูเป็นตาในเรือนหลัง ส่งผลให้แผนการทุกอย่างพังทลาย และนำพาความตายมาสู่คนที่รัก แต่วันนี้... เมื่อสวี่อวี้ผู้นี้หวนคืน กลับมาพร้อมกับบัญชีแค้นที่ต้องชำระ หนอนเหล่านี้ย่อมไม่มีทางรอดเงื้อมมือไปได้แม้แต่ตัวเดียว "คนครัวผู้รับผิดชอบการจัดเตรียมอาหาร บ่าวรับใช้ที่ดูแลคลังเสบียงส่วนนอก และเด็กรับใช้ที่คอยส่งจดหมายเข้าออก... ล้วนมีชื่อปรากฏอยู่ในสมุดบัญชีเงินเดือนลับของจวนอัครเสนาบดีหลี่ทั้งสิ้นสินะเพคะ" สืออวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันจนชุนฮวาต้องก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดหวั่น "บ... บ่าวสมควรตาย เจ้าค่ะ! ไม่คาดคิดเลยว่าพวกมันจะกล้า..." "ความโลภของมนุษย์ไร้ซึ่งก้นบึ้ง ช Mุสะพานที่ถูกโรยด้วยเศษเงินย่อมดึงดูดสุนัขรับใช้ได้เสมอ" สืออวี้แย้มยิ้ม รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนบรรยากาศรอบกายลดฮวบลงหลายส่วน "อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น ปล่อยให้พวกมันเล่นละครตบตาต่อไป แต่อย่าลืม... ส่งจดหมายปลอมที่ระบุเส้นทางขน "เสบียงทิพย์" ไปยังคลังสินค้าทิศประจิมของตระกูลหลี่ ให้หลุดมือไปถึงมือของพวกเขาเสียล่ะ" ชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณหนูจะใช้แผน... ยืมดาบฆ่าคน หรือเพคะ?" "ไม่ใช่แค่ยืมดาบ..." สืออวี้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับแผ่นไม้เบาๆ นางเดินไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างบานแกะสลัก ทอดสายออกไปยังสวนหย่อมเบื้องนอกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกยามสนธยา "ข้าจะทำให้เสบียงล็อตนั้นกลายเป็นชนวนระเบิดที่เผาผลาญรากฐานอำนาจสิบปีของตระกูลหลี่ให้มอดไหม้ในค่ำคืนเดียว" ในยามวิกาล ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วทั้งจวน ทว่า ณ ตำหนักลับขององค์ชายสี่ 'เฟิงอวี้หลาง' กลับสว่างไสวไปด้วยแสงเทียนนับร้อยเล่ม ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลสนิทกำลังนั่งจิบชาอุ่นๆ อย่างสบายอารมณ์ บนโต๊ะตรงหน้าคือแผนที่เส้นทางลำเลียงเสบียงทหารทั่วทั้งแคว้น และรายงานลับเกี่ยวกับขบวนการทุจริตของอัครเสนาบดีหลี่ที่ถูกส่งตรงมาจากมือของสืออวี้ "นางแมวน้อยผู้ซ่อนเข็บเล็บของข้า ช่างทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า..." เฟิงอวี้หลางเอ่ยพรางยกยมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นสะท้อนประกายความหลงใหลระคนทึ่ง "ใช้เงินทุนของศัตรูมาซื้อใจราษฎร์ และใช้แผนการของข้ามาตัดแขนขาของพวกมันเอง... สืออวี้ เจ้าช่างร้ายกาจเสียจริง" "ทูลท่านอ๋อง" องครักษ์เงาคนสนิทก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยท่าทีเคร่งขรึม "สายรายงานว่า คุณหนูสือสั่งการให้คนของเราดักปล้นขบวนเสบียงล็อตแรกของตระกูลหลี่ที่กำลังจะส่งไปยังชายแดนตะวันตกเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ และที่สำคัญ... ในขบวนนั้นมีตราประทับลับของสำนักตรวจสอบบัญชีหลวงซ่อนอยู่ด้วย" เฟิงอวี้หลางชะงักถ้วยชาในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าลึกลึกลงไปอีก "ตราประทับหลวง? นางไปเอามันมาจากที่ใดกัน..." เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ "เด็กคนนี้นี่นะ ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงขั้นกล้าดึงฮ่องเต้มาเป็นเครื่องมือบนกระดานหมากของนางเอง" "จะให้หม่อมฉันส่งกำลังไปสนับสนุนนางเพิ่มเติมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" "ไม่ต้อง" เฟิงอวี้หลางโบกมือปฏิเสธ นัยน์ตาคมกวาดมองแผนที่ตรงหน้าอีกครั้ง "ปล่อยให้นางเล่นสนุกตามใจชอบ สิ่งที่ข้าต้องทำ... คือการเตรียมเก็บกวาดซากปรักหักพังที่นางทิ้งไว้ให้สะอาดหมดจดก็พอ" ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยสัญญาณลับ องครักษ์เงารีบหายตัวไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ประตูห้องเปิดออกปรากฏร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยลอยมาแตะจมูกพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของสืออวี้ "ดูเหมือนว่าท่านอ๋องจะทรงว่างงานมาก ถึงได้มีเวลามานั่งชื่นชมผลงานของหม่อมฉันเช่นนี้หรือเพคะ?" สืออวี้ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของราชสำนัก นางไม่แม้แต่จะย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียม ทว่ากลับทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ เฟิงอวี้หลางหัวเราะเสียงต่ำอย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาออกไปรินชาอุ่นๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ก่อนจะเลื่อนไปตรงหน้าสืออวี้ "สำหรับเจ้าแล้ว ต่อให้ต้องสละเวลาทั้งชีวิต ข้าก็ยินดี... ว่าแต่ หมากตาต่อไปที่เจ้าเดิน จะทำให้หัวตาของตาแก่หลี่ผู้นั้นกระตุกแรงสักแค่ไหนกันล่ะ?" สืออวี้รับถ้วยชาขึ้นมาจรดริมฝีปาก ปลายลิ้นแตะสัมผัสรสชาติขมปร่าที่แฝงความหวานล้ำ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับองค์ชายสี่ นัยน์ตาทั้งสองคู่ประสานกันราวกับมีประกายไฟปะทะท่ามกลางความเงียบงัน "ข้าจะทำให้เขาต้องคุกเข่าลงอ้อนวอนขอความตายด้วยมือของตนเอง..." นางกระซิบแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นดั่งคำสาปแช่งจากขุมนรก ทว่า ในวินาทีที่สืออวี้กำลังจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงทุบประตูดังสนั่นจากภายนอกตำหนักก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลง "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงองครักษ์เงานายเดิมตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มี... มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... สั่งปลดตำแหน่งอัครเสนาบดีหลี่ และ... และ..." เฟิงอวี้หลางขมวดคิ้วมุ่น "และอะไร? พูดให้ชัดเจน!" "และมีรับสั่งให้จับกุมตัวคุณหนูสืออวี้ ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... ทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" สืออวี้ชะงักค้าง รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าแข็งค้างไปในชั่วพริบตา ขณะที่เฟิงอวี้หลางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประกายสังหารรุนแรงพวยพุ่งออกจากร่างของบุรุษผู้เยือกเย็นดั่งภูเขาน้ำแข็งในทันที! — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกของสืออวี้ค่ะ หวังว่าจะติดตรึงใจและพบกันใหม่ในตอนหน้าอย่างแน่นอนค่ะ! — หงส์เพลิงหวนคืน
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%